<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Techblog &#187; Technology</title>
	<atom:link href="http://www.techblog.in.th/category/technology/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.techblog.in.th</link>
	<description>The Technology Notes</description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Feb 2012 17:41:26 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>ปี 2011 ยอดขายพีซีลดลง แต่ผู้คนนิยมใช้งานแบบหลายจอมากขึ้น</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2012/02/09/%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2011-%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b8%b9/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2012/02/09/%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2011-%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b8%b9/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Feb 2012 17:41:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[LCD Monitor]]></category>
		<category><![CDATA[Multi LCD]]></category>
		<category><![CDATA[ยอดขาย PC]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=3038</guid>
		<description><![CDATA[เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ New York Times มีบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับยอดขายพีซีในปี 2011 แน่นอนว่าเป็นปีที่ยากลำบากมากขึ้นสำหรับพีซีเนื่องจากมียอดขายลดลงเนื่องด้วยกระแส tablet กำลังมาแรงไม่หยุดและคิดว่าจะยังไม่แผ่วเอาเสียง่ายๆ โดยยอดขาย PC ในปี 2011 ขายไปได้ประมาณ 130 ล้านเครื่อง ที่น่าสนใจคือจอกลับขายได้มากกว่าตัวพีซีคือ 179 ล้านตัวหมายความว่ามีผู้คนจำนวนหนึ่งซื้อจอไปมากกว่า 1 จอเพื่อใช้กับ Desktop PC เครื่องใหม่ของตัวเอง ดูเหมือนกับว่าผู้คนปัจจุบันจะเน้นการทำงานแบบ multitasking มากกว่าเดิม สิ่งที่ผมหมายถึงก็คือการทำงานไปด้วยหนึ่งหน้าจอ รวมถึงทำอย่างอื่นไปด้วยในอีกหน้าจอหนึ่งเช่นเล่นเฟซบุ๊ก หรือแม้แต่กระทั่งดูหนัง นอกจากนี้ตามสำนักงานหลายแห่งเริ่มมีการเพิ่มจออีกตัวเข้าไปในพื้นที่ทำงาน ทำให้สามารถทำงานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยผลการวิจัยจาก University of Utah กล่าวว่าการใช้จอมากกว่า 1 จอขึ้นไปช่วยลดเวลาในการสลับไปมาระหว่างหน้าต่าง ช่วยลดระยะเวลาได้อย่างต่ำ 10 วินาทีในทุกๆ ห้านาทีของการทำงาน แต่นอกจากผลดีแล้ว ก็ยังมีความเห็นแย้งเช่นกันเช่นนักจิตวิทยาจาก University of Michigan กล่าวว่าการใช้จอหลายจอทำให้สมาธิในการทำงานลดน้อยลงเนื่องจากสายตาอาจต้องกวาดไปมาระหว่างจอตัวอื่นๆ ที่วางอยู่รอบๆ ทำให้แทนที่จะเป็นผลดีกลับกลายเป็นการทำงานไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร ส่วนคุณละคิดว่าการใช้จอหลายจอจะช่วยในเรื่องการทำงานให้ดีขึ้นหรือไม่อย่างไรครับ? Source: New York [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/multi-monitor.jpg" rel="lightbox[3038]"><img class="alignleft size-full wp-image-3039" title="multi-monitor" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/multi-monitor.jpg" alt="multi monitor ปี 2011 ยอดขายพีซีลดลง แต่ผู้คนนิยมใช้งานแบบหลายจอมากขึ้น" width="200" height="150" /></a>เว็บไซต์หนังสือพิมพ์ New York Times มีบทความที่น่าสนใจเกี่ยวกับยอดขายพีซีในปี 2011 แน่นอนว่าเป็นปีที่ยากลำบากมากขึ้นสำหรับพีซีเนื่องจากมียอดขายลดลงเนื่องด้วยกระแส tablet กำลังมาแรงไม่หยุดและคิดว่าจะยังไม่แผ่วเอาเสียง่ายๆ <span id="more-3038"></span>โดยยอดขาย PC ในปี 2011 ขายไปได้ประมาณ 130 ล้านเครื่อง ที่น่าสนใจคือจอกลับขายได้มากกว่าตัวพีซีคือ 179 ล้านตัวหมายความว่ามีผู้คนจำนวนหนึ่งซื้อจอไปมากกว่า 1 จอเพื่อใช้กับ Desktop PC เครื่องใหม่ของตัวเอง ดูเหมือนกับว่าผู้คนปัจจุบันจะเน้นการทำงานแบบ multitasking มากกว่าเดิม สิ่งที่ผมหมายถึงก็คือการทำงานไปด้วยหนึ่งหน้าจอ รวมถึงทำอย่างอื่นไปด้วยในอีกหน้าจอหนึ่งเช่นเล่นเฟซบุ๊ก หรือแม้แต่กระทั่งดูหนัง นอกจากนี้ตามสำนักงานหลายแห่งเริ่มมีการเพิ่มจออีกตัวเข้าไปในพื้นที่ทำงาน ทำให้สามารถทำงานได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น โดยผลการวิจัยจาก University of Utah กล่าวว่าการใช้จอมากกว่า 1 จอขึ้นไปช่วยลดเวลาในการสลับไปมาระหว่างหน้าต่าง ช่วยลดระยะเวลาได้อย่างต่ำ 10 วินาทีในทุกๆ ห้านาทีของการทำงาน</p>
<p>แต่นอกจากผลดีแล้ว ก็ยังมีความเห็นแย้งเช่นกันเช่นนักจิตวิทยาจาก University of Michigan กล่าวว่าการใช้จอหลายจอทำให้สมาธิในการทำงานลดน้อยลงเนื่องจากสายตาอาจต้องกวาดไปมาระหว่างจอตัวอื่นๆ ที่วางอยู่รอบๆ ทำให้แทนที่จะเป็นผลดีกลับกลายเป็นการทำงานไม่ได้ประสิทธิภาพเท่าที่ควร</p>
<p>ส่วนคุณละคิดว่าการใช้จอหลายจอจะช่วยในเรื่องการทำงานให้ดีขึ้นหรือไม่อย่างไรครับ?</p>
<p>Source:<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.nytimes.com/2012/02/08/technology/for-multitaskers-multiple-monitors-improve-office-efficiency.html" rel="nofollow" > New York Times</a></p>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2012%2F02%2F09%2F%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25b5-2011-%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%258b%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%2587-%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%259c%25e0%25b8%25b9%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2012/02/09/%e0%b8%9b%e0%b8%b5-2011-%e0%b8%a2%e0%b8%ad%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%8b%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%94%e0%b8%a5%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%9c%e0%b8%b9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Logitech M600 เมาส์ระบบ Multi-Touch จาก Logitech</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2012/02/08/logitech-m600-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a-multi-touch-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-logitech/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2012/02/08/logitech-m600-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a-multi-touch-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-logitech/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 08 Feb 2012 12:42:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Hardware]]></category>
		<category><![CDATA[Apple Magic Mouse]]></category>
		<category><![CDATA[Logitech M600]]></category>
		<category><![CDATA[Logitech M600 ราคา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=3030</guid>
		<description><![CDATA[สำหรับผู้ใช้ Windows แล้วคงรู้สึกอิจฉาไม่น้อยที่คู่แข่งอย่าง Apple มีเมาส์ระบบสัมผัสอย่าง Magic Mouse ออกมาให้ใช้งานกัน ทำให้การทำงานต่างๆ เป็นไปโดยสะดวกกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการทำงานกับเอกสาร การเล่นเน็ตหรืออื่นๆ ครั้นจะเอามาใช้กับ Windows ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยสมบูรณ์นัก วันนี้ความต้องการของหลายท่านอาจเป็นจริงเมื่อทาง Logitech ออกเมาส์ตัวใหม่ที่รองรับระบบสัมผัสแบบ multi-touch ออกมาให้หาซื้อกันแล้วในชื่อรุ่นว่า M600 ซึ่งรองรับระบบการสั่งการด้วยนิ้ว (gesture) หลากหลายรูปแบบ ดูได้ดังภาพเลย นอกจากนี้ Logitech ยังออกโปรแกรมที่ใช้งานกับเมาส์ตัวนี้มาด้วยชื่อว่า Flow Scroll ทำให้การ scroll หน้าจอนั้นลื่นไหลอย่างกับ smartphone ยังไงอย่างงั้นเชียว ตัวเมาส์ใช้การเชื่อมต่อผ่านระบบไวร์เลสผ่าน Unifying Receiver ของ Logitech เองที่รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆ จากค่ายเดียวกันสูงสุดถึง 6 ตัว เรื่องของแบตเตอรี่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะหาง่ายเปลี่ยนสะดวกใช้แบตฯ แบบ AA เพียงแค่สองก้อน สามารถใช้งานได้สูงสุดถึง 6 เดือนติดต่อกัน หากคุณต้องการเมาส์ที่เบากว่าเดิม ใส่แบตแค่ก้อนเดียวก็สามารถทำงานได้เช่นกัน Logitech [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/logitech-m600.jpg" rel="lightbox[3030]"><img class="alignleft size-full wp-image-3031" title="logitech-m600" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/logitech-m600.jpg" alt="logitech m600 Logitech M600 เมาส์ระบบ Multi Touch จาก Logitech" width="200" height="150" /></a>สำหรับผู้ใช้ Windows แล้วคงรู้สึกอิจฉาไม่น้อยที่คู่แข่งอย่าง Apple มีเมาส์ระบบสัมผัสอย่าง Magic Mouse ออกมาให้ใช้งานกัน ทำให้การทำงานต่างๆ เป็นไปโดยสะดวกกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการทำงานกับเอกสาร การเล่นเน็ตหรืออื่นๆ ครั้นจะเอามาใช้กับ Windows ก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยสมบูรณ์นัก<span id="more-3030"></span></p>
<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/logitech_touch_mouse_m600_1-580x368.jpg" rel="lightbox[3030]"><img class="aligncenter size-full wp-image-3033" title="logitech_touch_mouse_m600_1-580x368" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/logitech_touch_mouse_m600_1-580x368.jpg" alt="logitech touch mouse m600 1 580x368 Logitech M600 เมาส์ระบบ Multi Touch จาก Logitech" width="580" height="368" /></a></p>
<p>วันนี้ความต้องการของหลายท่านอาจเป็นจริงเมื่อทาง Logitech ออกเมาส์ตัวใหม่ที่รองรับระบบสัมผัสแบบ multi-touch ออกมาให้หาซื้อกันแล้วในชื่อรุ่นว่า M600 ซึ่งรองรับระบบการสั่งการด้วยนิ้ว (gesture) หลากหลายรูปแบบ ดูได้ดังภาพเลย</p>
<div id="attachment_3032" class="wp-caption aligncenter" style="width: 531px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/logitech_touch_mouse_m600_5.jpg" rel="lightbox[3030]"><img class="wp-image-3032 " title="logitech_touch_mouse_m600_5" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/logitech_touch_mouse_m600_5.jpg" alt="logitech touch mouse m600 5 Logitech M600 เมาส์ระบบ Multi Touch จาก Logitech" width="521" height="387" /></a><p class="wp-caption-text">ตัวอย่างการใช้ gesture ของ Logitech M600</p></div>
<p style="text-align: left;">นอกจากนี้ Logitech ยังออกโปรแกรมที่ใช้งานกับเมาส์ตัวนี้มาด้วยชื่อว่า Flow Scroll ทำให้การ scroll หน้าจอนั้นลื่นไหลอย่างกับ smartphone ยังไงอย่างงั้นเชียว ตัวเมาส์ใช้การเชื่อมต่อผ่านระบบไวร์เลสผ่าน Unifying Receiver ของ Logitech เองที่รองรับการเชื่อมต่ออุปกรณ์อื่นๆ จากค่ายเดียวกันสูงสุดถึง 6 ตัว เรื่องของแบตเตอรี่ก็ไม่ใช่ปัญหาอะไร เพราะหาง่ายเปลี่ยนสะดวกใช้แบตฯ แบบ AA เพียงแค่สองก้อน สามารถใช้งานได้สูงสุดถึง 6 เดือนติดต่อกัน หากคุณต้องการเมาส์ที่เบากว่าเดิม ใส่แบตแค่ก้อนเดียวก็สามารถทำงานได้เช่นกัน</p>
<p style="text-align: left;">Logitech M600 มีกำหนดการวางจำหน่ายในเดือนนี้และเปิดให้จองแล้วในอเมริกาในราคา $69.99 เหรียญ ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 2,200 บาทครับ</p>
<p style="text-align: left;">Source: <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.logitech.com/en-us/mice-pointers/mice/devices/9480" rel="nofollow" >Logitech</a></p>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2012%2F02%2F08%2Flogitech-m600-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25aa%25e0%25b9%258c%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%259a-multi-touch-%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581-logitech%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2012/02/08/logitech-m600-%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9a%e0%b8%9a-multi-touch-%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-logitech/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข่าวลือรายละเอียด Nvidia Kepler ที่จะใช้ใน GTX 6xx Series</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2012/02/07/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94-nvidia-kepler-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2012/02/07/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94-nvidia-kepler-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Feb 2012 15:43:34 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Hardware]]></category>
		<category><![CDATA[GTX 660]]></category>
		<category><![CDATA[GTX 670]]></category>
		<category><![CDATA[GTX 680]]></category>
		<category><![CDATA[GTX 690]]></category>
		<category><![CDATA[NVIDIA]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=3027</guid>
		<description><![CDATA[AMD เพิ่งออกวางจำหน่ายการ์ดในซีรี่ส์ HD7xxx ไปได้ไม่นาน วันนี้มีรายละเอียดของค่ายคู่แข่งออกมาให้ทราบกันบ้างแล้ว อย่างที่เราทราบกันว่าการ์ดรุ่นใหม่จาก Nvidia ในตระกูล GTX 6xx นี้จะมีรหัสในการพัฒนาว่า Kepler โดยเว็บไซต์ Lenzfire มีข้อมูลที่อ้างว่าเป็นข้อมูลของการ์ดรุ่นใหม่ 6 รุ่นที่จะออกจำหน่ายในอีกไม่ช้าโดยมีข้อมูลดังนี้ครับการ์ดสองตัวแรกจะเป็นรหัสชิป GK106 ที่เป็นการ์ดระดับล่างสุดที่จะหาซื้อกันได้โดยมีสองโมเดลคือ Nvidia GTX 640 และ GTX 650 ผมสรุปข้อมูลให้คร่าวๆ แบบนี้ครับ Nvidia GTX 640 192 stream processors 16 ROPs 128 bit memory bus (88 GB/s) 2GB memory 850 Mhz core frequency เข้ามาแทนที่ GTX 550Ti โดยการ์ดรุ่นนี้จะวางจำหน่ายที่ราคา $139 ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณไม่เกิน 5000 บาท [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/nvidia-kepler-thumb.jpg" rel="lightbox[3027]"><img class="alignleft size-full wp-image-3028" title="nvidia-kepler-thumb" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/nvidia-kepler-thumb.jpg" alt="nvidia kepler thumb ข่าวลือรายละเอียด Nvidia Kepler ที่จะใช้ใน GTX 6xx Series" width="200" height="150" /></a>AMD เพิ่งออกวางจำหน่ายการ์ดในซีรี่ส์ HD7xxx ไปได้ไม่นาน วันนี้มีรายละเอียดของค่ายคู่แข่งออกมาให้ทราบกันบ้างแล้ว อย่างที่เราทราบกันว่าการ์ดรุ่นใหม่จาก Nvidia ในตระกูล GTX 6xx นี้จะมีรหัสในการพัฒนาว่า Kepler โดยเว็บไซต์ Lenzfire มีข้อมูลที่อ้างว่าเป็นข้อมูลของการ์ดรุ่นใหม่ 6 รุ่นที่จะออกจำหน่ายในอีกไม่ช้าโดยมีข้อมูลดังนี้ครับ<span id="more-3027"></span>การ์ดสองตัวแรกจะเป็นรหัสชิป GK106 ที่เป็นการ์ดระดับล่างสุดที่จะหาซื้อกันได้โดยมีสองโมเดลคือ Nvidia GTX 640 และ GTX 650 ผมสรุปข้อมูลให้คร่าวๆ แบบนี้ครับ</p>
<p><strong>Nvidia GTX 640</strong></p>
<ul>
<li>192 stream processors</li>
<li>16 ROPs</li>
<li>128 bit memory bus (88 GB/s)</li>
<li>2GB memory</li>
<li>850 Mhz core frequency</li>
<li>เข้ามาแทนที่ GTX 550Ti</li>
</ul>
<p>โดยการ์ดรุ่นนี้จะวางจำหน่ายที่ราคา $139 ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณไม่เกิน 5000 บาท</p>
<p><strong>Nvidia GTX 650</strong> การ์ดรุ่นนี้จะมีประสิทธิภาพที่สูงกว่า GTX 640 ขึ้นมาอีกเล็กน้อย</p>
<ul>
<li>256 stream processors</li>
<li>192 bit memory bus (132 GB/s)</li>
<li>1.5 GB memory</li>
<li>900 Mhz core frequency</li>
<li>เข้ามาแทนที่ GTX 560</li>
</ul>
<p>วางจำหน่ายในราคา $179 หรือประมาณ 6000 บาท</p>
<p>ส่วนอีกชุดจะเป็นการ์ดใช้ชิปเซ็ตรหัส GK104 เป็นการ์ดระดับกลางซึ่งคิดว่าหลายๆ ท่านคงสนใจกันมากกว่ารุ่นเล็ก ในชุดนี้จะมีการ์ดรุ่นนึงคือ GTX 660 มีสเปคแบบนี้</p>
<ul>
<li>448 stream processors</li>
<li>256 bit memory bus (154 GB/s)</li>
<li>2GB memory</li>
<li>900 Mhz core frequency</li>
<li>ประสิทธิภาพเทียบเคียง GTX 580</li>
<li>ราคา $319 ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 11000 บาท</li>
</ul>
<p>สุดท้ายคงเป็นอาวุธหนักอย่าง GK110 ที่เน้นการ์ดประสิทธิภาพสุดโหด โดยจะมีถึงสี่รุ่นคือ GTX 690 ที่ใช้ GPU ถึงสองตัวในการ์ดเดียวราคา $999 วางจำหน่ายช่วงไตรมาสที่ 3 ปีนี้, GTX 660Ti ที่เพิ่ม stream processor เป็น 768 stream processor มีแรม 1.5 GB ราคาอยู่ที่ $399 วางจำหน่ายช่วงกลางปีนี้โดย Nvidia กล่าวว่าจะแรงกว่าการ์ดคู่แข่งอย่าง HD7950 ประมาณ 10%</p>
<p>อีกตัวเป็นการ์ด GTX 670 ที่มีแรมบนการ์ดถึง 1.75 GB และมี stream processor ถึง 896 ตัว ราคาอยู่ที่ประมาณ $499 หวังมาตีคู่กับการ์ดคู่แข่งอย่าง HD7970 และสุดท้ายการ์ดรุ่นเรือธงอย่าง GTX 680 ที่มาพร้อมแรม 2GB และ 1024 stream processor ราคาอยู่ที่ $649</p>
<p>ส่วนวันวางจำหน่ายนั้นการ์ด GTX 660, 670, 680 จะวางจำหน่ายในเดือนเมษายนนี้</p>
<p>แต่ก่อนอื่นผมบอกไว้ก่อนนิดนึงว่าข้อมูลพวกนี้อาจจะไม่ใช่ข้อมูลจริงๆ ก็ได้ เพราะเว็บไซต์ lenzfire ไม่ใช่เว็บข่าวที่มีความน่าเชื่อถือมากมายนักครับ ถือว่าลองอ่านไว้ขำๆ แล้วกันครับ รายละเอียดอย่างเป็นทางการผมว่าอีกไม่นานน่าจะออกมาให้ได้เห็นกันครับ</p>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2012%2F02%2F07%2F%25e0%25b8%2582%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b0%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2594-nvidia-kepler-%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2588%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2012/02/07/%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%a3%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%94-nvidia-kepler-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Apple ต้องอาจเลิกขาย iPad ในจีน หลังแพ้คดีความ</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2012/02/07/apple-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-ipad-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99-%e0%b8%ab/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2012/02/07/apple-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-ipad-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99-%e0%b8%ab/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 07 Feb 2012 12:49:32 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[Apple]]></category>
		<category><![CDATA[iPad]]></category>
		<category><![CDATA[iPad จีน]]></category>
		<category><![CDATA[คดี apple]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=3023</guid>
		<description><![CDATA[Apple อาจต้องเลิกขาย iPad ทั้งหมดภายในจีนก็เป็นได้ หลังจากที่เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว Apple กลับแพ้คดีเสียเองให้กับบริษัท Proview Technology Shenzhen (ผมขอเรียกย่อๆ ว่า PTS) เกี่ยวกับคดีการละเมิดลิขสิทธิ์คำว่า iPad โดยทาง PTS โต้แย้งว่าเขามีสิทธิ์ที่จะใช้ชื่อนี้ในประเทศจีนได้ ถึงแม้ว่าสุดท้าย Apple จะซื้อลิขสิทธิ์ของชื่อมาจากทางบริษัทสาขาฮ่องกงแล้วก็ตาม แต่ก็ยังแพ้คดีอยู่ดีล่าสุดทาง PTS ได้เรียกร้องต่อศาลให้มีคำสั่งระงับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทุกตัวของบริษัท Apple ที่ใช้ชื่อว่า iPad โดยผ่านกฎหมายของทาง PTS กล่าวว่า &#8220;เราต้องการคำขอโทษจากทาง Apple&#8221; นอกจากนี้ยังมีคดีเคสเดียวกันรออยู่ในศาลที่เซี่ยงไฮ้ด้วย โดย Apple อาจต้องเสียค่าปรับถึง 38 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้กับคดีนี้อีกต่างหาก ประเด็นคือ Apple จะขอโทษรึเปล่า? Source: Gizmodo]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/apple-thumbnail.jpg" rel="lightbox[3023]"><img class="alignleft size-full wp-image-3024" title="apple-thumbnail" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/02/apple-thumbnail.jpg" alt="apple thumbnail Apple ต้องอาจเลิกขาย iPad ในจีน หลังแพ้คดีความ" width="200" height="150" /></a>Apple อาจต้องเลิกขาย iPad ทั้งหมดภายในจีนก็เป็นได้ หลังจากที่เมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว Apple กลับแพ้คดีเสียเองให้กับบริษัท Proview Technology Shenzhen (ผมขอเรียกย่อๆ ว่า PTS) เกี่ยวกับคดีการละเมิดลิขสิทธิ์คำว่า iPad โดยทาง PTS โต้แย้งว่าเขามีสิทธิ์ที่จะใช้ชื่อนี้ในประเทศจีนได้ ถึงแม้ว่าสุดท้าย Apple จะซื้อลิขสิทธิ์ของชื่อมาจากทางบริษัทสาขาฮ่องกงแล้วก็ตาม แต่ก็ยังแพ้คดีอยู่ดี<span id="more-3023"></span>ล่าสุดทาง PTS ได้เรียกร้องต่อศาลให้มีคำสั่งระงับการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทุกตัวของบริษัท Apple ที่ใช้ชื่อว่า iPad โดยผ่านกฎหมายของทาง PTS กล่าวว่า &#8220;เราต้องการคำขอโทษจากทาง Apple&#8221; นอกจากนี้ยังมีคดีเคสเดียวกันรออยู่ในศาลที่เซี่ยงไฮ้ด้วย โดย Apple อาจต้องเสียค่าปรับถึง 38 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ให้กับคดีนี้อีกต่างหาก</p>
<p>ประเด็นคือ Apple จะขอโทษรึเปล่า?</p>
<p>Source: <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://gizmodo.com/5882609/apple-may-have-to-stop-selling-the-ipad-in-china" rel="nofollow" >Gizmodo</a></p>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2012%2F02%2F07%2Fapple-%25e0%25b8%2595%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2588%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2-ipad-%25e0%25b9%2583%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b5%25e0%25b8%2599-%25e0%25b8%25ab%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2012/02/07/apple-%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2-ipad-%e0%b9%83%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%b5%e0%b8%99-%e0%b8%ab/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฆ่า Malware ด้วยโปรแกรม Malwarebytes Anti-Malware</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2012/01/23/%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1-malwarebytes-anti-malware/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2012/01/23/%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1-malwarebytes-anti-malware/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 23 Jan 2012 04:27:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Software]]></category>
		<category><![CDATA[Malwarebytes Anti Malware]]></category>
		<category><![CDATA[กำจัด Malware]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=2998</guid>
		<description><![CDATA[ภัยของคอมพิวเตอร์นอกจากไวรัสแล้ว Malware หรือโปรแกรมที่แอบแฝงภายในเครื่องก็ถือว่าน่ากลัวไม่แพ้กัน เนื่องจากนอกจากจะสร้างความรำคาญให้กับเราตอนใช้คอมพิวเตอร์แล้ว บางตัวยังมีความสามารถในการขโมยข้อมูลส่วนตัวบางอย่างของเราได้อีกต่างหาก ฉะนั้นวันนี้ผมจะมาแนะนำโปรแกรมตัวนึงที่มีประสิทธิภาพในการปราบเจ้าตัวร้ายพวกนี้กัน นั่นก็คือ Malwarebytes Anti-Malware ครับ &#160; Malwarebytes Anti-Malware เป็นโปรแกรมกำจัด Malware ตัวนึงที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมากไม่แพ้โปรแกรมกำจัด Spyware ที่ผมเคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้อย่าง SUPERAntiSpyware โดยโปรแกรมตัวนี้มีลูกเล่นหลายอย่างที่โปรแกรมประเภทนี้ควรจะมี ตั้งแต่การสแกน ฐานข้อมูลที่อัพเดทสม่ำเสมอ การกักกันตัว Malware ไม่ให้ออกอาละวาด และอื่นๆ ที่น่าสนใจ โดยโปรแกรมตัวนี้ที่ผมนำมาให้โหลดหากต้องการใช้ฆ่าพวก Malware สามารถใช้งานได้ดีถึงแม้ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นทดลองใช้ก็ตาม สำหรับวิธีใช้ผมแนะนำให้อัพเดทตัวฐานข้อมูลตั้งแต่ครั้งแรก (ติดตั้งไปรอบแรกหลังเปิดโปรแกรมมันจะถามเลยครับ) แล้วใช้ Perform Full Scan ถึงจะนานหน่อยแต่ก็เป็นการสแกนแบบละเอียดยิบทุกซอก ทำให้มั่นใจว่าเครื่องเราจะปลอดจากโปรแกรม Malware ครับ ส่วนตัวโปรแกรมดาวน์โหลดได้จากลิงก์นี้เลยครับ Download Malwarebytes Anti-Malware]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/01/Malware.jpg" rel="lightbox[2998]"><img class="aligncenter size-full wp-image-3000" title="Malware" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/01/Malware.jpg" alt="Malware ฆ่า Malware ด้วยโปรแกรม Malwarebytes Anti Malware" width="450" height="372" /></a></p>
<p>ภัยของคอมพิวเตอร์นอกจากไวรัสแล้ว Malware หรือโปรแกรมที่แอบแฝงภายในเครื่องก็ถือว่าน่ากลัวไม่แพ้กัน เนื่องจากนอกจากจะสร้างความรำคาญให้กับเราตอนใช้คอมพิวเตอร์แล้ว บางตัวยังมีความสามารถในการขโมยข้อมูลส่วนตัวบางอย่างของเราได้อีกต่างหาก ฉะนั้นวันนี้ผมจะมาแนะนำโปรแกรมตัวนึงที่มีประสิทธิภาพในการปราบเจ้าตัวร้ายพวกนี้กัน นั่นก็คือ <strong>Malwarebytes Anti-Malware</strong> ครับ</p>
<p><span id="more-2998"></span></p>
<p>&nbsp;</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/01/Malwarebytes-Anti-Malware.jpg" rel="lightbox[2998]"><img class="aligncenter" title="Malwarebytes Anti-Malware" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/01/Malwarebytes-Anti-Malware-e1327291963492.jpg" alt="Malwarebytes Anti Malware e1327291963492 ฆ่า Malware ด้วยโปรแกรม Malwarebytes Anti Malware" width="600" height="555" /></a></p>
<p style="text-align: left;">Malwarebytes Anti-Malware เป็นโปรแกรมกำจัด Malware ตัวนึงที่ได้รับความนิยมค่อนข้างมากไม่แพ้โปรแกรมกำจัด Spyware ที่ผมเคยนำเสนอไปก่อนหน้านี้อย่าง <a href="http://www.techblog.in.th/2009/12/01/remove-spyware-with-superantispyware/">SUPERAntiSpyware</a> โดยโปรแกรมตัวนี้มีลูกเล่นหลายอย่างที่โปรแกรมประเภทนี้ควรจะมี ตั้งแต่การสแกน ฐานข้อมูลที่อัพเดทสม่ำเสมอ การกักกันตัว Malware ไม่ให้ออกอาละวาด และอื่นๆ ที่น่าสนใจ โดยโปรแกรมตัวนี้ที่ผมนำมาให้โหลดหากต้องการใช้ฆ่าพวก Malware สามารถใช้งานได้ดีถึงแม้ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นทดลองใช้ก็ตาม สำหรับวิธีใช้ผมแนะนำให้อัพเดทตัวฐานข้อมูลตั้งแต่ครั้งแรก (ติดตั้งไปรอบแรกหลังเปิดโปรแกรมมันจะถามเลยครับ) แล้วใช้ <strong>Perform Full Scan</strong> ถึงจะนานหน่อยแต่ก็เป็นการสแกนแบบละเอียดยิบทุกซอก ทำให้มั่นใจว่าเครื่องเราจะปลอดจากโปรแกรม Malware ครับ</p>
<p style="text-align: left;">ส่วนตัวโปรแกรมดาวน์โหลดได้จากลิงก์นี้เลยครับ</p>
<h1 style="text-align: left;"><a href="http://www.techblog.in.th/2009/12/01/remove-spyware-with-superantispyware/">Download Malwarebytes Anti-Malware</a></h1>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2012%2F01%2F23%2F%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%258c%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%2594-%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%259b%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25a1-malwarebytes-anti-malware%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2012/01/23/%e0%b8%94%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b9%82%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%94-%e0%b9%82%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%a1-malwarebytes-anti-malware/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Infographic เปรียบเทียบความปลอดภัยระหว่าง Android และ iOS</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2012/01/13/infographic-system-security-android-ios/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2012/01/13/infographic-system-security-android-ios/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Jan 2012 10:04:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Gadget]]></category>
		<category><![CDATA[Android]]></category>
		<category><![CDATA[Infographic]]></category>
		<category><![CDATA[iOS]]></category>
		<category><![CDATA[Security]]></category>
		<category><![CDATA[ความปลอดภัย]]></category>
		<category><![CDATA[เจาระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โทรศัพท์]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=2989</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ผมไปเจอ Infographic ที่น่าสนใจอยู่อันนึงเกี่ยวกับความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์สองค่ายใหญ่คือ Android และ iOS ว่าแต่ละค่ายมีจุดเด่นและจุดด้อยแตกต่างกันอย่างไร ก็ถือว่าเอามาให้ดูกันขำๆ บ้านเราไม่ได้ซีเรียสอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก แต่เมื่อมีข่าวออกมาแต่ละครั้งก็ทำเอาสะดุ้งได้เหมือนกัน สรุปได้ง่ายๆ ว่าโทรศัพท์ทั้งสองค่ายมีจุดอ่อนที่แตกต่างกันออกไปเช่น Android ระบบจะค่อนข้างเปิดทำให้ผู้พัฒนาโทรศัพท์แต่ละยี่ห้อสามารถออกแบบ interface ของแต่ละยี่ห้อให้แตกต่างกันออกไปได้ ทำให้มีข้อเสียคือบางครั้งอาจจะทำให้มีโปรแกรมที่ผู้ใช้ไม่ต้องการติดมาด้วย รวมถึงโทรศัพท์ที่ติดสัญญาอยู่ในหลายๆ รุ่นไม่สามารถอัพเดทเป็นเวอร์ชั่นใหม่ ทำให้มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยทำให้ถูกเจาะระบบได้ง่าย ส่วนของฝั่ง Apple ถึงระบบจะปิดกว่าทำให้ไม่สามารถปรับแต่งอะไรได้มากนัก แต่ก็มีเครื่องจำนวนมากที่ไม่สามารถอัพเดทเป็นเวอร์ชั่นใหม่ได้เช่นกัน ซึ่ง iOS ที่มีเวอร์ชั่นต่ำกว่า 4.3 มีความเสี่ยงในการถูกเจาะระบบโดยใช้ช่องว่างผ่านทาง SSL MITM นอกจากนี้หากผู้ใช้ตัดสินใจที่จะ jailbreak หมายความว่าเครื่องของท่านเองก็มีความเสี่ยงที่จะติดพวก malware เพิ่มขึ้นด้วย เคล็ดลับง่ายๆ สิบข้อในการเพิ่มความปลอดภัยให้กับโทรศัพท์ของท่าน 1. เปลี่ยนพาสเวิร์ดของโทรศัพท์อยู่เรื่อยๆ 2. ใช้พาสเวิร์ดที่ไม่สามารถเดาได้ง่ายๆ 3. ตั้งให้โทรศัพท์ล็อคตัวเองอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งานเกิน 5 นาที 4. ปิดระบบ wireless ที่ไม่ได้ใช้งานเช่น wifi, bluetooth ทิ้งไปซะเพื่อป้องกันการเข้าถึงตัวเครื่องโดยที่เราไม่รู้ตัว 5. ลงโปรแกรมจากผู้ให้บริการที่เราไว้ใจเท่านั้น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ผมไปเจอ Infographic ที่น่าสนใจอยู่อันนึงเกี่ยวกับความปลอดภัยของระบบปฏิบัติการบนโทรศัพท์สองค่ายใหญ่คือ Android และ iOS ว่าแต่ละค่ายมีจุดเด่นและจุดด้อยแตกต่างกันอย่างไร ก็ถือว่าเอามาให้ดูกันขำๆ บ้านเราไม่ได้ซีเรียสอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก แต่เมื่อมีข่าวออกมาแต่ละครั้งก็ทำเอาสะดุ้งได้เหมือนกัน</p>
<div id="attachment_2990" class="wp-caption aligncenter" style="width: 595px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/01/ios-android.png" rel="lightbox[2989]"><img class="size-full wp-image-2990 " title="ios-android" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2012/01/ios-android.png" alt="ios android Infographic เปรียบเทียบความปลอดภัยระหว่าง Android และ iOS" width="585" height="1610" /></a><p class="wp-caption-text">Infographic เปรียบเทียบความปลอดภัยระหว่าง Android และ iOS</p></div>
<p>สรุปได้ง่ายๆ ว่าโทรศัพท์ทั้งสองค่ายมีจุดอ่อนที่แตกต่างกันออกไปเช่น Android ระบบจะค่อนข้างเปิดทำให้ผู้พัฒนาโทรศัพท์แต่ละยี่ห้อสามารถออกแบบ interface ของแต่ละยี่ห้อให้แตกต่างกันออกไปได้ ทำให้มีข้อเสียคือบางครั้งอาจจะทำให้มีโปรแกรมที่ผู้ใช้ไม่ต้องการติดมาด้วย รวมถึงโทรศัพท์ที่ติดสัญญาอยู่ในหลายๆ รุ่นไม่สามารถอัพเดทเป็นเวอร์ชั่นใหม่ ทำให้มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยทำให้ถูกเจาะระบบได้ง่าย</p>
<p>ส่วนของฝั่ง Apple ถึงระบบจะปิดกว่าทำให้ไม่สามารถปรับแต่งอะไรได้มากนัก แต่ก็มีเครื่องจำนวนมากที่ไม่สามารถอัพเดทเป็นเวอร์ชั่นใหม่ได้เช่นกัน ซึ่ง iOS ที่มีเวอร์ชั่นต่ำกว่า 4.3 มีความเสี่ยงในการถูกเจาะระบบโดยใช้ช่องว่างผ่านทาง SSL MITM นอกจากนี้หากผู้ใช้ตัดสินใจที่จะ jailbreak หมายความว่าเครื่องของท่านเองก็มีความเสี่ยงที่จะติดพวก malware เพิ่มขึ้นด้วย</p>
<p>เคล็ดลับง่ายๆ สิบข้อในการเพิ่มความปลอดภัยให้กับโทรศัพท์ของท่าน</p>
<p>1. เปลี่ยนพาสเวิร์ดของโทรศัพท์อยู่เรื่อยๆ</p>
<p>2. ใช้พาสเวิร์ดที่ไม่สามารถเดาได้ง่ายๆ</p>
<p>3. ตั้งให้โทรศัพท์ล็อคตัวเองอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ใช้งานเกิน 5 นาที</p>
<p>4. ปิดระบบ wireless ที่ไม่ได้ใช้งานเช่น wifi, bluetooth ทิ้งไปซะเพื่อป้องกันการเข้าถึงตัวเครื่องโดยที่เราไม่รู้ตัว</p>
<p>5. ลงโปรแกรมจากผู้ให้บริการที่เราไว้ใจเท่านั้น และอย่าลืมอ่านรายละเอียดก่อนลงโปรแกรม</p>
<p>6. ใช้โปรแกรมเสริมเพื่อเพิ่มความปลอดภัยกับตัวเครื่องเช่น Lookout</p>
<p>7. ใช้โปรแกรมจัดการโทรศัพท์</p>
<p>8. สำรองข้อมูลในเครื่องอย่างสม่ำเสมอ</p>
<p>9. อย่าเข้าเว็บที่เป็นความลับส่วนตัวผ่าน wifi สาธารณะ</p>
<p>10. อัพเดท OS ของท่านอย่างสม่ำเสมอทันทีที่มีเวอร์ชั่นใหม่ออกมา</p>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2012%2F01%2F13%2Finfographic-system-security-android-ios%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2012/01/13/infographic-system-security-android-ios/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Apple iPad 3 รวมข้อมูล (จากข่าวลือ) ที่คุณควรทราบ</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2011/11/24/apple-ipad-3-rumour-report/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2011/11/24/apple-ipad-3-rumour-report/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 24 Nov 2011 12:42:05 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Hardware]]></category>
		<category><![CDATA[Apple]]></category>
		<category><![CDATA[iPad 2]]></category>
		<category><![CDATA[iPad 3]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=2979</guid>
		<description><![CDATA[iPad 2 ออกมาตั้งแต่ต้นปีถึงตอนนี้ก็ผ่านไปเกินครึ่งปีแล้ว ถึงเวลาที่เราควรที่จะต้องมองไปถึงผลิตภัณฑ์ตัวใหม่เสียที ซึ่งรุ่นใหม่ของ iPad ที่จะมาสานต่อจากรุ่นเดิมนั้นก็มีข่าวลือออกมาอยู่เรื่อยๆ จนถึงช่วงเดือนนี้ข้อมูลหลายอย่างเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โพสต์นี้ผมจะรวบรวมทุกข่าวลือที่มีออกมาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับ iPad 3 มาให้อ่านกัน จอความละเอียดระดับ Retina Display สิ่งนึงที่มีข่าวลือกันหนาหูมากคือเรื่องจอ ที่มีหลายคนคาดหวังว่า iPad 3 จะใช้จอที่มีความละเอียดสูงเทียบเท่ากับ iPhone 4 และ 4s หรือไม่ ดูแล้วเรื่องนี้ถือว่าฟีเจอร์อันดับหนึ่งที่ผู้คนรอคอยกันเลยสำหรับ iPad 3 ดูแล้วจากข่าวที่ออกมานั้น Apple มีการพูดคุยกับผู้ผลิตจอหลายเจ้ามากตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา โดยข่าวลือล่าสุดคือ iPad 3 จะใช้จอขนาด 9.6 นิ้วที่ความละเอียด 2048 x 1536 ซึ่งหากนับเป็นจำนวน pixel ต่อนิ้ว (PPI) แล้วจัดว่าสูงถึง 264 PPI เลยทีเดียว (iPhone 4 อยู่ที่ 356 PPI) โดยจากข่าวที่ออกมานั้นจอจะได้รับการผลิตจากโรงงานของ LG [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2011/11/apple-ipad2.jpg" rel="lightbox[2979]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2983" title="apple-ipad2" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2011/11/apple-ipad2.jpg" alt="apple ipad2 Apple iPad 3 รวมข้อมูล (จากข่าวลือ) ที่คุณควรทราบ" width="438" height="350" /></a></p>
<p>iPad 2 ออกมาตั้งแต่ต้นปีถึงตอนนี้ก็ผ่านไปเกินครึ่งปีแล้ว ถึงเวลาที่เราควรที่จะต้องมองไปถึงผลิตภัณฑ์ตัวใหม่เสียที ซึ่งรุ่นใหม่ของ iPad ที่จะมาสานต่อจากรุ่นเดิมนั้นก็มีข่าวลือออกมาอยู่เรื่อยๆ จนถึงช่วงเดือนนี้ข้อมูลหลายอย่างเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โพสต์นี้ผมจะรวบรวมทุกข่าวลือที่มีออกมาก่อนหน้านี้เกี่ยวกับ iPad 3 มาให้อ่านกัน</p>
<p><span id="more-2979"></span></p>
<h2>จอความละเอียดระดับ Retina Display</h2>
<p>สิ่งนึงที่มีข่าวลือกันหนาหูมากคือเรื่องจอ ที่มีหลายคนคาดหวังว่า iPad 3 จะใช้จอที่มีความละเอียดสูงเทียบเท่ากับ iPhone 4 และ 4s หรือไม่ ดูแล้วเรื่องนี้ถือว่าฟีเจอร์อันดับหนึ่งที่ผู้คนรอคอยกันเลยสำหรับ iPad 3 ดูแล้วจากข่าวที่ออกมานั้น Apple มีการพูดคุยกับผู้ผลิตจอหลายเจ้ามากตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา โดยข่าวลือล่าสุดคือ<strong> iPad 3 จะใช้จอขนาด 9.6 นิ้วที่ความละเอียด 2048 x 1536</strong> ซึ่งหากนับเป็นจำนวน pixel ต่อนิ้ว (PPI) แล้วจัดว่าสูงถึง 264 PPI เลยทีเดียว (iPhone 4 อยู่ที่ 356 PPI) โดยจากข่าวที่ออกมานั้นจอจะได้รับการผลิตจากโรงงานของ LG และ Samsung ซึ่งโรงงานไหนจะได้ผลิตกันแน่นั้นยังไม่มีข้อมูลที่เป๊ะๆ ออกมาครับ</p>
<h2>อาจวางจำหน่ายต้นปีหน้า</h2>
<p>เรื่องนี้คงเดากันไม่อยากเพราะ Apple มักออกสินค้าของตัวเองตามกำหนดเวลาใกล้ๆ ของเดิมอยู่แล้ว ยิ่งด้วยปีนี้ Apple พยายามที่จะอัพสเปคจอของตัวเองให้มีความละเอียดที่สูงขึ้นซึ่งแน่นอนว่าไม่ง่ายเลยกับการผลิตจอความละเอียดระดับนั้นออกมาจำนวนมากๆ เมื่อกลางปีก็มีข่าวออกมาว่าทางผู้ผลิตจอไม่สามารถผลิตจอได้ทันความต้องการของ Apple แต่จากรายงานของทาง Digitimes บอกว่าผู้ผลิตจอสามารถผลิตจอที่ Apple ต้องการและสามารถส่งมอบได้แล้วหนึ่งล้านชุดในเดือนที่แล้วและสองล้านชุดในเดือนนี้ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีข่าวออกมาว่า iPad 3 อาจออกมาไม่ทันช่วงเวลาเดิมที่เคยวางจำหน่าย แต่จากข้อมูลข้างต้นก็ถือว่าพออุ่นใจได้ไม่น้อยว่าน่าจะออกมาทันกำหนดการเดิม</p>
<h2>อาจใช้ Apple A6 Dual Core Processor</h2>
<p>แม้ว่าซัมซุงจะมีปัญหาเรื่องสิทธิบัตรกับทาง Apple ก่อนหน้านี้ แต่ธุรกิจก็ยังเป็นธุรกิจต่อไป โดยจากรายงานล่าสุดกล่าวว่าทาง Samsung ได้เริ่มทำการผลิตซีพียูตัวใหม่สำหรับ iPad 3 คือ Apple A6 ออกมาแล้วเรียบร้อย ซึ่งซีพียูตัวนี้จะใช้เป็นซีพียูแบบสองแกน (Dual Core) ก็คงไม่เกินความคาดหมายของเราๆ กันสักเท่าไหร่ครับ (ส่วนแบบสี่แกนก็ปล่อยให้ซัมซุงออกกับผลิตภัณฑ์ตัวเองไปก่อน)</p>
<h2>อาจมี dock connector ที่มีขนาดเล็กลง</h2>
<p>อีกหนึ่งกระแสข่าวที่มีการ<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.theipadguide.com/content/leaked-ipad-3-parts-reveal-smaller-dock-connector/71710247" rel="nofollow" >วิเคราะห์ชิ้นส่วนของ iPad 3</a> ที่มีออกมาว่าอาจมีการลดขนาดของพอร์ตเชื่อมต่อลง ไม่ว่าชิ้นส่วนนี้จะเป็นของรุ่นต่อไปหรืออนาคต ก็ไม่แปลกใจเพราะสุดท้ายในอนาคตมันต้องมาแน่นอน</p>
<h2>อาจมีการใช้ NFC</h2>
<p>ตอนนี้ Apple กำลังสนใจเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) มากจนถึงกับจะ<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.cultofmac.com/66825/iphone-5-will-enable-ambitious-remote-computing/" rel="nofollow" >เอาไปใช้กับ iPhone 5</a> ก็ไม่แน่ว่าเราอาจจะเห็น NFC ใน iPad 3 ด้วยก็เป็นไปได้</p>
<h2>อาจมีความจุสูงขึ้น</h2>
<p>ปัจจุบัน flash memory มีราคาถูกลงเรื่อยๆ ไม่เป็นเรื่องแปลกที่ Apple อาจจะมีการเพิ่มรุ่นความจุ 128GB เข้าไปใน iPad 3 เพื่อรองรับ content ที่นับวันจะยิ่งเยอะและขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ</p>
<h2>หนากว่าเดิม</h2>
<p>ถ้า Apple คิดจะใช้จอที่มีความละเอียดสูงกว่าเดิมก็ต้องแลกกับขนาดเครื่องที่หนาขึ้นตามไปด้วย ซึ่งความหนานั้นอาจจะมากขึ้นไม่เกินสองหรือสามมิลลิเมตร</p>
<h2>อาจมีการเพิ่ม Thunderbolt Port</h2>
<p>Apple หวังที่จะลงหลักปักฐานกับ Thunderbolt ก็ไม่น่าจะแปลกใจเท่าไหร่ที่จะเพิ่ม Thunderbolt Port เข้ามาเพื่อทำให้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่มีอยู่แล้ว ซึ่งพอร์ทนี้ถือว่าเป็นพอร์ทสารพัดประโยชน์และเอามาเล่นอะไรได้อีกเยอะแยะ ก็คงได้เห็นอะไรดีๆ จากทาง Apple กันละครับ</p>
<p>ข้อมูลจาก <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.techradar.com/news/mobile-computing/tablets/ipad-3-rumours-what-you-need-to-know-937498?artc_pg=1" rel="nofollow" >TechRadar</a></p>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2011%2F11%2F24%2Fapple-ipad-3-rumour-report%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2011/11/24/apple-ipad-3-rumour-report/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>นับถอยหลังสองเดือน สู่ภาวะ HDD ขาดแคลนทั่วโลก</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2011/10/28/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a0/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2011/10/28/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a0/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Oct 2011 09:06:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[Hard Disk]]></category>
		<category><![CDATA[HDD]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Flood]]></category>
		<category><![CDATA[Western Digital]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ฮาร์ดดิสก์ ราคา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/2011/10/28/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a0/</guid>
		<description><![CDATA[ผลกระทบน้ำท่วมในบ้านเราครั้งนี้หนักหนากว่าที่คิดไว้มากมายนัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหลายอย่างที่มีฐานการผลิตในบ้านเรา ทั้งทางตรง (ประกอบสินค้าขึ้นมาเลย) หรือทางอ้อม (เป็นผู้ส่งวัตถุดิบ) สำหรับวงการพีซีเราคงหนีไม่พ้นเรื่อง HDD ที่เริ่มมีราคาที่ถีบตัวสูงขึ้นหลายร้อยบาทในตอนนี้ โรงงาน Western Digital สองแห่งที่ต้องยุติการผลิตไปนั้นรับผิดชอบการผลิตมากเป็นอันดับสองของจำนวน HDD ที่ส่งออกทั่วโลก แม้แต่คู่แข่ง Seagate ถึงแม้โรงงานจะอยู่รอดปลอดภัย แต่โรงงานที่คอยส่งชิ้นส่วนให้ก็จมอยู่ใต้น้ำหนึ่งในนั้นคือโรงงาน Nidec ที่ผลิตมอเตอร์สำหรับฮาร์ดดิสก์มากถึง 80% ทำให้งานนี้ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า จากการวิเคราะห์ของ TrendForce ผู้ผลิตพีซีตอนนี้มีสต๊อคฮาร์ดดิสก์ในคลังที่จะสามารถนำมาประกอบพีซีได้ประมาณสามถึงสี่อาทิตย์ หากรวมจำนวนของที่ supplier มีนั้นจะสามารถปล่อยของได้อีกประมาณสองเดือนนิดๆ หากข้อมูลเป็นแบบนี้จริง หมายความว่า HDD จะเริ่มขาดตลาดในช่วงเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าโรงงานที่จมน้ำไปนั้นจะสามารถกลับมาเดินสายการผลิตได้หลังจากน้ำลดกี่อาทิตย์หรือกี่เดือน นอกจากนี้ความต้องการพีซี่ี่สูงขึ้นในประเทศจีนก็อาจส่งผลให้ HDD นั้นขาดแคลนเร็วกว่าเดิมขึ้นไปอีก ส่วน SSD นั้นไม่ได้ผลกระทบในตอนนี้ แต่ถึงยังไง SSD ก็ยังถือว่ามีราคาสูงและใช้ในตลาดระดับกลางถึงบนเท่านั้น Source: Xbitlabs]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div align="center"><img style="max-width: 800px;" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2011/10/Western-Digital-Factory-Flood.jpg" height="447" width="596" title="นับถอยหลังสองเดือน สู่ภาวะ HDD ขาดแคลนทั่วโลก" alt="Western Digital Factory Flood นับถอยหลังสองเดือน สู่ภาวะ HDD ขาดแคลนทั่วโลก" /></div>
<p>ผลกระทบน้ำท่วมในบ้านเราครั้งนี้หนักหนากว่าที่คิดไว้มากมายนัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหลายอย่างที่มีฐานการผลิตในบ้านเรา ทั้งทางตรง (ประกอบสินค้าขึ้นมาเลย) หรือทางอ้อม (เป็นผู้ส่งวัตถุดิบ) สำหรับวงการพีซีเราคงหนีไม่พ้นเรื่อง HDD ที่เริ่มมีราคาที่ถีบตัวสูงขึ้นหลายร้อยบาทในตอนนี้ โรงงาน Western Digital สองแห่งที่ต้องยุติการผลิตไปนั้นรับผิดชอบการผลิตมากเป็นอันดับสองของจำนวน HDD ที่ส่งออกทั่วโลก <span id="more-2973"></span>แม้แต่คู่แข่ง Seagate ถึงแม้โรงงานจะอยู่รอดปลอดภัย แต่โรงงานที่คอยส่งชิ้นส่วนให้ก็จมอยู่ใต้น้ำหนึ่งในนั้นคือโรงงาน Nidec ที่ผลิตมอเตอร์สำหรับฮาร์ดดิสก์มากถึง 80% ทำให้งานนี้ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า</p>
<p>จากการวิเคราะห์ของ TrendForce ผู้ผลิตพีซีตอนนี้มีสต๊อคฮาร์ดดิสก์ในคลังที่จะสามารถนำมาประกอบพีซีได้ประมาณสามถึงสี่อาทิตย์ หากรวมจำนวนของที่ supplier มีนั้นจะสามารถปล่อยของได้อีกประมาณสองเดือนนิดๆ หากข้อมูลเป็นแบบนี้จริง หมายความว่า HDD จะเริ่มขาดตลาดในช่วงเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าโรงงานที่จมน้ำไปนั้นจะสามารถกลับมาเดินสายการผลิตได้หลังจากน้ำลดกี่อาทิตย์หรือกี่เดือน นอกจากนี้ความต้องการพีซี่ี่สูงขึ้นในประเทศจีนก็อาจส่งผลให้ HDD นั้นขาดแคลนเร็วกว่าเดิมขึ้นไปอีก</p>
<p>ส่วน SSD นั้นไม่ได้ผลกระทบในตอนนี้ แต่ถึงยังไง SSD ก็ยังถือว่ามีราคาสูงและใช้ในตลาดระดับกลางถึงบนเท่านั้น</p>
<p>Source: <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.xbitlabs.com/news/storage/display/20111026224606_Industry_Has_Two_Months_of_HDD_Stock_Remaining_Analysts.html" rel="nofollow" target="_blank" >Xbitlabs</a></p>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2011%2F10%2F28%2F%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599-%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a0%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2011/10/28/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Holodesk เทคโนโลยีแห่งอนาคตจาก Microsoft</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2011/10/24/holodesk-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-m/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2011/10/24/holodesk-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-m/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 Oct 2011 05:09:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Gadget]]></category>
		<category><![CDATA[Holodesk]]></category>
		<category><![CDATA[Hologram]]></category>
		<category><![CDATA[Microsoft Research]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/2011/10/24/holodesk-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-m/</guid>
		<description><![CDATA[Microsoft Research มีของเล่นใหม่ มาให้เราดูกันอยู่เรื่อยๆ ล่าสุดผลงานที่เรารู้จักกันดีก็คือ Kinect ล่าสุดมาอีกแล้วกับของเล่นตัวใหม่ Holodesk แค่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามันต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยีโฮโลแกรมที่เราเห็นกันอยู่ในหนังแนวไซไฟบ่อยๆ จะเป็นจริงได้ก็คราวนี้ละ Holodesk สามารถให้เราเล่นกับวัตถุในจอได้ในรูปแบบสามมิติ โดยนักวิจัยของไมโครซอฟต์ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า Beamsplitter ในการฉายภาพสามมิติบนฉากส่วนการจับการเคลื่อนไหวนั้นใช้ Webcam กว่าเทคโนโลยีตัวนี้จะออกมาให้เราหาซื้อเล่นกันได้คิดว่าคงอีกนานหลายปีเพราะดูแล้วยังไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ครับ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div align="center"><iframe src="http://www.youtube.com/embed/JHL5tJ9ja_w" allowfullscreen="" frameborder="0" height="315" width="560"></iframe></div>
<p>Microsoft Research มีของเล่นใหม่ มาให้เราดูกันอยู่เรื่อยๆ ล่าสุดผลงานที่เรารู้จักกันดีก็คือ Kinect ล่าสุดมาอีกแล้วกับของเล่นตัวใหม่ Holodesk แค่ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามันต้องเกี่ยวกับเทคโนโลยีโฮโลแกรมที่เราเห็นกันอยู่ในหนังแนวไซไฟบ่อยๆ จะเป็นจริงได้ก็คราวนี้ละ</p>
<p>Holodesk สามารถให้เราเล่นกับวัตถุในจอได้ในรูปแบบสามมิติ โดยนักวิจัยของไมโครซอฟต์ใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า Beamsplitter ในการฉายภาพสามมิติบนฉากส่วนการจับการเคลื่อนไหวนั้นใช้ Webcam กว่าเทคโนโลยีตัวนี้จะออกมาให้เราหาซื้อเล่นกันได้คิดว่าคงอีกนานหลายปีเพราะดูแล้วยังไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไหร่ครับ</p>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2011%2F10%2F24%2Fholodesk-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%2584%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2582%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b5%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25ab%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2584%25e0%25b8%2595%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581-m%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2011/10/24/holodesk-%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%84%e0%b9%82%e0%b8%99%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%ab%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b8%ad%e0%b8%99%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%95%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-m/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ภาพถ่ายขอบอวกาศจาก Nikon D300s</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2011/10/24/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-nikon-d300s/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2011/10/24/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-nikon-d300s/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 Oct 2011 03:59:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Photography - Other]]></category>
		<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[D300s]]></category>
		<category><![CDATA[Nikon]]></category>
		<category><![CDATA[Nikon D300s]]></category>
		<category><![CDATA[Space Balloon]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/2011/10/24/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-nikon-d300s/</guid>
		<description><![CDATA[เราเห็นการส่งบอลลูนขึ้นไปเก็บภาพขอบอวกาศมาก็มากแล้ว (ประเทศไทยเราก็มีโครงการอยู่เช่น TSR) แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นการใช้กล้องตัวเล็กๆ เช่นกล่องโทรศัพท์มือถือส่งขึ้นไปเหตุผลนึงคือขนาดที่เล็กและราคาไม่แพง แต่คงน้อยคนที่จะเอากล้องระดับมืออาชีพเช่น DSLR ผูกติดขึ้นไปด้วย วันนี้เรามีโอกาสได้เห็นแล้วเมื่อ Erich Leeth ได้ตัดสินใจส่งกล้อง Nikon D300s พร้อมเลนส์ Tokina 11-16mm f/2.8 ขึ้นไปด้วย ผลที่ได้ก็อย่างที่เห็นกันในภาพด้านบนครับ สนใจสามารถเข้าไปดูได้ที่ Flickr เจ้าของภาพได้เลย Source: Gizmodo]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div align="center"><img style="max-width: 800px;" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2011/10/6248534585_7ba4c6af06.jpg" title="ภาพถ่ายขอบอวกาศจาก Nikon D300s" alt="6248534585 7ba4c6af06 ภาพถ่ายขอบอวกาศจาก Nikon D300s" /></div>
<p>เราเห็นการส่งบอลลูนขึ้นไปเก็บภาพขอบอวกาศมาก็มากแล้ว (ประเทศไทยเราก็มีโครงการอยู่เช่น <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.tsrlab.com/" rel="nofollow" target="_blank" >TSR</a>) แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นการใช้กล้องตัวเล็กๆ เช่นกล่องโทรศัพท์มือถือส่งขึ้นไปเหตุผลนึงคือขนาดที่เล็กและราคาไม่แพง แต่คงน้อยคนที่จะเอากล้องระดับมืออาชีพเช่น DSLR ผูกติดขึ้นไปด้วย วันนี้เรามีโอกาสได้เห็นแล้วเมื่อ Erich Leeth ได้ตัดสินใจส่งกล้อง Nikon D300s พร้อมเลนส์ Tokina 11-16mm f/2.8 ขึ้นไปด้วย ผลที่ได้ก็อย่างที่เห็นกันในภาพด้านบนครับ สนใจสามารถเข้าไปดูได้ที่ <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.flickr.com/photos/astrophotos/sets/72157627781541455/with/6249487983/" rel="nofollow" target="_blank" >Flickr</a> เจ้าของภาพได้เลย</p>
<p>Source: <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.engadget.com/2011/10/23/nikon-d300s-travels-to-the-edge-of-space-survives-to-share-the/" rel="nofollow" target="_blank" >Gizmodo</a></p>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2011%2F10%2F24%2F%25e0%25b8%25a0%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%2596%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a8%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581-nikon-d300s%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2011/10/24/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-nikon-d300s/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

