<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Techblog &#187; Steyr Commando</title>
	<atom:link href="http://www.techblog.in.th/author/admin/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.techblog.in.th</link>
	<description>The Technology Notes</description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Feb 2012 12:46:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>Logitech M600 เมาส์ระบบ Multi-Touch จาก Logitech</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2012/02/08/logitech-m600-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a-multi-touch-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-logitech/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2012/02/08/logitech-m600-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a-multi-touch-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-logitech/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Feb 2012 12:42:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Hardware]]></category>
		<category><![CDATA[Apple Magic Mouse]]></category>
		<category><![CDATA[Logitech M600]]></category>
		<category><![CDATA[Logitech M600 ราคา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=3030</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับผู้ใช้ Windows แล้วคงรู้สึกอิจฉาไม่น้อยที่คู่แข่งอย่าง Apple มีเมาส์ระบบสัมผัสอย่าง Magic Mouse ออกมาให้ใช้งานกัน ทำให้การทำงานต่างๆ เป็นไปโดยสะดวกกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการทำงานกับเอกสาร การเล่นเน็ตหรืออื่นๆ ครั้นจะเอามาใช้กับ Windows ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยสมบูรณ์นัก วันนี้ความต้องการของหลายท่านอาจเป็นจริงเมื่อทาง Logitech ออกเมาส์ตัวใหม่ที่รองรับระบบสัมผัสแบบ multi-touch ออกมาให้หาซื้อกันแล้วในชื่อรุ่นว่า M600 ซึ่งรองรับระบบการสั่งการด้วยนิ้ว (gesture) หลากหลายรูปแบบ ดูได้ดังภาพเลย นอกจากนี้ Logitech ยังออกโปรแกรมที่ใช้งานกับเมาส์ตัวนี้มาด้วยชื่อว่า Flow Scroll ทำให้การ scroll หน้าจอนั้นลื่นไหลอย่างกับ smartphone ยังไงอย่างงั้นเชียว ตัวเมาส์ใช้การเชื่อมต่อผ่านระบบไวร์เลสผ่าน Unifying Receiver ของ Logitech เองที่รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆ จากค่ายเดียวกันสูงสุดถึง 6 ตัว เรื่องของแบตเตอรี่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะหาง่ายเปลี่ยนสะดวกใช้แบตฯ แบบ AA เพียงแค่สองก้อน สามารถใช้งานได้สูงสุดถึง 6 เดือนติดต่อกัน หากคุณต้องการเมาส์ที่เบากว่าเดิม ใส่แบตแค่ก้อนเดียวก็สามารถทำงานได้เช่นกัน Logitech [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/logitech-m600.jpg" rel="lightbox[3030]"><img class="alignleft size-full wp-image-3031" title="logitech-m600" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/logitech-m600.jpg" alt="logitech m600 Logitech M600 เมาส์ระบบ Multi Touch จาก Logitech" width="200" height="150" /></a>สำหรับผู้ใช้ Windows แล้วคงรู้สึกอิจฉาไม่น้อยที่คู่แข่งอย่าง Apple มีเมาส์ระบบสัมผัสอย่าง Magic Mouse ออกมาให้ใช้งานกัน ทำให้การทำงานต่างๆ เป็นไปโดยสะดวกกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการทำงานกับเอกสาร การเล่นเน็ตหรืออื่นๆ ครั้นจะเอามาใช้กับ Windows ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยสมบูรณ์นัก<span id="more-3030"></span></p>
<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/logitech_touch_mouse_m600_1-580x368.jpg" rel="lightbox[3030]"><img class="aligncenter size-full wp-image-3033" title="logitech_touch_mouse_m600_1-580x368" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/logitech_touch_mouse_m600_1-580x368.jpg" alt="logitech touch mouse m600 1 580x368 Logitech M600 เมาส์ระบบ Multi Touch จาก Logitech" width="580" height="368" /></a></p>
<p>วันนี้ความต้องการของหลายท่านอาจเป็นจริงเมื่อทาง Logitech ออกเมาส์ตัวใหม่ที่รองรับระบบสัมผัสแบบ multi-touch ออกมาให้หาซื้อกันแล้วในชื่อรุ่นว่า M600 ซึ่งรองรับระบบการสั่งการด้วยนิ้ว (gesture) หลากหลายรูปแบบ ดูได้ดังภาพเลย</p>
<div id="attachment_3032" class="wp-caption aligncenter" style="width: 531px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/logitech_touch_mouse_m600_5.jpg" rel="lightbox[3030]"><img class="wp-image-3032 " title="logitech_touch_mouse_m600_5" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/logitech_touch_mouse_m600_5.jpg" alt="logitech touch mouse m600 5 Logitech M600 เมาส์ระบบ Multi Touch จาก Logitech" width="521" height="387" /></a><p class="wp-caption-text">ตัวอย่างการใช้ gesture ของ Logitech M600</p></div>
<p style="text-align: left;">นอกจากนี้ Logitech ยังออกโปรแกรมที่ใช้งานกับเมาส์ตัวนี้มาด้วยชื่อว่า Flow Scroll ทำให้การ scroll หน้าจอนั้นลื่นไหลอย่างกับ smartphone ยังไงอย่างงั้นเชียว ตัวเมาส์ใช้การเชื่อมต่อผ่านระบบไวร์เลสผ่าน Unifying Receiver ของ Logitech เองที่รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆ จากค่ายเดียวกันสูงสุดถึง 6 ตัว เรื่องของแบตเตอรี่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะหาง่ายเปลี่ยนสะดวกใช้แบตฯ แบบ AA เพียงแค่สองก้อน สามารถใช้งานได้สูงสุดถึง 6 เดือนติดต่อกัน หากคุณต้องการเมาส์ที่เบากว่าเดิม ใส่แบตแค่ก้อนเดียวก็สามารถทำงานได้เช่นกัน</p>
<p style="text-align: left;">Logitech M600 มีกำหนดการวางจำหน่ายในเดือนนี้และเปิดให้จองแล้วในอเมริกาในราคา $69.99 เหรียญ ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 2,200 บาทครับ</p>
<p style="text-align: left;">Source: <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.logitech.com/en-us/mice-pointers/mice/devices/9480">Logitech</a></p>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2012%2F02%2F08%2Flogitech-m600-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25aa%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%259a-multi-touch-%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581-logitech%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2012/02/08/logitech-m600-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a-multi-touch-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-logitech/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข่าวลือรายละเอียด Nvidia Kepler ที่จะใช้ใน GTX 6xx Series</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2012/02/07/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94-nvidia-kepler-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2012/02/07/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94-nvidia-kepler-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Feb 2012 15:43:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Hardware]]></category>
		<category><![CDATA[GTX 660]]></category>
		<category><![CDATA[GTX 670]]></category>
		<category><![CDATA[GTX 680]]></category>
		<category><![CDATA[GTX 690]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=3027</guid>
		<description><![CDATA[AMD เพิ่งออกวางจำหน่ายการ์ดในซีรี่ส์ HD7xxx ไปได้ไม่นาน วันนี้มีรายละเอียดของค่ายคู่แข่งออกมาให้ทราบกันบ้างแล้ว อย่างที่เราทราบกันว่าการ์ดรุ่นใหม่จาก Nvidia ในตระกูล GTX 6xx นี้จะมีรหัสในการพัฒนาว่า Kepler โดยเว็บไซต์ Lenzfire มีข้อมูลที่อ้างว่าเป็นข้อมูลของการ์ดรุ่นใหม่ 6 รุ่นที่จะออกจำหน่ายในอีกไม่ช้าโดยมีข้อมูลดังนี้ครับการ์ดสองตัวแรกจะเป็นรหัสชิป GK106 ที่เป็นการ์ดระดับล่างสุดที่จะหาซื้อกันได้โดยมีสองโมเดลคือ Nvidia GTX 640 และ GTX 650 ผมสรุปข้อมูลให้คร่าวๆ แบบนี้ครับ Nvidia GTX 640 192 stream processors 16 ROPs 128 bit memory bus (88 GB/s) 2GB memory 850 Mhz core frequency เข้ามาแทนที่ GTX 550Ti โดยการ์ดรุ่นนี้จะวางจำหน่ายที่ราคา $139 ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณไม่เกิน 5000 บาท [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/nvidia-kepler-thumb.jpg" rel="lightbox[3027]"><img class="alignleft size-full wp-image-3028" title="nvidia-kepler-thumb" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/nvidia-kepler-thumb.jpg" alt="nvidia kepler thumb ข่าวลือรายละเอียด Nvidia Kepler ที่จะใช้ใน GTX 6xx Series" width="200" height="150" /></a>AMD เพิ่งออกวางจำหน่ายการ์ดในซีรี่ส์ HD7xxx ไปได้ไม่นาน วันนี้มีรายละเอียดของค่ายคู่แข่งออกมาให้ทราบกันบ้างแล้ว อย่างที่เราทราบกันว่าการ์ดรุ่นใหม่จาก Nvidia ในตระกูล GTX 6xx นี้จะมีรหัสในการพัฒนาว่า Kepler โดยเว็บไซต์ Lenzfire มีข้อมูลที่อ้างว่าเป็นข้อมูลของการ์ดรุ่นใหม่ 6 รุ่นที่จะออกจำหน่ายในอีกไม่ช้าโดยมีข้อมูลดังนี้ครับ<span id="more-3027"></span>การ์ดสองตัวแรกจะเป็นรหัสชิป GK106 ที่เป็นการ์ดระดับล่างสุดที่จะหาซื้อกันได้โดยมีสองโมเดลคือ Nvidia GTX 640 และ GTX 650 ผมสรุปข้อมูลให้คร่าวๆ แบบนี้ครับ</p>
<p><strong>Nvidia GTX 640</strong></p>
<ul>
<li>192 stream processors</li>
<li>16 ROPs</li>
<li>128 bit memory bus (88 GB/s)</li>
<li>2GB memory</li>
<li>850 Mhz core frequency</li>
<li>เข้ามาแทนที่ GTX 550Ti</li>
</ul>
<p>โดยการ์ดรุ่นนี้จะวางจำหน่ายที่ราคา $139 ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณไม่เกิน 5000 บาท</p>
<p><strong>Nvidia GTX 650</strong> การ์ดรุ่นนี้จะมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า GTX 640 ขึ้นมาอีกเล็กน้อย</p>
<ul>
<li>256 stream processors</li>
<li>192 bit memory bus (132 GB/s)</li>
<li>1.5 GB memory</li>
<li>900 Mhz core frequency</li>
<li>เข้ามาแทนที่ GTX 560</li>
</ul>
<p>วางจำหน่ายในราคา $179 หรือประมาณ 6000 บาท</p>
<p>ส่วนอีกชุดจะเป็นการ์ดใช้ชิปเซ็ตรหัส GK104 เป็นการ์ดระดับกลางซึ่งคิดว่าหลายๆ ท่านคงสนใจกันมากกว่ารุ่นเล็ก ในชุดนี้จะมีการ์ดรุ่นนึงคือ GTX 660 มีสเปคแบบนี้</p>
<ul>
<li>448 stream processors</li>
<li>256 bit memory bus (154 GB/s)</li>
<li>2GB memory</li>
<li>900 Mhz core frequency</li>
<li>ประสิทธิภาพเทียบเคียง GTX 580</li>
<li>ราคา $319 ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 11000 บาท</li>
</ul>
<p>สุดท้ายคงเป็นอาวุธหนักอย่าง GK110 ที่เน้นการ์ดประสิทธิภาพสุดโหด โดยจะมีถึงสี่รุ่นคือ GTX 690 ที่ใช้ GPU ถึงสองตัวในการ์ดเดียวราคา $999 วางจำหน่ายช่วงไตรมาสที่ 3 ปีนี้, GTX 660Ti ที่เพิ่ม stream processor เป็น 768 stream processor มีแรม 1.5 GB ราคาอยู่ที่ $399 วางจำหน่ายช่วงกลางปีนี้โดย Nvidia กล่าวว่าจะแรงกว่าการ์ดคู่แข่งอย่าง HD7950 ประมาณ 10%</p>
<p>อีกตัวเป็นการ์ด GTX 670 ที่มีแรมบนการ์ดถึง 1.75 GB และมี stream processor ถึง 896 ตัว ราคาอยู่ที่ประมาณ $499 หวังมาตีคู่กับการ์ดคู่แข่งอย่าง HD7970 และสุดท้ายการ์ดรุ่นเรือธงอย่าง GTX 680 ที่มาพร้อมแรม 2GB และ 1024 stream processor ราคาอยู่ที่ $649</p>
<p>ส่วนวันวางจำหน่ายนั้นการ์ด GTX 660, 670, 680 จะวางจำหน่ายในเดือนเมษายนนี้</p>
<p>แต่ก่อนอื่นผมบอกไว้ก่อนนิดนึงว่าข้อมูลพวกนี้อาจจะไม่ใช่ข้อมูลจริงๆ ก็ได้ เพราะเว็บไซต์ lenzfire ไม่ใช่เว็บข่าวที่มีความน่าเชื่อถือมากมายนักครับ ถือว่าลองอ่านไว้ขำๆ แล้วกันครับ รายละเอียดอย่างเป็นทางการผมว่าอีกไม่นานน่าจะออกมาให้ได้เห็นกันครับ</p>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2012%2F02%2F07%2F%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b0%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2594-nvidia-kepler-%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2012/02/07/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94-nvidia-kepler-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Apple ต้องอาจเลิกขาย iPad ในจีน หลังแพ้คดีความ</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2012/02/07/apple-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-ipad-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99-%e0%b8%ab/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2012/02/07/apple-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-ipad-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99-%e0%b8%ab/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Feb 2012 12:49:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[Apple]]></category>
		<category><![CDATA[iPad]]></category>
		<category><![CDATA[iPad จีน]]></category>
		<category><![CDATA[คดี apple]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=3023</guid>
		<description><![CDATA[Apple อาจต้องเลิกขาย iPad ทั้งหมดภายในจีนก็เป็นได้ หลังจากที่เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว Apple กลับแพ้คดีเสียเองให้กับบริษัท Proview Technology Shenzhen (ผมขอเรียกย่อๆ ว่า PTS) เกี่ยวกับคดีการละเมิดลิขสิทธิ์คำว่า iPad โดยทาง PTS โต้แย้งว่าเขามีสิทธิ์ที่จะใช้ชื่อนี้ในประเทศจีนได้ ถึงแม้ว่าสุดท้าย Apple จะซื้อลิขสิทธิ์ของชื่อมาจากทางบริษัทสาขาฮ่องกงแล้วก็ตาม แต่ก็ยังแพ้คดีอยู่ดีล่าสุดทาง PTS ได้เรียกร้องต่อศาลให้มีคำสั่งระงับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทุกตัวของบริษัท Apple ที่ใช้ชื่อว่า iPad โดยผ่านกฎหมายของทาง PTS กล่าวว่า &#8220;เราต้องการคำขอโทษจากทาง Apple&#8221; นอกจากนี้ยังมีคดีเคสเดียวกันรออยู่ในศาลที่เซี่ยงไฮ้ด้วย โดย Apple อาจต้องเสียค่าปรับถึง 38 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้กับคดีนี้อีกต่างหาก ประเด็นคือ Apple จะขอโทษรึเปล่า? Source: Gizmodo]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/apple-thumbnail.jpg" rel="lightbox[3023]"><img class="alignleft size-full wp-image-3024" title="apple-thumbnail" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/apple-thumbnail.jpg" alt="apple thumbnail Apple ต้องอาจเลิกขาย iPad ในจีน หลังแพ้คดีความ" width="200" height="150" /></a>Apple อาจต้องเลิกขาย iPad ทั้งหมดภายในจีนก็เป็นได้ หลังจากที่เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว Apple กลับแพ้คดีเสียเองให้กับบริษัท Proview Technology Shenzhen (ผมขอเรียกย่อๆ ว่า PTS) เกี่ยวกับคดีการละเมิดลิขสิทธิ์คำว่า iPad โดยทาง PTS โต้แย้งว่าเขามีสิทธิ์ที่จะใช้ชื่อนี้ในประเทศจีนได้ ถึงแม้ว่าสุดท้าย Apple จะซื้อลิขสิทธิ์ของชื่อมาจากทางบริษัทสาขาฮ่องกงแล้วก็ตาม แต่ก็ยังแพ้คดีอยู่ดี<span id="more-3023"></span>ล่าสุดทาง PTS ได้เรียกร้องต่อศาลให้มีคำสั่งระงับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทุกตัวของบริษัท Apple ที่ใช้ชื่อว่า iPad โดยผ่านกฎหมายของทาง PTS กล่าวว่า &#8220;เราต้องการคำขอโทษจากทาง Apple&#8221; นอกจากนี้ยังมีคดีเคสเดียวกันรออยู่ในศาลที่เซี่ยงไฮ้ด้วย โดย Apple อาจต้องเสียค่าปรับถึง 38 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้กับคดีนี้อีกต่างหาก</p>
<p>ประเด็นคือ Apple จะขอโทษรึเปล่า?</p>
<p>Source: <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://gizmodo.com/5882609/apple-may-have-to-stop-selling-the-ipad-in-china">Gizmodo</a></p>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2012%2F02%2F07%2Fapple-%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2588%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2-ipad-%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2599-%25e0%25b8%25ab%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2012/02/07/apple-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-ipad-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99-%e0%b8%ab/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Nikon เปิดตัว Nikon D800 ตัวตายตัวแทน D700</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2012/02/07/nikon-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-nikon-d800-d800e-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1-spec/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2012/02/07/nikon-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-nikon-d800-d800e-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1-spec/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Feb 2012 11:02:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Photography - Gear]]></category>
		<category><![CDATA[D800e]]></category>
		<category><![CDATA[Nikon D4]]></category>
		<category><![CDATA[Nikon D800]]></category>
		<category><![CDATA[Nikon D800 Spec]]></category>
		<category><![CDATA[Nikon D800 ราคา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=3016</guid>
		<description><![CDATA[อีกครั้งที่ Nikon กระตุ้นสงครามตลาดกล้องระดับโปรกันตั้งแต่ต้นปี เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาทาง Nikon ได้เปิดตัว Nikon D4 กล้องรุ่นระดับบนสุดของค่ายตัวเองไปแล้ว คราวนี้ถึงรุ่นที่หลายคนรอคอยกันแล้วนั่นก็คือ Nikon D800 ที่จะมาแทน D700 หลังจากที่ออกวางจำหน่ายมาก็หลายปีสำหรับแฟนๆ ค่าย Nikon คงทราบกันดีว่ากล้องในซีรี่ส์ Dxxx เป็นกล้องระดับโปรที่เหมาะสมแก่การใช้งานภายนอกอย่างมาก และมีความกระทัดรัดน่าใช้กว่าซีรี่ส์ระดับบนสุดที่เน้นงานในสตูดิโอเสียมากกว่า สำหรับ D800 มีลูกเล่นที่เพิ่มเข้ามาใหม่อีกเพียบ เริ่มตั้งแต่ความละเอียดที่เพิ่มขึ้นมามากกว่า 2 เท่า ฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด Full HD รวมถึงสามารถต่อไมค์แบบ Stereo ด้านนอกได้ด้วย สำหรับฟีเจอร์ที่น่าสนใจ ผมสรุปมาให้แล้วข้างล่าง Nikon D800 Specifications 36.3 Megapixel image sensor (16 bit EXPEED 3 image processing) สามารถถ่ายภาพได้ทั้ง FX and DX Mode (DX ภาพจะถูกครอปลงมาเหลือ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/nikon-d800-thumbnail.jpg" rel="lightbox[3016]"><img class="alignleft size-full wp-image-3017" title="nikon-d800-thumbnail" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/nikon-d800-thumbnail.jpg" alt="nikon d800 thumbnail Nikon เปิดตัว Nikon D800 ตัวตายตัวแทน D700" width="200" height="150" /></a> อีกครั้งที่ Nikon กระตุ้นสงครามตลาดกล้องระดับโปรกันตั้งแต่ต้นปี เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาทาง Nikon ได้เปิดตัว Nikon D4 กล้องรุ่นระดับบนสุดของค่ายตัวเองไปแล้ว คราวนี้ถึงรุ่นที่หลายคนรอคอยกันแล้วนั่นก็คือ Nikon D800 ที่จะมาแทน D700 หลังจากที่ออกวางจำหน่ายมาก็หลายปี<span id="more-3016"></span>สำหรับแฟนๆ ค่าย Nikon คงทราบกันดีว่ากล้องในซีรี่ส์ Dxxx เป็นกล้องระดับโปรที่เหมาะสมแก่การใช้งานภายนอกอย่างมาก และมีความกระทัดรัดน่าใช้กว่าซีรี่ส์ระดับบนสุดที่เน้นงานในสตูดิโอเสียมากกว่า สำหรับ D800 มีลูกเล่นที่เพิ่มเข้ามาใหม่อีกเพียบ เริ่มตั้งแต่ความละเอียดที่เพิ่มขึ้นมามากกว่า 2 เท่า ฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด Full HD รวมถึงสามารถต่อไมค์แบบ Stereo ด้านนอกได้ด้วย สำหรับฟีเจอร์ที่น่าสนใจ ผมสรุปมาให้แล้วข้างล่าง</p>
<div id="attachment_3018" class="wp-caption aligncenter" style="width: 487px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/Nikon-D800.jpg" rel="lightbox[3016]"><img class=" wp-image-3018" title="Nikon-D800" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/Nikon-D800.jpg" alt="Nikon D800 Nikon เปิดตัว Nikon D800 ตัวตายตัวแทน D700" width="477" height="440" /></a><p class="wp-caption-text">Nikon D800</p></div>
<p><strong>Nikon D800 Specifications</strong></p>
<ul>
<li>36.3 Megapixel image sensor (16 bit EXPEED 3 image processing)</li>
<li>สามารถถ่ายภาพได้ทั้ง FX and DX Mode (DX ภาพจะถูกครอปลงมาเหลือ 15.1 megapixel)</li>
<li>ISO 100-6400 (สูงสุดที่ 25600 ใน extended mode)</li>
<li>1080p video shooting (24, 25, 30 fps)</li>
<li>720p video shooting (60 fps)</li>
<li>บันทึกวิดีโอได้สูงสุด 29:59 นาทีในครั้งเดียว</li>
<li>multi-format video shooting (FX, DX mode)</li>
<li>ระบบตรวจจับใบหน้าขณะถ่ายวิดีโอ</li>
<li>สามารถต่อไมค์ stereo ด้านนอกได้ รวมถึงสามารถต่อหูฟังได้ด้วย</li>
<li>ระบบ autofocus ที่สามารถจับโฟกัสในที่มืดได้ดีกว่าเดิมขึ้นไปอีก รองรับสูงสุดถึง -2EV (ประมาณแสงจากดวงจันทร์อย่างเดียว)</li>
<li>จอ LCD ขนาด 3.2 นิ้วความละเอียด 921k</li>
<li>มุมมองใน viewfinder เห็นทุกส่วนในเฟรม 100%</li>
<li>ชัตเตอร์รองรับการทำงานสูงถึง 2 แสนครั้ง</li>
<li>รองรับ USB 3</li>
<li>รองรับ SD Card และ CF (ยังไม่รองรับ XQD)</li>
<li>รองรับการส่งภาพผ่าน HDMI แบบไม่บีบอัด</li>
<li>มีโหมดรองรับการถ่าย time-lapse ในตัว</li>
</ul>
<p>นอกจากนี้ Nikon ออกกล้องอีกรุ่นนึงคือ Nikon D800E ที่ตัดเอา anti-alias filter ออก ทำให้เหมาะกับผู้ที่ต้องการความคมชัดของรูปภาพมากขึ้น แต่ก็ต้องเสี่ยงกับ moire effect เช่นกัน ราคาจะแพงขึ้นมาอีกนิดนึงครับ</p>
<p>Nikon D800 ราคาจะอยู่ที่ $3000 ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณเกือบ 110,000 บาท ส่วน D800E จะแพงกว่ารุ่นแรกประมาณเกือบหนึ่งหมื่นบาทครับ มีกำหนดการวางจำหน่ายเดือนมีนาคมนี้ ส่วน D800E จะวางขายในเดือนเมษายน</p>
<p style="text-align: center;">
<iframe src="http://www.youtube.com/embed/SbkcsaDMekw" frameborder="0" width="560" height="315"></iframe></p>
<p>&nbsp;</p>
<p>Source: <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.geek.com/articles/gadgets/nikon-d800-2012026/">Geek.com</a></p>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2012%2F02%2F07%2Fnikon-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%25a7-nikon-d800-d800e-%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a1-spec%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2012/02/07/nikon-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b8%a7-nikon-d800-d800e-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%a1-spec/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Canon Powershot ELPH 530 HS, 320 HS รุ่นใหม่มาพร้อม Wi-Fi</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2012/02/07/canon-powershot-elph-530-hs-wifi/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2012/02/07/canon-powershot-elph-530-hs-wifi/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Feb 2012 06:14:52 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Photography - Gear]]></category>
		<category><![CDATA[Canon Powershot ELPH 320 HS]]></category>
		<category><![CDATA[Canon Powershot ELPH 530 HS]]></category>
		<category><![CDATA[อัพโหลดรูป facebook]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=3005</guid>
		<description><![CDATA[ใครว่ากล้องคอมแพ็คความสามารถจะด้อยกว่ามือถือแล้วก็ต้องคิดกันใหม่ เมื่อ Canon เริ่มออกกล้องที่รองรับระบบ Wi-Fi ตัวแรกของค่ายออกมาสู่ท้องตลาดแล้วในรุ่นที่มีชื่อว่า Canon Powershot ELPH 530 HS และ 320 HS เริ่มจากรุ่นใหญ่อย่าง 530 HS กันก่อน Digic 5 image sensor 10 megapixel resolution High-sensitivity image sensor 12x optical zoom 1080p video shooting ต่อมาเป็นรุ่นเล็กอย่าง 320 HS มีสเปคคร่าวๆ ดังนี้ครับ Digic 5 image sensor 16.1 megapixel resolution High-sensitivity image sensor 5x optical zoom 1080p video shooting [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/canon-powershot-elph-530-hs.jpg" rel="lightbox[3005]"><img class="alignleft size-full wp-image-3007" title="canon-powershot-elph-530-hs" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/canon-powershot-elph-530-hs.jpg" alt="canon powershot elph 530 hs Canon Powershot ELPH 530 HS, 320 HS รุ่นใหม่มาพร้อม Wi Fi" width="200" height="150" /></a>ใครว่ากล้องคอมแพ็คความสามารถจะด้อยกว่ามือถือแล้วก็ต้องคิดกันใหม่ เมื่อ Canon เริ่มออกกล้องที่รองรับระบบ Wi-Fi ตัวแรกของค่ายออกมาสู่ท้องตลาดแล้วในรุ่นที่มีชื่อว่า Canon Powershot ELPH 530 HS และ 320 HS<span id="more-3005"></span></p>
<div id="attachment_3008" class="wp-caption aligncenter" style="width: 522px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/Canon-ELPH-530-HS-Large.jpg" rel="lightbox[3005]"><img class="size-full wp-image-3008 " title="Canon-ELPH-530-HS-Large" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/Canon-ELPH-530-HS-Large.jpg" alt="Canon ELPH 530 HS Large Canon Powershot ELPH 530 HS, 320 HS รุ่นใหม่มาพร้อม Wi Fi" width="512" height="288" /></a><p class="wp-caption-text">Canon Powershot ELPH 530 HS</p></div>
<p>เริ่มจากรุ่นใหญ่อย่าง 530 HS กันก่อน</p>
<ul>
<li><strong>Digic 5 image sensor</strong></li>
<li><strong>10 megapixel resolution</strong></li>
<li><strong>High-sensitivity image sensor</strong></li>
<li><strong>12x optical zoom</strong></li>
<li><strong>1080p video shooting</strong></li>
</ul>
<div id="attachment_3009" class="wp-caption aligncenter" style="width: 522px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/Canon-ELPH-320-HS-Large.jpg" rel="lightbox[3005]"><img class="size-full wp-image-3009 " title="Canon-ELPH-320-HS-Large" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/Canon-ELPH-320-HS-Large.jpg" alt="Canon ELPH 320 HS Large Canon Powershot ELPH 530 HS, 320 HS รุ่นใหม่มาพร้อม Wi Fi" width="512" height="288" /></a><p class="wp-caption-text">Canon Powershot ELPH 320 HS</p></div>
<p>ต่อมาเป็นรุ่นเล็กอย่าง 320 HS มีสเปคคร่าวๆ ดังนี้ครับ</p>
<ul>
<li><strong>Digic 5 image sensor</strong></li>
<li><strong>16.1 megapixel resolution</strong></li>
<li><strong>High-sensitivity image sensor</strong></li>
<li><strong>5x optical zoom</strong></li>
<li><strong>1080p video shooting</strong></li>
</ul>
<p>หากจะว่าไปสองรุ่นนี้มันก็คือ 520 HS และ 110 HS ที่มีการเพิ่มลูกเล่นเกี่ยวกับ Wi-Fi เข้ามานั่นเอง ว่าแต่เจ้า Wi-Fi นี้มันจะทำอะไรให้กับเราได้บ้าง แน่นอนว่าสามารถแชร์รูปภาพลงบริการต่างๆ ออนไลน์ได้ทันทีผ่านอินเตอร์เน็ต ขอแค่คุณอยู่ในรัศมีทำการของ Wi-Fi นอกจากนี้หากคุณมีโทรศัพท์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ iOS (มันก็คือไอโฟนนั่นแหละ) ทาง Canon จะปล่อย application ที่มีชื่อว่า <em>CanonWindow</em> ให้คุณสามารถส่งรูปภาพจากกล้องนั้นเข้ามือถือได้ทันที โดย app ตัวนี้จะเปิดให้ดาวน์โหลดในเดือนมีนาคมนี้ ส่วนชาว Android ก็ต้องรอกันอีกสองเดือนครับเพราะเขาจะเปิดให้โหลดในเดือนพฤษภาคม</p>
<p>ส่วนราคาของกล้องสองตัวนี้มีดังนี้ครับ: <strong>Canon Powershot ELPH 530 HS</strong> ราคาจะอยู่ที่ $350 ตีเป็นเงินไทยแบบกลมๆ ก็น่าจะประมาณ 12,000 บาท ส่วน <strong>Canon Powershot ELPH 320 HS</strong> ตัวนี้ราคาจะถูกกว่าคืออยู่ที่ $280 ตีเป็นราคาไทยก็อยู่ที่ประมาณ 10,000 บาทครับผม งานนี้อยากได้คุณภาพของรูปที่สวยๆ พร้อมอัพโหลดรูป Facebook ได้ทันทีคงต้องพิจารณาตัวนี้กันหน่อยละ</p>
<p>Source: <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://usa.canon.com/cusa/consumer/products/cameras/digital_cameras">Canon</a>, <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://gizmodo.com/5882845/canon-powershot-elph-530-hs-now-with-wi+fi-inside/gallery/1">Gizmodo</a></p>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2012%2F02%2F07%2Fcanon-powershot-elph-530-hs-wifi%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2012/02/07/canon-powershot-elph-530-hs-wifi/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฆ่า Malware ด้วยโปรแกรม Malwarebytes Anti-Malware</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2012/01/23/%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1-malwarebytes-anti-malware/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2012/01/23/%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1-malwarebytes-anti-malware/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 04:27:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Software]]></category>
		<category><![CDATA[Malwarebytes Anti Malware]]></category>
		<category><![CDATA[กำจัด Malware]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=2998</guid>
		<description><![CDATA[ภัยของคอมพิวเตอร์นอกจากไวรัสแล้ว Malware หรือโปรแกรมที่แอบแฝงภายในเครื่องก็ถือว่าน่ากลัวไม่แพ้กัน เนื่องจากนอกจากจะสร้างความรำคาญให้กับเราตอนใช้คอมพิวเตอร์แล้ว บางตัวยังมีความสามารถในการขโมยข้อมูลส่วนตัวบางอย่างของเราได้อีกต่างหาก ฉะนั้นวันนี้ผมจะมาแนะนำโปรแกรมตัวนึงที่มีประสิทธิภาพในการปราบเจ้าตัวร้ายพวกนี้กัน นั่นก็คือ Malwarebytes Anti-Malware ครับ &#160; Malwarebytes Anti-Malware เป็นโปรแกรมกำจัด Malware ตัวนึงที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมากไม่แพ้โปรแกรมกำจัด Spyware ที่ผมเคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้อย่าง SUPERAntiSpyware โดยโปรแกรมตัวนี้มีลูกเล่นหลายอย่างที่โปรแกรมประเภทนี้ควรจะมี ตั้งแต่การสแกน ฐานข้อมูลที่อัพเดทสม่ำเสมอ การกักกันตัว Malware ไม่ให้ออกอาละวาด และอื่นๆ ที่น่าสนใจ โดยโปรแกรมตัวนี้ที่ผมนำมาให้โหลดหากต้องการใช้ฆ่าพวก Malware สามารถใช้งานได้ดีถึงแม้ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นทดลองใช้ก็ตาม สำหรับวิธีใช้ผมแนะนำให้อัพเดทตัวฐานข้อมูลตั้งแต่ครั้งแรก (ติดตั้งไปรอบแรกหลังเปิดโปรแกรมมันจะถามเลยครับ) แล้วใช้ Perform Full Scan ถึงจะนานหน่อยแต่ก็เป็นการสแกนแบบละเอียดยิบทุกซอก ทำให้มั่นใจว่าเครื่องเราจะปลอดจากโปรแกรม Malware ครับ ส่วนตัวโปรแกรมดาวน์โหลดได้จากลิงก์นี้เลยครับ Download Malwarebytes Anti-Malware]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/01/Malware.jpg" rel="lightbox[2998]"><img class="aligncenter size-full wp-image-3000" title="Malware" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/01/Malware.jpg" alt="Malware ฆ่า Malware ด้วยโปรแกรม Malwarebytes Anti Malware" width="450" height="372" /></a></p>
<p>ภัยของคอมพิวเตอร์นอกจากไวรัสแล้ว Malware หรือโปรแกรมที่แอบแฝงภายในเครื่องก็ถือว่าน่ากลัวไม่แพ้กัน เนื่องจากนอกจากจะสร้างความรำคาญให้กับเราตอนใช้คอมพิวเตอร์แล้ว บางตัวยังมีความสามารถในการขโมยข้อมูลส่วนตัวบางอย่างของเราได้อีกต่างหาก ฉะนั้นวันนี้ผมจะมาแนะนำโปรแกรมตัวนึงที่มีประสิทธิภาพในการปราบเจ้าตัวร้ายพวกนี้กัน นั่นก็คือ <strong>Malwarebytes Anti-Malware</strong> ครับ</p>
<p><span id="more-2998"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/01/Malwarebytes-Anti-Malware.jpg" rel="lightbox[2998]"><img class="aligncenter" title="Malwarebytes Anti-Malware" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/01/Malwarebytes-Anti-Malware-e1327291963492.jpg" alt="Malwarebytes Anti Malware e1327291963492 ฆ่า Malware ด้วยโปรแกรม Malwarebytes Anti Malware" width="600" height="555" /></a></p>
<p style="text-align: left;">Malwarebytes Anti-Malware เป็นโปรแกรมกำจัด Malware ตัวนึงที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมากไม่แพ้โปรแกรมกำจัด Spyware ที่ผมเคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้อย่าง <a href="http://www.techblog.in.th/2009/12/01/remove-spyware-with-superantispyware/">SUPERAntiSpyware</a> โดยโปรแกรมตัวนี้มีลูกเล่นหลายอย่างที่โปรแกรมประเภทนี้ควรจะมี ตั้งแต่การสแกน ฐานข้อมูลที่อัพเดทสม่ำเสมอ การกักกันตัว Malware ไม่ให้ออกอาละวาด และอื่นๆ ที่น่าสนใจ โดยโปรแกรมตัวนี้ที่ผมนำมาให้โหลดหากต้องการใช้ฆ่าพวก Malware สามารถใช้งานได้ดีถึงแม้ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นทดลองใช้ก็ตาม สำหรับวิธีใช้ผมแนะนำให้อัพเดทตัวฐานข้อมูลตั้งแต่ครั้งแรก (ติดตั้งไปรอบแรกหลังเปิดโปรแกรมมันจะถามเลยครับ) แล้วใช้ <strong>Perform Full Scan</strong> ถึงจะนานหน่อยแต่ก็เป็นการสแกนแบบละเอียดยิบทุกซอก ทำให้มั่นใจว่าเครื่องเราจะปลอดจากโปรแกรม Malware ครับ</p>
<p style="text-align: left;">ส่วนตัวโปรแกรมดาวน์โหลดได้จากลิงก์นี้เลยครับ</p>
<h1 style="text-align: left;"><a href="http://www.techblog.in.th/2009/12/01/remove-spyware-with-superantispyware/">Download Malwarebytes Anti-Malware</a></h1>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2012%2F01%2F23%2F%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%258c%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%2594-%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a1-malwarebytes-anti-malware%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2012/01/23/%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1-malwarebytes-anti-malware/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Canon Powershot G1X สุดยอดกล้องคอมแพ็คจาก Canon</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2012/01/14/canon-powershot-g1x-announced/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2012/01/14/canon-powershot-g1x-announced/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 14 Jan 2012 05:00:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Photography]]></category>
		<category><![CDATA[Photography - Gear]]></category>
		<category><![CDATA[Canon]]></category>
		<category><![CDATA[Canon G1X ราคา]]></category>
		<category><![CDATA[Canon Powershot G1X]]></category>
		<category><![CDATA[Digital Camera]]></category>
		<category><![CDATA[G1X]]></category>
		<category><![CDATA[Powershot G1X]]></category>
		<category><![CDATA[กล้อง G1X]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=2993</guid>
		<description><![CDATA[ใครที่ต้องการกล้องขนาดเล็กพกพาง่ายแต่มีประสิทธิภาพสูง แน่นอนว่า Canon Powershot Series ตอบสนองความต้องการของท่านๆ ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากไม่ต้องเสียเงินเพิ่มกับพวกค่าเลนส์ต่างๆ ที่จะทำให้งบบานปลายออกไปอีก แถมได้ลูกเล่นครบถ้วนกระบวนความแทบจะใกล้เคียงกับกล้อง DSLR ต่อแฟลชก็ยังได้ และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Canon ก็ได้เปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ที่จะมาแทนรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง Powershot G12 ออกมาแล้วในโดยใช้ชื่อรุ่นว่า G1X ครับ สเปคและลูกเล่นที่น่าสนใจของ Powershot G1X G1X มีลูกเล่นและประสิทธิภาพที่สูงขึ้นกว่ารุ่นหน้าอย่างเห็นได้ชัดหากเทียบจากสเปค ทั้งจำนวน megapixel ที่มากถึง 14.3 ล้านพิกเซล นับว่ามากกว่ารุ่นเดิมถึง 4 ล้านพิกเซล แถมพ่วงมาด้วยเซ็นเซอร์รุ่นล่าสุดของ Canon นั่นก็คือ Digic 5 ที่เพิ่มประสิทธิภาพทำให้สามารถถ่ายภาพในที่มืดได้ดีกว่าเดิมมาก อีกหนึ่งลูกเล่นที่โดดเด่นก็คือการใช้จอ LCD แสดงผลขนาด 3.0 นิ้วที่สามารถกางออกมาและบิดเปลี่ยนองศาก็ยังได้อีกต่างหาก เอาเป็นว่าไปดูสเปคที่ผมสรุปมาให้คร่าวๆ ของ Powershot G1X กันเลยครับ ความละเอียดภาพระดับ 14.3 ล้านพิกเซล ใช้ Digic 5 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/01/Canon-Powershot-G1X.jpg" rel="lightbox[2993]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2994" title="Canon-Powershot-G1X" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/01/Canon-Powershot-G1X.jpg" alt="Canon Powershot G1X Canon Powershot G1X สุดยอดกล้องคอมแพ็คจาก Canon" width="547" height="365" /></a></p>
<p>ใครที่ต้องการกล้องขนาดเล็กพกพาง่ายแต่มีประสิทธิภาพสูง แน่นอนว่า Canon Powershot Series ตอบสนองความต้องการของท่านๆ ได้เป็นอย่างดี เนื่องจากไม่ต้องเสียเงินเพิ่มกับพวกค่าเลนส์ต่างๆ ที่จะทำให้งบบานปลายออกไปอีก แถมได้ลูกเล่นครบถ้วนกระบวนความแทบจะใกล้เคียงกับกล้อง DSLR ต่อแฟลชก็ยังได้ และเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา Canon ก็ได้เปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ที่จะมาแทนรุ่นก่อนหน้านี้อย่าง Powershot G12 ออกมาแล้วในโดยใช้ชื่อรุ่นว่า G1X ครับ</p>
<p><span id="more-2993"></span></p>
<h2>สเปคและลูกเล่นที่น่าสนใจของ Powershot G1X</h2>
<p>G1X มีลูกเล่นและประสิทธิภาพที่สูงขึ้นกว่ารุ่นหน้าอย่างเห็นได้ชัดหากเทียบจากสเปค ทั้งจำนวน megapixel ที่มากถึง 14.3 ล้านพิกเซล นับว่ามากกว่ารุ่นเดิมถึง 4 ล้านพิกเซล แถมพ่วงมาด้วยเซ็นเซอร์รุ่นล่าสุดของ Canon นั่นก็คือ Digic 5 ที่เพิ่มประสิทธิภาพทำให้สามารถถ่ายภาพในที่มืดได้ดีกว่าเดิมมาก อีกหนึ่งลูกเล่นที่โดดเด่นก็คือการใช้จอ LCD แสดงผลขนาด 3.0 นิ้วที่สามารถกางออกมาและบิดเปลี่ยนองศาก็ยังได้อีกต่างหาก เอาเป็นว่าไปดูสเปคที่ผมสรุปมาให้คร่าวๆ ของ Powershot G1X กันเลยครับ</p>
<ul>
<li>ความละเอียดภาพระดับ 14.3 ล้านพิกเซล ใช้ Digic 5 image sensor</li>
<li>เลนส์มุมกว้าง 28mm สามารถซูมได้ 4 เท่า รองรับ f-stop ตั้งแต่ f/2.8 จนถึง f/16</li>
<li>ISO สูงสุด 12800</li>
<li>ถ่ายภาพวิดีโอระดับ 1080p</li>
<li>จอ LCD 3.0 นิ้วสามารถพับออกมาและบิดเปลี่ยนองศาได้</li>
<li>รองรับฟอร์แมท jpeg จนถึง raw 14 bit</li>
<li>สามารถใช้แฟลช speedlite ได้ตั้งแต่รุ่นเล็กยัน macro ring ก็ยังไหว</li>
</ul>
<p>จุดเด่นนึงที่โดดเด่นมากที่ผมเห็นคือการใช้เซ็นเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด Digic 5 ทำให้การถ่ายภาพในที่มืดนั้นน่าจะออกมาได้ยอดเยี่ยมไม่แพ้รุ่นที่เคยออกก่อนหน้านี้อย่าง S100 และวิดีโอที่สามารถถ่ายได้ถึงระดับ Full HD ทำให้ได้ภาพที่คมชัดกว่าเดิม เรียกว่าหากคุณไม่ชอบกล้องที่ต้องมาคอยเปลี่ยนเลนส์และอยากได้ขนาดที่เล็ก ตัวนี้ถือว่าน่าจะดีที่สุดในท้องตลาดครับ เพราะหากเทียบกับรุ่นก่อนหน้าอย่าง G12 ถือว่าประสิทธิภาพสูงกว่าในทุกมุมมองเลยก็ว่าได้</p>
<p>ส่วนราคาเปิดตัวอยู่ที่ $799 (ประมาณ 25000 บาท) และจะวางจำหน่ายเดือนหน้าครับ ใครสนใจเตรียมเงินไว้ได้เลย</p>
<p>Source: <a rel="nofollow" target="_blank" href="www.usa.canon.com/cusa/about_canon?pageKeyCode=pressreldetail&amp;docId=0901e02480420c39">Canon USA</a></p>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2012%2F01%2F14%2Fcanon-powershot-g1x-announced%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2012/01/14/canon-powershot-g1x-announced/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Infographic เปรียบเทียบความปลอดภัยระหว่าง Android และ iOS</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2012/01/13/infographic-system-security-android-ios/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2012/01/13/infographic-system-security-android-ios/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2012 10:04:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Gadget]]></category>
		<category><![CDATA[Android]]></category>
		<category><![CDATA[Infographic]]></category>
		<category><![CDATA[iOS]]></category>
		<category><![CDATA[Security]]></category>
		<category><![CDATA[ความปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[เจาระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โทรศัพท์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=2989</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ผมไปเจอ Infographic ที่น่าสนใจอยู่อันนึงเกี่ยวกับความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์สองค่ายใหญ่คือ Android และ iOS ว่าแต่ละค่ายมีจุดเด่นและจุดด้อยแตกต่างกันอย่างไร ก็ถือว่าเอามาให้ดูกันขำๆ บ้านเราไม่ได้ซีเรียสอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก แต่เมื่อมีข่าวออกมาแต่ละครั้งก็ทำเอาสะดุ้งได้เหมือนกัน สรุปได้ง่ายๆ ว่าโทรศัพท์ทั้งสองค่ายมีจุดอ่อนที่แตกต่างกันออกไปเช่น Android ระบบจะค่อนข้างเปิดทำให้ผู้พัฒนาโทรศัพท์แต่ละยี่ห้อสามารถออกแบบ interface ของแต่ละยี่ห้อให้แตกต่างกันออกไปได้ ทำให้มีข้อเสียคือบางครั้งอาจจะทำให้มีโปรแกรมที่ผู้ใช้ไม่ต้องการติดมาด้วย รวมถึงโทรศัพท์ที่ติดสัญญาอยู่ในหลายๆ รุ่นไม่สามารถอัพเดทเป็นเวอร์ชั่นใหม่ ทำให้มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยทำให้ถูกเจาะระบบได้ง่าย ส่วนของฝั่ง Apple ถึงระบบจะปิดกว่าทำให้ไม่สามารถปรับแต่งอะไรได้มากนัก แต่ก็มีเครื่องจำนวนมากที่ไม่สามารถอัพเดทเป็นเวอร์ชั่นใหม่ได้เช่นกัน ซึ่ง iOS ที่มีเวอร์ชั่นต่ำกว่า 4.3 มีความเสี่ยงในการถูกเจาะระบบโดยใช้ช่องว่างผ่านทาง SSL MITM นอกจากนี้หากผู้ใช้ตัดสินใจที่จะ jailbreak หมายความว่าเครื่องของท่านเองก็มีความเสี่ยงที่จะติดพวก malware เพิ่มขึ้นด้วย เคล็ดลับง่ายๆ สิบข้อในการเพิ่มความปลอดภัยให้กับโทรศัพท์ของท่าน 1. เปลี่ยนพาสเวิร์ดของโทรศัพท์อยู่เรื่อยๆ 2. ใช้พาสเวิร์ดที่ไม่สามารถเดาได้ง่ายๆ 3. ตั้งให้โทรศัพท์ล็อคตัวเองอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งานเกิน 5 นาที 4. ปิดระบบ wireless ที่ไม่ได้ใช้งานเช่น wifi, bluetooth ทิ้งไปซะเพื่อป้องกันการเข้าถึงตัวเครื่องโดยที่เราไม่รู้ตัว 5. ลงโปรแกรมจากผู้ให้บริการที่เราไว้ใจเท่านั้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ผมไปเจอ Infographic ที่น่าสนใจอยู่อันนึงเกี่ยวกับความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์สองค่ายใหญ่คือ Android และ iOS ว่าแต่ละค่ายมีจุดเด่นและจุดด้อยแตกต่างกันอย่างไร ก็ถือว่าเอามาให้ดูกันขำๆ บ้านเราไม่ได้ซีเรียสอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก แต่เมื่อมีข่าวออกมาแต่ละครั้งก็ทำเอาสะดุ้งได้เหมือนกัน</p>
<div id="attachment_2990" class="wp-caption aligncenter" style="width: 595px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/01/ios-android.png" rel="lightbox[2989]"><img class="size-full wp-image-2990 " title="ios-android" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/01/ios-android.png" alt="ios android Infographic เปรียบเทียบความปลอดภัยระหว่าง Android และ iOS" width="585" height="1610" /></a><p class="wp-caption-text">Infographic เปรียบเทียบความปลอดภัยระหว่าง Android และ iOS</p></div>
<p>สรุปได้ง่ายๆ ว่าโทรศัพท์ทั้งสองค่ายมีจุดอ่อนที่แตกต่างกันออกไปเช่น Android ระบบจะค่อนข้างเปิดทำให้ผู้พัฒนาโทรศัพท์แต่ละยี่ห้อสามารถออกแบบ interface ของแต่ละยี่ห้อให้แตกต่างกันออกไปได้ ทำให้มีข้อเสียคือบางครั้งอาจจะทำให้มีโปรแกรมที่ผู้ใช้ไม่ต้องการติดมาด้วย รวมถึงโทรศัพท์ที่ติดสัญญาอยู่ในหลายๆ รุ่นไม่สามารถอัพเดทเป็นเวอร์ชั่นใหม่ ทำให้มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยทำให้ถูกเจาะระบบได้ง่าย</p>
<p>ส่วนของฝั่ง Apple ถึงระบบจะปิดกว่าทำให้ไม่สามารถปรับแต่งอะไรได้มากนัก แต่ก็มีเครื่องจำนวนมากที่ไม่สามารถอัพเดทเป็นเวอร์ชั่นใหม่ได้เช่นกัน ซึ่ง iOS ที่มีเวอร์ชั่นต่ำกว่า 4.3 มีความเสี่ยงในการถูกเจาะระบบโดยใช้ช่องว่างผ่านทาง SSL MITM นอกจากนี้หากผู้ใช้ตัดสินใจที่จะ jailbreak หมายความว่าเครื่องของท่านเองก็มีความเสี่ยงที่จะติดพวก malware เพิ่มขึ้นด้วย</p>
<p>เคล็ดลับง่ายๆ สิบข้อในการเพิ่มความปลอดภัยให้กับโทรศัพท์ของท่าน</p>
<p>1. เปลี่ยนพาสเวิร์ดของโทรศัพท์อยู่เรื่อยๆ</p>
<p>2. ใช้พาสเวิร์ดที่ไม่สามารถเดาได้ง่ายๆ</p>
<p>3. ตั้งให้โทรศัพท์ล็อคตัวเองอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งานเกิน 5 นาที</p>
<p>4. ปิดระบบ wireless ที่ไม่ได้ใช้งานเช่น wifi, bluetooth ทิ้งไปซะเพื่อป้องกันการเข้าถึงตัวเครื่องโดยที่เราไม่รู้ตัว</p>
<p>5. ลงโปรแกรมจากผู้ให้บริการที่เราไว้ใจเท่านั้น และอย่าลืมอ่านรายละเอียดก่อนลงโปรแกรม</p>
<p>6. ใช้โปรแกรมเสริมเพื่อเพิ่มความปลอดภัยกับตัวเครื่องเช่น Lookout</p>
<p>7. ใช้โปรแกรมจัดการโทรศัพท์</p>
<p>8. สำรองข้อมูลในเครื่องอย่างสม่ำเสมอ</p>
<p>9. อย่าเข้าเว็บที่เป็นความลับส่วนตัวผ่าน wifi สาธารณะ</p>
<p>10. อัพเดท OS ของท่านอย่างสม่ำเสมอทันทีที่มีเวอร์ชั่นใหม่ออกมา</p>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2012%2F01%2F13%2Finfographic-system-security-android-ios%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2012/01/13/infographic-system-security-android-ios/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Apple iPad 3 รวมข้อมูล (จากข่าวลือ) ที่คุณควรทราบ</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2011/11/24/apple-ipad-3-rumour-report/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2011/11/24/apple-ipad-3-rumour-report/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Nov 2011 12:42:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Hardware]]></category>
		<category><![CDATA[Apple]]></category>
		<category><![CDATA[iPad 2]]></category>
		<category><![CDATA[iPad 3]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=2979</guid>
		<description><![CDATA[iPad 2 ออกมาตั้งแต่ต้นปีถึงตอนนี้ก็ผ่านไปเกินครึ่งปีแล้ว ถึงเวลาที่เราควรที่จะต้องมองไปถึงผลิตภัณฑ์ตัวใหม่เสียที ซึ่งรุ่นใหม่ของ iPad ที่จะมาสานต่อจากรุ่นเดิมนั้นก็มีข่าวลือออกมาอยู่เรื่อยๆ จนถึงช่วงเดือนนี้ข้อมูลหลายอย่างเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โพสต์นี้ผมจะรวบรวมทุกข่าวลือที่มีออกมาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับ iPad 3 มาให้อ่านกัน จอความละเอียดระดับ Retina Display สิ่งนึงที่มีข่าวลือกันหนาหูมากคือเรื่องจอ ที่มีหลายคนคาดหวังว่า iPad 3 จะใช้จอที่มีความละเอียดสูงเทียบเท่ากับ iPhone 4 และ 4s หรือไม่ ดูแล้วเรื่องนี้ถือว่าฟีเจอร์อันดับหนึ่งที่ผู้คนรอคอยกันเลยสำหรับ iPad 3 ดูแล้วจากข่าวที่ออกมานั้น Apple มีการพูดคุยกับผู้ผลิตจอหลายเจ้ามากตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา โดยข่าวลือล่าสุดคือ iPad 3 จะใช้จอขนาด 9.6 นิ้วที่ความละเอียด 2048 x 1536 ซึ่งหากนับเป็นจำนวน pixel ต่อนิ้ว (PPI) แล้วจัดว่าสูงถึง 264 PPI เลยทีเดียว (iPhone 4 อยู่ที่ 356 PPI) โดยจากข่าวที่ออกมานั้นจอจะได้รับการผลิตจากโรงงานของ LG [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2011/11/apple-ipad2.jpg" rel="lightbox[2979]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2983" title="apple-ipad2" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2011/11/apple-ipad2.jpg" alt="apple ipad2 Apple iPad 3 รวมข้อมูล (จากข่าวลือ) ที่คุณควรทราบ" width="438" height="350" /></a></p>
<p>iPad 2 ออกมาตั้งแต่ต้นปีถึงตอนนี้ก็ผ่านไปเกินครึ่งปีแล้ว ถึงเวลาที่เราควรที่จะต้องมองไปถึงผลิตภัณฑ์ตัวใหม่เสียที ซึ่งรุ่นใหม่ของ iPad ที่จะมาสานต่อจากรุ่นเดิมนั้นก็มีข่าวลือออกมาอยู่เรื่อยๆ จนถึงช่วงเดือนนี้ข้อมูลหลายอย่างเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โพสต์นี้ผมจะรวบรวมทุกข่าวลือที่มีออกมาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับ iPad 3 มาให้อ่านกัน</p>
<p><span id="more-2979"></span></p>
<h2>จอความละเอียดระดับ Retina Display</h2>
<p>สิ่งนึงที่มีข่าวลือกันหนาหูมากคือเรื่องจอ ที่มีหลายคนคาดหวังว่า iPad 3 จะใช้จอที่มีความละเอียดสูงเทียบเท่ากับ iPhone 4 และ 4s หรือไม่ ดูแล้วเรื่องนี้ถือว่าฟีเจอร์อันดับหนึ่งที่ผู้คนรอคอยกันเลยสำหรับ iPad 3 ดูแล้วจากข่าวที่ออกมานั้น Apple มีการพูดคุยกับผู้ผลิตจอหลายเจ้ามากตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา โดยข่าวลือล่าสุดคือ<strong> iPad 3 จะใช้จอขนาด 9.6 นิ้วที่ความละเอียด 2048 x 1536</strong> ซึ่งหากนับเป็นจำนวน pixel ต่อนิ้ว (PPI) แล้วจัดว่าสูงถึง 264 PPI เลยทีเดียว (iPhone 4 อยู่ที่ 356 PPI) โดยจากข่าวที่ออกมานั้นจอจะได้รับการผลิตจากโรงงานของ LG และ Samsung ซึ่งโรงงานไหนจะได้ผลิตกันแน่นั้นยังไม่มีข้อมูลที่เป๊ะๆ ออกมาครับ</p>
<h2>อาจวางจำหน่ายต้นปีหน้า</h2>
<p>เรื่องนี้คงเดากันไม่อยากเพราะ Apple มักออกสินค้าของตัวเองตามกำหนดเวลาใกล้ๆ ของเดิมอยู่แล้ว ยิ่งด้วยปีนี้ Apple พยายามที่จะอัพสเปคจอของตัวเองให้มีความละเอียดที่สูงขึ้นซึ่งแน่นอนว่าไม่ง่ายเลยกับการผลิตจอความละเอียดระดับนั้นออกมาจำนวนมากๆ เมื่อกลางปีก็มีข่าวออกมาว่าทางผู้ผลิตจอไม่สามารถผลิตจอได้ทันความต้องการของ Apple แต่จากรายงานของทาง Digitimes บอกว่าผู้ผลิตจอสามารถผลิตจอที่ Apple ต้องการและสามารถส่งมอบได้แล้วหนึ่งล้านชุดในเดือนที่แล้วและสองล้านชุดในเดือนนี้ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีข่าวออกมาว่า iPad 3 อาจออกมาไม่ทันช่วงเวลาเดิมที่เคยวางจำหน่าย แต่จากข้อมูลข้างต้นก็ถือว่าพออุ่นใจได้ไม่น้อยว่าน่าจะออกมาทันกำหนดการเดิม</p>
<h2>อาจใช้ Apple A6 Dual Core Processor</h2>
<p>แม้ว่าซัมซุงจะมีปัญหาเรื่องสิทธิบัตรกับทาง Apple ก่อนหน้านี้ แต่ธุรกิจก็ยังเป็นธุรกิจต่อไป โดยจากรายงานล่าสุดกล่าวว่าทาง Samsung ได้เริ่มทำการผลิตซีพียูตัวใหม่สำหรับ iPad 3 คือ Apple A6 ออกมาแล้วเรียบร้อย ซึ่งซีพียูตัวนี้จะใช้เป็นซีพียูแบบสองแกน (Dual Core) ก็คงไม่เกินความคาดหมายของเราๆ กันสักเท่าไหร่ครับ (ส่วนแบบสี่แกนก็ปล่อยให้ซัมซุงออกกับผลิตภัณฑ์ตัวเองไปก่อน)</p>
<h2>อาจมี dock connector ที่มีขนาดเล็กลง</h2>
<p>อีกหนึ่งกระแสข่าวที่มีการ<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.theipadguide.com/content/leaked-ipad-3-parts-reveal-smaller-dock-connector/71710247">วิเคราะห์ชิ้นส่วนของ iPad 3</a> ที่มีออกมาว่าอาจมีการลดขนาดของพอร์ตเชื่อมต่อลง ไม่ว่าชิ้นส่วนนี้จะเป็นของรุ่นต่อไปหรืออนาคต ก็ไม่แปลกใจเพราะสุดท้ายในอนาคตมันต้องมาแน่นอน</p>
<h2>อาจมีการใช้ NFC</h2>
<p>ตอนนี้ Apple กำลังสนใจเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) มากจนถึงกับจะ<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.cultofmac.com/66825/iphone-5-will-enable-ambitious-remote-computing/">เอาไปใช้กับ iPhone 5</a> ก็ไม่แน่ว่าเราอาจจะเห็น NFC ใน iPad 3 ด้วยก็เป็นไปได้</p>
<h2>อาจมีความจุสูงขึ้น</h2>
<p>ปัจจุบัน flash memory มีราคาถูกลงเรื่อยๆ ไม่เป็นเรื่องแปลกที่ Apple อาจจะมีการเพิ่มรุ่นความจุ 128GB เข้าไปใน iPad 3 เพื่อรองรับ content ที่นับวันจะยิ่งเยอะและขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ</p>
<h2>หนากว่าเดิม</h2>
<p>ถ้า Apple คิดจะใช้จอที่มีความละเอียดสูงกว่าเดิมก็ต้องแลกกับขนาดเครื่องที่หนาขึ้นตามไปด้วย ซึ่งความหนานั้นอาจจะมากขึ้นไม่เกินสองหรือสามมิลลิเมตร</p>
<h2>อาจมีการเพิ่ม Thunderbolt Port</h2>
<p>Apple หวังที่จะลงหลักปักฐานกับ Thunderbolt ก็ไม่น่าจะแปลกใจเท่าไหร่ที่จะเพิ่ม Thunderbolt Port เข้ามาเพื่อทำให้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งพอร์ทนี้ถือว่าเป็นพอร์ทสารพัดประโยชน์และเอามาเล่นอะไรได้อีกเยอะแยะ ก็คงได้เห็นอะไรดีๆ จากทาง Apple กันละครับ</p>
<p>ข้อมูลจาก <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.techradar.com/news/mobile-computing/tablets/ipad-3-rumours-what-you-need-to-know-937498?artc_pg=1">TechRadar</a></p>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2011%2F11%2F24%2Fapple-ipad-3-rumour-report%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2011/11/24/apple-ipad-3-rumour-report/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นับถอยหลังสองเดือน สู่ภาวะ HDD ขาดแคลนทั่วโลก</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2011/10/28/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a0/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2011/10/28/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a0/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Oct 2011 09:06:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[Hard Disk]]></category>
		<category><![CDATA[HDD]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Flood]]></category>
		<category><![CDATA[Western Digital]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ฮาร์ดดิสก์ ราคา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/2011/10/28/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a0/</guid>
		<description><![CDATA[ผลกระทบน้ำท่วมในบ้านเราครั้งนี้หนักหนากว่าที่คิดไว้มากมายนัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหลายอย่างที่มีฐานการผลิตในบ้านเรา ทั้งทางตรง (ประกอบสินค้าขึ้นมาเลย) หรือทางอ้อม (เป็นผู้ส่งวัตถุดิบ) สำหรับวงการพีซีเราคงหนีไม่พ้นเรื่อง HDD ที่เริ่มมีราคาที่ถีบตัวสูงขึ้นหลายร้อยบาทในตอนนี้ โรงงาน Western Digital สองแห่งที่ต้องยุติการผลิตไปนั้นรับผิดชอบการผลิตมากเป็นอันดับสองของจำนวน HDD ที่ส่งออกทั่วโลก แม้แต่คู่แข่ง Seagate ถึงแม้โรงงานจะอยู่รอดปลอดภัย แต่โรงงานที่คอยส่งชิ้นส่วนให้ก็จมอยู่ใต้น้ำหนึ่งในนั้นคือโรงงาน Nidec ที่ผลิตมอเตอร์สำหรับฮาร์ดดิสก์มากถึง 80% ทำให้งานนี้ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า จากการวิเคราะห์ของ TrendForce ผู้ผลิตพีซีตอนนี้มีสต๊อคฮาร์ดดิสก์ในคลังที่จะสามารถนำมาประกอบพีซีได้ประมาณสามถึงสี่อาทิตย์ หากรวมจำนวนของที่ supplier มีนั้นจะสามารถปล่อยของได้อีกประมาณสองเดือนนิดๆ หากข้อมูลเป็นแบบนี้จริง หมายความว่า HDD จะเริ่มขาดตลาดในช่วงเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าโรงงานที่จมน้ำไปนั้นจะสามารถกลับมาเดินสายการผลิตได้หลังจากน้ำลดกี่อาทิตย์หรือกี่เดือน นอกจากนี้ความต้องการพีซี่ี่สูงขึ้นในประเทศจีนก็อาจส่งผลให้ HDD นั้นขาดแคลนเร็วกว่าเดิมขึ้นไปอีก ส่วน SSD นั้นไม่ได้ผลกระทบในตอนนี้ แต่ถึงยังไง SSD ก็ยังถือว่ามีราคาสูงและใช้ในตลาดระดับกลางถึงบนเท่านั้น Source: Xbitlabs]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div align="center"><img style="max-width: 800px;" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2011/10/Western-Digital-Factory-Flood.jpg" height="447" width="596" title="นับถอยหลังสองเดือน สู่ภาวะ HDD ขาดแคลนทั่วโลก" alt="Western Digital Factory Flood นับถอยหลังสองเดือน สู่ภาวะ HDD ขาดแคลนทั่วโลก" /></div>
<p>ผลกระทบน้ำท่วมในบ้านเราครั้งนี้หนักหนากว่าที่คิดไว้มากมายนัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหลายอย่างที่มีฐานการผลิตในบ้านเรา ทั้งทางตรง (ประกอบสินค้าขึ้นมาเลย) หรือทางอ้อม (เป็นผู้ส่งวัตถุดิบ) สำหรับวงการพีซีเราคงหนีไม่พ้นเรื่อง HDD ที่เริ่มมีราคาที่ถีบตัวสูงขึ้นหลายร้อยบาทในตอนนี้ โรงงาน Western Digital สองแห่งที่ต้องยุติการผลิตไปนั้นรับผิดชอบการผลิตมากเป็นอันดับสองของจำนวน HDD ที่ส่งออกทั่วโลก <span id="more-2973"></span>แม้แต่คู่แข่ง Seagate ถึงแม้โรงงานจะอยู่รอดปลอดภัย แต่โรงงานที่คอยส่งชิ้นส่วนให้ก็จมอยู่ใต้น้ำหนึ่งในนั้นคือโรงงาน Nidec ที่ผลิตมอเตอร์สำหรับฮาร์ดดิสก์มากถึง 80% ทำให้งานนี้ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า</p>
<p>จากการวิเคราะห์ของ TrendForce ผู้ผลิตพีซีตอนนี้มีสต๊อคฮาร์ดดิสก์ในคลังที่จะสามารถนำมาประกอบพีซีได้ประมาณสามถึงสี่อาทิตย์ หากรวมจำนวนของที่ supplier มีนั้นจะสามารถปล่อยของได้อีกประมาณสองเดือนนิดๆ หากข้อมูลเป็นแบบนี้จริง หมายความว่า HDD จะเริ่มขาดตลาดในช่วงเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าโรงงานที่จมน้ำไปนั้นจะสามารถกลับมาเดินสายการผลิตได้หลังจากน้ำลดกี่อาทิตย์หรือกี่เดือน นอกจากนี้ความต้องการพีซี่ี่สูงขึ้นในประเทศจีนก็อาจส่งผลให้ HDD นั้นขาดแคลนเร็วกว่าเดิมขึ้นไปอีก</p>
<p>ส่วน SSD นั้นไม่ได้ผลกระทบในตอนนี้ แต่ถึงยังไง SSD ก็ยังถือว่ามีราคาสูงและใช้ในตลาดระดับกลางถึงบนเท่านั้น</p>
<p>Source: <a rel="nofollow" target="_blank" target="_blank" href="http://www.xbitlabs.com/news/storage/display/20111026224606_Industry_Has_Two_Months_of_HDD_Stock_Remaining_Analysts.html">Xbitlabs</a></p>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2011%2F10%2F28%2F%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599-%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a0%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2011/10/28/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

