<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Techblog &#187; Technology &#8211; Other</title>
	<atom:link href="http://www.techblog.in.th/category/technology/technology-other/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.techblog.in.th</link>
	<description>The Technology Notes</description>
	<lastBuildDate>Mon, 23 Jan 2012 04:27:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.2.1</generator>
		<item>
		<title>นับถอยหลังสองเดือน สู่ภาวะ HDD ขาดแคลนทั่วโลก</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2011/10/28/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a0/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2011/10/28/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a0/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 28 Oct 2011 09:06:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[Hard Disk]]></category>
		<category><![CDATA[HDD]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand Flood]]></category>
		<category><![CDATA[Western Digital]]></category>
		<category><![CDATA[น้ำท่วม]]></category>
		<category><![CDATA[ฮาร์ดดิสก์ ราคา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/2011/10/28/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a0/</guid>
		<description><![CDATA[ผลกระทบน้ำท่วมในบ้านเราครั้งนี้หนักหนากว่าที่คิดไว้มากมายนัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหลายอย่างที่มีฐานการผลิตในบ้านเรา ทั้งทางตรง (ประกอบสินค้าขึ้นมาเลย) หรือทางอ้อม (เป็นผู้ส่งวัตถุดิบ) สำหรับวงการพีซีเราคงหนีไม่พ้นเรื่อง HDD ที่เริ่มมีราคาที่ถีบตัวสูงขึ้นหลายร้อยบาทในตอนนี้ โรงงาน Western Digital สองแห่งที่ต้องยุติการผลิตไปนั้นรับผิดชอบการผลิตมากเป็นอันดับสองของจำนวน HDD ที่ส่งออกทั่วโลก แม้แต่คู่แข่ง Seagate ถึงแม้โรงงานจะอยู่รอดปลอดภัย แต่โรงงานที่คอยส่งชิ้นส่วนให้ก็จมอยู่ใต้น้ำหนึ่งในนั้นคือโรงงาน Nidec ที่ผลิตมอเตอร์สำหรับฮาร์ดดิสก์มากถึง 80% ทำให้งานนี้ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า จากการวิเคราะห์ของ TrendForce ผู้ผลิตพีซีตอนนี้มีสต๊อคฮาร์ดดิสก์ในคลังที่จะสามารถนำมาประกอบพีซีได้ประมาณสามถึงสี่อาทิตย์ หากรวมจำนวนของที่ supplier มีนั้นจะสามารถปล่อยของได้อีกประมาณสองเดือนนิดๆ หากข้อมูลเป็นแบบนี้จริง หมายความว่า HDD จะเริ่มขาดตลาดในช่วงเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าโรงงานที่จมน้ำไปนั้นจะสามารถกลับมาเดินสายการผลิตได้หลังจากน้ำลดกี่อาทิตย์หรือกี่เดือน นอกจากนี้ความต้องการพีซี่ี่สูงขึ้นในประเทศจีนก็อาจส่งผลให้ HDD นั้นขาดแคลนเร็วกว่าเดิมขึ้นไปอีก ส่วน SSD นั้นไม่ได้ผลกระทบในตอนนี้ แต่ถึงยังไง SSD ก็ยังถือว่ามีราคาสูงและใช้ในตลาดระดับกลางถึงบนเท่านั้น Source: Xbitlabs]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div align="center"><img style="max-width: 800px;" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2011/10/Western-Digital-Factory-Flood.jpg" height="447" width="596" title="นับถอยหลังสองเดือน สู่ภาวะ HDD ขาดแคลนทั่วโลก" alt="Western Digital Factory Flood นับถอยหลังสองเดือน สู่ภาวะ HDD ขาดแคลนทั่วโลก" /></div>
<p>ผลกระทบน้ำท่วมในบ้านเราครั้งนี้หนักหนากว่าที่คิดไว้มากมายนัก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหลายอย่างที่มีฐานการผลิตในบ้านเรา ทั้งทางตรง (ประกอบสินค้าขึ้นมาเลย) หรือทางอ้อม (เป็นผู้ส่งวัตถุดิบ) สำหรับวงการพีซีเราคงหนีไม่พ้นเรื่อง HDD ที่เริ่มมีราคาที่ถีบตัวสูงขึ้นหลายร้อยบาทในตอนนี้ โรงงาน Western Digital สองแห่งที่ต้องยุติการผลิตไปนั้นรับผิดชอบการผลิตมากเป็นอันดับสองของจำนวน HDD ที่ส่งออกทั่วโลก <span id="more-2973"></span>แม้แต่คู่แข่ง Seagate ถึงแม้โรงงานจะอยู่รอดปลอดภัย แต่โรงงานที่คอยส่งชิ้นส่วนให้ก็จมอยู่ใต้น้ำหนึ่งในนั้นคือโรงงาน Nidec ที่ผลิตมอเตอร์สำหรับฮาร์ดดิสก์มากถึง 80% ทำให้งานนี้ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า</p>
<p>จากการวิเคราะห์ของ TrendForce ผู้ผลิตพีซีตอนนี้มีสต๊อคฮาร์ดดิสก์ในคลังที่จะสามารถนำมาประกอบพีซีได้ประมาณสามถึงสี่อาทิตย์ หากรวมจำนวนของที่ supplier มีนั้นจะสามารถปล่อยของได้อีกประมาณสองเดือนนิดๆ หากข้อมูลเป็นแบบนี้จริง หมายความว่า HDD จะเริ่มขาดตลาดในช่วงเดือนธันวาคมเป็นต้นไป ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าโรงงานที่จมน้ำไปนั้นจะสามารถกลับมาเดินสายการผลิตได้หลังจากน้ำลดกี่อาทิตย์หรือกี่เดือน นอกจากนี้ความต้องการพีซี่ี่สูงขึ้นในประเทศจีนก็อาจส่งผลให้ HDD นั้นขาดแคลนเร็วกว่าเดิมขึ้นไปอีก</p>
<p>ส่วน SSD นั้นไม่ได้ผลกระทบในตอนนี้ แต่ถึงยังไง SSD ก็ยังถือว่ามีราคาสูงและใช้ในตลาดระดับกลางถึงบนเท่านั้น</p>
<p>Source: <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.xbitlabs.com/news/storage/display/20111026224606_Industry_Has_Two_Months_of_HDD_Stock_Remaining_Analysts.html" rel="nofollow" target="_blank" >Xbitlabs</a></p>
<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2011%2F10%2F28%2F%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%2596%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25ab%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2587%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2587%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b7%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%2599-%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25b9%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25a0%2F&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;height=80" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:80px;" allowTransparency="true"></iframe>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2011/10/28/%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%a2%e0%b8%ab%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%99-%e0%b8%aa%e0%b8%b9%e0%b9%88%e0%b8%a0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ภาพถ่ายขอบอวกาศจาก Nikon D300s</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2011/10/24/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-nikon-d300s/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2011/10/24/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-nikon-d300s/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 24 Oct 2011 03:59:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Photography - Other]]></category>
		<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[D300s]]></category>
		<category><![CDATA[Nikon]]></category>
		<category><![CDATA[Nikon D300s]]></category>
		<category><![CDATA[Space Balloon]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/2011/10/24/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-nikon-d300s/</guid>
		<description><![CDATA[เราเห็นการส่งบอลลูนขึ้นไปเก็บภาพขอบอวกาศมาก็มากแล้ว (ประเทศไทยเราก็มีโครงการอยู่เช่น TSR) แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นการใช้กล้องตัวเล็กๆ เช่นกล่องโทรศัพท์มือถือส่งขึ้นไปเหตุผลนึงคือขนาดที่เล็กและราคาไม่แพง แต่คงน้อยคนที่จะเอากล้องระดับมืออาชีพเช่น DSLR ผูกติดขึ้นไปด้วย วันนี้เรามีโอกาสได้เห็นแล้วเมื่อ Erich Leeth ได้ตัดสินใจส่งกล้อง Nikon D300s พร้อมเลนส์ Tokina 11-16mm f/2.8 ขึ้นไปด้วย ผลที่ได้ก็อย่างที่เห็นกันในภาพด้านบนครับ สนใจสามารถเข้าไปดูได้ที่ Flickr เจ้าของภาพได้เลย Source: Gizmodo]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div align="center"><img style="max-width: 800px;" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2011/10/6248534585_7ba4c6af06.jpg" title="ภาพถ่ายขอบอวกาศจาก Nikon D300s" alt="6248534585 7ba4c6af06 ภาพถ่ายขอบอวกาศจาก Nikon D300s" /></div>
<p>เราเห็นการส่งบอลลูนขึ้นไปเก็บภาพขอบอวกาศมาก็มากแล้ว (ประเทศไทยเราก็มีโครงการอยู่เช่น <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.tsrlab.com/" rel="nofollow" target="_blank" >TSR</a>) แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นการใช้กล้องตัวเล็กๆ เช่นกล่องโทรศัพท์มือถือส่งขึ้นไปเหตุผลนึงคือขนาดที่เล็กและราคาไม่แพง แต่คงน้อยคนที่จะเอากล้องระดับมืออาชีพเช่น DSLR ผูกติดขึ้นไปด้วย วันนี้เรามีโอกาสได้เห็นแล้วเมื่อ Erich Leeth ได้ตัดสินใจส่งกล้อง Nikon D300s พร้อมเลนส์ Tokina 11-16mm f/2.8 ขึ้นไปด้วย ผลที่ได้ก็อย่างที่เห็นกันในภาพด้านบนครับ สนใจสามารถเข้าไปดูได้ที่ <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.flickr.com/photos/astrophotos/sets/72157627781541455/with/6249487983/" rel="nofollow" target="_blank" >Flickr</a> เจ้าของภาพได้เลย</p>
<p>Source: <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.engadget.com/2011/10/23/nikon-d300s-travels-to-the-edge-of-space-survives-to-share-the/" rel="nofollow" target="_blank" >Gizmodo</a></p>
<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2011%2F10%2F24%2F%25e0%25b8%25a0%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%2596%25e0%25b9%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%2582%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%259a%25e0%25b8%25ad%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a8%25e0%25b8%2588%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2581-nikon-d300s%2F&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;height=80" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:80px;" allowTransparency="true"></iframe>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2011/10/24/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b8%96%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%81-nikon-d300s/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Mozilla จ่ายเงินค่าหาบั๊กให้แก่เด็กอายุ 12 ปี</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2010/10/27/12-years-old-boy-received-3000-dollar-from-mozilla/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2010/10/27/12-years-old-boy-received-3000-dollar-from-mozilla/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 27 Oct 2010 12:14:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[Bug]]></category>
		<category><![CDATA[Firefox]]></category>
		<category><![CDATA[Mozilla]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=2757</guid>
		<description><![CDATA[Alex Miller เด็กหนุ่มวัย 12 ปีจาก San Jose, California ได้รับเช็คเป็นจำนวนเงินกว่าสามพันเหรียญสหรัฐฯ จากมูลนิธิ Mozilla หลังจากที่เขาสามารถค้นพบบั๊กร้ายแรงเกี่ยวกับอาการ buffer overflow ในฟังก์ชั่น document.write ได้ในโปรแกรม Mozilla Firefox เวอร์ชั่นล่าสุด โดย Alex เองใช้เวลา 90 นาทีในแต่ละวันเป็นเวลา 10 วันในการค้นหาบั๊กตัวนี้ซึ่งก็เป็นบั๊กที่ค่อนข้างสำคัญเสียด้วย เรียกว่าคุ้มค่าแก่การลงทุนเลยทีเดียว เอาเป็นว่าใครสนใจอยากหาบั๊กกับเค้ามั่งก็ลองไปดูได้ใน Mozilla Developer Central ได้เลยนะจ๊ะ Source: DownloadSquad]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter size-full wp-image-2758" title="alex-miller" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/10/alex-miller.jpg" alt="alex miller Mozilla จ่ายเงินค่าหาบั๊กให้แก่เด็กอายุ 12 ปี" width="400" height="301" /></p>
<p>Alex Miller เด็กหนุ่มวัย 12 ปีจาก San Jose, California ได้รับเช็คเป็นจำนวนเงินกว่าสามพันเหรียญสหรัฐฯ จากมูลนิธิ Mozilla หลังจากที่เขาสามารถค้นพบบั๊กร้ายแรงเกี่ยวกับอาการ buffer overflow ในฟังก์ชั่น document.write ได้ในโปรแกรม Mozilla Firefox เวอร์ชั่นล่าสุด โดย Alex เองใช้เวลา 90 นาทีในแต่ละวันเป็นเวลา 10 วันในการค้นหาบั๊กตัวนี้ซึ่งก็เป็นบั๊กที่ค่อนข้างสำคัญเสียด้วย เรียกว่าคุ้มค่าแก่การลงทุนเลยทีเดียว</p>
<p>เอาเป็นว่าใครสนใจอยากหาบั๊กกับเค้ามั่งก็ลองไปดูได้ใน <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.mozilla.org/developer/" rel="nofollow" >Mozilla Developer Central</a> ได้เลยนะจ๊ะ</p>
<p>Source: <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.downloadsquad.com/2010/10/22/mozilla-pays-12-year-old-3000-for-finding-critical-vulnerabilit/" rel="nofollow" >DownloadSquad</a></p>
<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2010%2F10%2F27%2F12-years-old-boy-received-3000-dollar-from-mozilla%2F&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;height=80" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:80px;" allowTransparency="true"></iframe>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2010/10/27/12-years-old-boy-received-3000-dollar-from-mozilla/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>จอแสดงผลแบบ Full HD ที่ใหญ่ที่สุดในโลก</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2010/09/29/new-world-largest-hd-screen-at-charlotte-motor-speed/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2010/09/29/new-world-largest-hd-screen-at-charlotte-motor-speed/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 28 Sep 2010 17:46:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[HD Screen]]></category>
		<category><![CDATA[World Record]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=2732</guid>
		<description><![CDATA[ความต้องการด้านเทคโนโลยีนี่เรียกว่าไม่มีที่สิ้นสุดเลยจริงๆ เมื่อสนามแข่งรถอย่าง Charlotte Motor Speed เตรียมที่จะสร้างจอแสดงผลแบบ HD ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกขึ้นเพื่อใช้ในสนาม โดยมีกำหนดการสร้างในช่วงเดือนหน้าที่จะถึงนี้ โดยผู้ที่รับงานในครั้งนี้คือบริษัทพานาโซนิคนั่นเอง โดยสเปคของจอตัวนี้จะมีขนาดความกว้างอยู่ที่ 200 ฟุต (60 เมตร) และมีความสูงกว่า 80 ฟุต (24 เมตร) และมีน้ำหนักกว่า 168,000 ปอนด์ (ราวๆ 74 ตัน) แสดงผลที่ความละเอียด 720p โดยใช้หลอด LED นับล้านหลอด โดยครั้งนี้ทางพานาโซนิคจะเป็นผู้ดูแลการสร้างทั้งหมดโดยนอกจากตัวจอเองแล้วก็ยังมีห้องควบคุมที่ต้องสร้างขึ้นใหม่ด้วย สำหรับจอตัวนี้ถือว่าแซงเจ้าของสถิติเก่าคือจอที่อยู่ในสนาม Cowboys Stadium นั่นเอง โดยมีความสูงที่ 160 ฟุต (48 เมตร) และความสูง 72 ฟุต (ราว 21 เมตร) แต่ของที่ Cowboys Stadium สามารถแสดงผลได้ที่ความละเอียดสูงสุดที่ 1080p เลยทีเดียวเชียว เห็นแล้วอยากได้มาเล่นเกมเสียจริงๆ จอใหญ่น่าสะใจไม่น้อย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter size-full wp-image-2734" title="charlott-screen" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/09/charlott-screen.jpg" alt="charlott screen จอแสดงผลแบบ Full HD ที่ใหญ่ที่สุดในโลก" width="600" height="185" /></p>
<p>ความต้องการด้านเทคโนโลยีนี่เรียกว่าไม่มีที่สิ้นสุดเลยจริงๆ เมื่อสนามแข่งรถอย่าง Charlotte Motor Speed เตรียมที่จะสร้างจอแสดงผลแบบ HD ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกขึ้นเพื่อใช้ในสนาม โดยมีกำหนดการสร้างในช่วงเดือนหน้าที่จะถึงนี้ โดยผู้ที่รับงานในครั้งนี้คือบริษัทพานาโซนิคนั่นเอง<span id="more-2732"></span></p>
<p>โดยสเปคของจอตัวนี้จะมีขนาดความกว้างอยู่ที่ 200 ฟุต (60 เมตร) และมีความสูงกว่า 80 ฟุต (24 เมตร) และมีน้ำหนักกว่า 168,000 ปอนด์ (ราวๆ 74 ตัน) แสดงผลที่ความละเอียด 720p โดยใช้หลอด LED นับล้านหลอด โดยครั้งนี้ทางพานาโซนิคจะเป็นผู้ดูแลการสร้างทั้งหมดโดยนอกจากตัวจอเองแล้วก็ยังมีห้องควบคุมที่ต้องสร้างขึ้นใหม่ด้วย สำหรับจอตัวนี้ถือว่าแซงเจ้าของสถิติเก่าคือจอที่อยู่ในสนาม Cowboys Stadium นั่นเอง โดยมีความสูงที่ 160 ฟุต (48 เมตร) และความสูง 72 ฟุต (ราว 21 เมตร) แต่ของที่ Cowboys Stadium สามารถแสดงผลได้ที่ความละเอียดสูงสุดที่ 1080p เลยทีเดียวเชียว</p>
<p>เห็นแล้วอยากได้มาเล่นเกมเสียจริงๆ จอใหญ่น่าสะใจไม่น้อย 555</p>
<div id="attachment_2733" class="wp-caption aligncenter" style="width: 614px"><img class="size-full wp-image-2733" title="cowboy-stadium" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/09/cowboy-stadium.jpg" alt="cowboy stadium จอแสดงผลแบบ Full HD ที่ใหญ่ที่สุดในโลก" width="604" height="402" /><p class="wp-caption-text">Cowboys Stadium แชมป์เก่า ที่กำลังกลายเป็นอดีต</p></div>
<p style="text-align: left;">Source: <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.ismashphone.com/2010/09/size-matters-charlotte-motor-speedway-getting-worlds-largest-hd-video-screen.html" rel="nofollow" >ismashphone</a></p>
<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2010%2F09%2F29%2Fnew-world-largest-hd-screen-at-charlotte-motor-speed%2F&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;height=80" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:80px;" allowTransparency="true"></iframe>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2010/09/29/new-world-largest-hd-screen-at-charlotte-motor-speed/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>THX-BluFocus มาตรฐานใหม่ของวงการบันเทิง</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2010/08/11/thx-3d-certificate/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2010/08/11/thx-3d-certificate/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Aug 2010 09:55:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[Blu-Ray]]></category>
		<category><![CDATA[Post Production]]></category>
		<category><![CDATA[THX]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=2631</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ภาพยนตร์แบบสามมิติได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการมาของสื่อที่มีความละเอียดสูงอย่าง Blu-Ray ด้วย มาตรฐานเก่าก็อาจจะดูไม่ทันโลกสักเท่าไหร่ เพราะการทำสื่อสำหรับใช้กับแผ่น BD หรือแบบสามมิติ จะมีสิ่งที่จุกจิกและขั้นตอนเพิ่มขึ้นมาเป็นจำนวนมาก เหตุนี้ THX จึงออกมาตรฐานใหม่มาสำหรับวงการภาพยนตร์และ post production โดยมาตรฐานใหม่นี้จะรองรับการแสดงผลแบบสามมิติด้วย มาตรฐานตัวใหม่นี้เรียกว่า THX-BluFocus ซึ่งข้างในมาตรฐานตัวนี้จะแยกออกเป็นอีกสามหมวดย่อยๆ คือ THX-BluFocus AV Certification: เป็น certificate ที่รับรองว่าผ่านการตรวจสอบทั้งภาพและเสียงว่าสามารถคงคุณภาพของต้นฉบับไว้ได้อย่างครบถ้วน THX-BluFocus Creative Certification:เป็นการตรวจสอบว่าองค์ประกอบต่างๆ ที่เป็นภาพสามมิตินั้นมีผลกระทบต่อผู้รับชมมากน้อยแค่ไหน เช่นหากมีผลกระทบทำให้ผู้ใช้เกิดอาการเมื่อยล้าหรือวิงเวียนในการรับชมก็อาจจะไม่ผ่านครับ แม้แต่เมนูหรือกราฟิกก็ต้องผ่านการทดสอบด้วย THX-BluFocus Interoperability: จะมีการตรวจสอบว่าสื่อนั้นๆ สามารถเล่นได้กับเครื่องเล่นบลูเรย์แบบ 2D หรือ 3D ได้ทุกยี่ห้อหรือไม่ เป็นการลดปัญหาเรื่องความเข้ากันไม่ได้ระหว่างเครื่องเล่นออกไป จากมาตรฐานใหม่ของทาง THX ที่ออกมานั้นแน่นอนว่าจะทำให้ผู้ใช้งานได้รับความสะดวกและความสบายใจในการเลือกซื้อมากขึ้น แต่สิ่งที่ตามมาคือราคาจะเพิ่มขึ้นเพราะค่า license รึเปล่าก็ต้องรอดูกันต่อไปครับ Source: TechRadar]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2632" title="thx" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/08/thx.jpg" alt="thx THX BluFocus มาตรฐานใหม่ของวงการบันเทิง" width="582" height="437" /></p>
<p>ช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ภาพยนตร์แบบสามมิติได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงการมาของสื่อที่มีความละเอียดสูงอย่าง Blu-Ray ด้วย มาตรฐานเก่าก็อาจจะดูไม่ทันโลกสักเท่าไหร่ เพราะการทำสื่อสำหรับใช้กับแผ่น BD หรือแบบสามมิติ จะมีสิ่งที่จุกจิกและขั้นตอนเพิ่มขึ้นมาเป็นจำนวนมาก เหตุนี้ THX จึงออกมาตรฐานใหม่มาสำหรับวงการภาพยนตร์และ post production โดยมาตรฐานใหม่นี้จะรองรับการแสดงผลแบบสามมิติด้วย<span id="more-2631"></span></p>
<p>มาตรฐานตัวใหม่นี้เรียกว่า THX-BluFocus ซึ่งข้างในมาตรฐานตัวนี้จะแยกออกเป็นอีกสามหมวดย่อยๆ คือ</p>
<ul>
<li><strong>THX-BluFocus AV Certification</strong>: เป็น certificate ที่รับรองว่าผ่านการตรวจสอบทั้งภาพและเสียงว่าสามารถคงคุณภาพของต้นฉบับไว้ได้อย่างครบถ้วน</li>
<li><strong>THX-BluFocus Creative Certification:</strong>เป็นการตรวจสอบว่าองค์ประกอบต่างๆ ที่เป็นภาพสามมิตินั้นมีผลกระทบต่อผู้รับชมมากน้อยแค่ไหน เช่นหากมีผลกระทบทำให้ผู้ใช้เกิดอาการเมื่อยล้าหรือวิงเวียนในการรับชมก็อาจจะไม่ผ่านครับ แม้แต่เมนูหรือกราฟิกก็ต้องผ่านการทดสอบด้วย</li>
<li><strong>THX-BluFocus Interoperability</strong>: จะมีการตรวจสอบว่าสื่อนั้นๆ สามารถเล่นได้กับเครื่องเล่นบลูเรย์แบบ 2D หรือ 3D ได้ทุกยี่ห้อหรือไม่ เป็นการลดปัญหาเรื่องความเข้ากันไม่ได้ระหว่างเครื่องเล่นออกไป</li>
</ul>
<p>จากมาตรฐานใหม่ของทาง THX ที่ออกมานั้นแน่นอนว่าจะทำให้ผู้ใช้งานได้รับความสะดวกและความสบายใจในการเลือกซื้อมากขึ้น แต่สิ่งที่ตามมาคือราคาจะเพิ่มขึ้นเพราะค่า license รึเปล่าก็ต้องรอดูกันต่อไปครับ</p>
<p>Source: <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.techradar.com/news/home-cinema/thx-looking-into-physiological-effects-of-3d--709180?src=rss&amp;attr=all" rel="nofollow"  target="_blank">TechRadar</a></p>
<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2010%2F08%2F11%2Fthx-3d-certificate%2F&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;height=80" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:80px;" allowTransparency="true"></iframe>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2010/08/11/thx-3d-certificate/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เทคโนโลยีในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2010</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2010/06/27/3d-production-in-fifa-world-cup-2010/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2010/06/27/3d-production-in-fifa-world-cup-2010/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 26 Jun 2010 17:59:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[3D Production]]></category>
		<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[Broadcasting]]></category>
		<category><![CDATA[Featured Article]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=2502</guid>
		<description><![CDATA[อยากจะเขียนเรื่องนี้มานานแล้วตั้งแต่บอลโลกเริ่มใหม่ๆ แต่ก็ไม่มีโอกาสเสียที มาถึงตอนนี้ก็ยังมีเวลาอีกสองอาทิตย์กว่าๆ หวังว่าคงยังไม่ช้าไป :p ฟุตบอลโลกคราวนี้เป็นฟุตบอลโลกที่มากับเทคโนโลยีใหม่ๆ สมกับเป็นจุดเปลี่ยนของเทคโนโลยี ที่เด่นที่สุดคือเกี่ยวกับภาพและการถ่ายทอดสดนั่นละ สำหรับใครที่อดหลับอดนอนดูกันแทบทุกวัน จะเห็นได้ว่ารอบนี้ภาพดูดีกว่าเดิมเยอะ เรียกว่าภาพช้ามีแทบทุกมุมมองให้ดูจริงๆ และเป็นแบบ super-slow-motion อีกด้วย ดังนั้นบทความนี้จะเอาข้อมูลเกี่ยวกับกล้องและเทคโนโลยีที่ใช้ครั้งนี้มาให้ดูกัน ปีนี้ Sony ที่เป็นสปอนเซอร์ใหญ่นำเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะ 3D เข้ามาใส่ในการแข่งขันครั้งนี้เรียกว่าเต็มเหนี่ยว โปรโมทเสียแทบทุกสื่อเลยทั้งด้านวงการหนัง หรือวงการเกมก็ไม่เว้น ด้วยแคมเปญที่ชื่อว่า 3D World Created by Sony ในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ก็เช่นกัน Sony ขนเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไปในการแข่งขันครั้งนี้อย่างมากมาย แน่นอนว่าการถ่ายทอดครั้งนี้จะถ่ายเป็นสามมิติด้วย แต่ก็เฉพาะในบางประเทศเท่านั้น (อย่างน้อยคือในสหรัฐฯและสเปน) ซึ่งกล้องที่ใช้ในการถ่ายทอดครั้งนี้คือกล้องโมเดล HDC-1500 ที่เป็นกล้องระดับโปรของโซนี่ราคาล้านกว่าบาท (ไม่รวมอุปกรณ์อื่นๆ ถ้ารวมก็หลายล้านอยู่) สำหรับสเปคของตัวนี้ก็มิใช่ธรรมดา โดยผมจะไม่เอารายละเอียดมาลงมากนัก (เพราะผมไม่ใช่ผู้คร่ำหวอดในวงการถ่ายทำภาพยนตร์และสเปคมันยุ่บยั่บน่าปวดขมอง) แต่ผมสรุปให้แบบรวบรัดเอาเป็นว่ามันสามารถถ่ายภาพในระดับ HD ที่ได้คุณภาพของภาพในระดับที่เรียกว่าเยี่ยมยอดและสัญญาณรบกวนต่ำมากในระดับเฟรมเรต 60 เฟรมต่อวินาที และแน่นอนว่าหากจะถ่ายแบบสามมิติก็ต้องใช้กล้องสองตัว (ตัวนึงแทนตาข้างซ้าย อีกตัวแทนด้านขวา)  ส่งเข้าตัวประมวลผล MPE-200 ที่มีแยกต่างหาก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter size-full wp-image-2507" title="3d-world-cup-2010" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/3d-world-cup-2010.jpg" alt="3d world cup 2010 เทคโนโลยีในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2010" width="600" height="400" /></p>
<p>อยากจะเขียนเรื่องนี้มานานแล้วตั้งแต่บอลโลกเริ่มใหม่ๆ แต่ก็ไม่มีโอกาสเสียที มาถึงตอนนี้ก็ยังมีเวลาอีกสองอาทิตย์กว่าๆ หวังว่าคงยังไม่ช้าไป :p</p>
<p>ฟุตบอลโลกคราวนี้เป็นฟุตบอลโลกที่มากับเทคโนโลยีใหม่ๆ สมกับเป็นจุดเปลี่ยนของเทคโนโลยี ที่เด่นที่สุดคือเกี่ยวกับภาพและการถ่ายทอดสดนั่นละ สำหรับใครที่อดหลับอดนอนดูกันแทบทุกวัน จะเห็นได้ว่ารอบนี้ภาพดูดีกว่าเดิมเยอะ เรียกว่าภาพช้ามีแทบทุกมุมมองให้ดูจริงๆ และเป็นแบบ super-slow-motion อีกด้วย ดังนั้นบทความนี้จะเอาข้อมูลเกี่ยวกับกล้องและเทคโนโลยีที่ใช้ครั้งนี้มาให้ดูกัน<span id="more-2502"></span></p>
<p>ปีนี้ Sony ที่เป็นสปอนเซอร์ใหญ่นำเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะ 3D เข้ามาใส่ในการแข่งขันครั้งนี้เรียกว่าเต็มเหนี่ยว โปรโมทเสียแทบทุกสื่อเลยทั้งด้านวงการหนัง หรือวงการเกมก็ไม่เว้น ด้วยแคมเปญที่ชื่อว่า 3D World Created by Sony</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2503" title="3D_logo" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/3D_logo.jpg" alt="3D logo เทคโนโลยีในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2010" width="300" height="300" /></p>
<p style="text-align: left;">ในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ก็เช่นกัน Sony ขนเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไปในการแข่งขันครั้งนี้อย่างมากมาย แน่นอนว่าการถ่ายทอดครั้งนี้จะถ่ายเป็นสามมิติด้วย แต่ก็เฉพาะในบางประเทศเท่านั้น (อย่างน้อยคือในสหรัฐฯและสเปน) ซึ่งกล้องที่ใช้ในการถ่ายทอดครั้งนี้คือกล้องโมเดล HDC-1500 ที่เป็นกล้องระดับโปรของโซนี่ราคาล้านกว่าบาท (ไม่รวมอุปกรณ์อื่นๆ ถ้ารวมก็หลายล้านอยู่)</p>
<div id="attachment_2504" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/sony-hdc-1500.jpg" rel="lightbox[2502]"><img class="size-full wp-image-2504" title="sony-hdc-1500" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/sony-hdc-1500.jpg" alt="sony hdc 1500 เทคโนโลยีในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2010" width="600" height="393" /></a><p class="wp-caption-text">ชุดธรรมดาของ Sony HDC-1500</p></div>
<p style="text-align: left;">สำหรับสเปคของตัวนี้ก็มิใช่ธรรมดา โดยผมจะไม่เอารายละเอียดมาลงมากนัก (เพราะผมไม่ใช่ผู้คร่ำหวอดในวงการถ่ายทำภาพยนตร์และสเปคมันยุ่บยั่บน่าปวดขมอง) แต่ผมสรุปให้แบบรวบรัดเอาเป็นว่ามันสามารถถ่ายภาพในระดับ HD ที่ได้คุณภาพของภาพในระดับที่เรียกว่าเยี่ยมยอดและสัญญาณรบกวนต่ำมากในระดับเฟรมเรต 60 เฟรมต่อวินาที และแน่นอนว่าหากจะถ่ายแบบสามมิติก็ต้องใช้กล้องสองตัว (ตัวนึงแทนตาข้างซ้าย อีกตัวแทนด้านขวา)  ส่งเข้าตัวประมวลผล MPE-200 ที่มีแยกต่างหาก</p>
<div id="attachment_2505" class="wp-caption aligncenter" style="width: 623px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/sample-diagram-mpe-200.jpg" rel="lightbox[2502]"><img class="size-full wp-image-2505" title="sample-diagram-mpe-200" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/sample-diagram-mpe-200.jpg" alt="sample diagram mpe 200 เทคโนโลยีในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2010" width="613" height="201" /></a><p class="wp-caption-text">3D Production System Diagram</p></div>
<div id="attachment_2506" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/sony-mpe-200.jpg" rel="lightbox[2502]"><img class="size-full wp-image-2506 " title="sony-mpe-200" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/sony-mpe-200.jpg" alt="sony mpe 200 เทคโนโลยีในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2010" width="600" height="166" /></a><p class="wp-caption-text">Sony MPE-200 Image Processor</p></div>
<p style="text-align: left;">สำหรับ MPE-200 จะเป็นตัวประมวลผลภาพจากสองกล้องให้ออกมาเป็น 3 มิติด้วยจะดำเนินการทุกอย่างทั้งการชดเชยให้ภาพมีคุณภาพที่เท่าเทียมกัน (สำหรับการทำภาพ 3 มิติจำเป็นที่ต้องให้ภาพจากสองกล้องมีคุณภาพหรือการตั้งค่าเช่น ความสว่าง สีสันหรือความคมชัดที่เท่ากัน) สำหรับการประมวลผลพลังก็เหลือเฟือเพราะหัวใจของมันก็พอจะเดากันออกเพราะใช้ Cell Processor เป็นขุมพลังหลัก หลังจากนั้นก็จะส่งเข้าสู่ switcher เพื่อทำการตัดต่อลำดับภาพต่อไป</p>
<p style="text-align: left;">ถึงบอลโลกคราวนี้เราจะได้ดูกันแบบ HD กันแล้วแต่ครั้งหน้าหาก LCD(LED) TV 3D มีราคาที่ถูกลงเมื่อไหร่และแพร่หลายกันอย่างกว้างขวางเท่ากับ LCD TV ในตอนนี้เราก็อาจจะได้เห็นบอลโลกครั้งหน้ากันแบบสามมิติก็ได้ เพราะอะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ในอีกสี่ปีข้างหน้า สำหรับผมเองถือว่าเทคโนโลยีจะก้าวไปอีกเยอะเลยทีเดียว (ลองเทียบกับสี่ปีที่แล้วก็ได้ครับ ว่าเทคโนโลยีต่างๆ เทียบกับปัจจุบันมันกระโดดไปเยอะแค่ไหน)</p>
<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2010%2F06%2F27%2F3d-production-in-fifa-world-cup-2010%2F&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;height=80" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:80px;" allowTransparency="true"></iframe>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2010/06/27/3d-production-in-fifa-world-cup-2010/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฝันร้ายชาวจานดำ เมื่อ FIFA สั่งบล็อกสัญญาณบอลโลกทาง Thaicom 5</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2010/06/15/world-cup-2010-thaicom-5-scramble-issue/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2010/06/15/world-cup-2010-thaicom-5-scramble-issue/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 Jun 2010 17:21:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[Satellite]]></category>
		<category><![CDATA[Thaicom 5]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=2466</guid>
		<description><![CDATA[บอลโลกรอบนี้มีเหตุการณ์แปลกๆ โผล่มาให้เราเห็นกันเรื่อยๆ ตั้งแต่เรื่องที่ RS ไม่ถ่ายทอดพิธีเปิดทำเอาหลายคนเซ็งเป็ด ต่อมาก็เป็นเรื่องเสียงอันรบกวนโสตประสาทของ วูวูเซล่า เครื่องเป่าอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวแอฟริกาใต้ ที่ผู้เล่นรวมถึงโค้งบางคนถึงกับเรียกร้องจะให้แบนเครื่องดนตรีตัวนี้ออกไปจากสนามกันเลยทีเดียวเชียว แต่ทำไงได้มันก็เอกลักษณ์ของเขานี่หว่า เกิดมาจัดบ้านเราเจอกลองชุดใหญ่เข้าไปฝรั่งก็คงเซ็งเป็ดเหมือนกัน แล้วยังไม่นับเรื่องลูกบอล Jabulani ที่ทำเอานายประตูหลายคนเสียเซลฟ์กันหลายคนเพราะลูกบอลที่เบากว่าปกติ มาถึงวันนี้มีประเด็นโคตรร้อนของผู้ใช้จานดาวเทียมโผล่มาอีก ปัญหาที่ว่านั่นก็คือ FIFA สั่งบล็อกการถ่ายทอดฟุตบอลโลกทางฟรีทีวีบนสัญญาณของ Thaicom 5 ทั้งหมด จากที่ไปคุ้ยๆ มา คนที่ใช้ Thaicom 5 รับสัญญาณไม่ได้ทั้งหมดแน่นอนเพราะโดนสั่งเข้ารหัส (scramble) งานนี้ ฉะนั้นบ้านใครดูสัญญาณฟรีทีวีที่ตอนนี้เพิ่งย้ายไปบน Thaicom 5 ก็โดนกันเป็นแถบๆ นี่เป็นคำชี้แจงจากทางพนักงาน RS ครับ จากทวิตเตอร์ของคุณ Pornpan T. การย้ายดาวเทียมของฟรีทีวีไทยไปอยู่บนไทยคม5 ซึ่งมี footprint กว้างมาก ส่งผลกระทบกับผู้ถือลิขสิทธิ์ใหญ่(มาก)ทางช่องกีฬารายนึงในอินเดีย(1) ฟีฟ่าเล่นงานตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ จะระงับสัญญาณคู่สุดท้ายให้ได้ ต้องร้องขอว่าขอให้คนดูจบไปก่อน แล้วจะแก้ปัญหาทั้งหมดให้ ต้องใช้พลังของ(2) ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการกีฬาบ้านเราท่านนึงต่อสายถึงเล ขาฟีฟ่าเพื่อให้ผ่านเมื่อคืนไปก่อน เช้านี้ก็เรียกประชุมทุกช่อง ไม่มีใครอยาก encryptหรอกค่ะ(3) ทราบว่ากระทบคนดูที่ดูผ่านจานดาวเทียม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/fifa-2010-black.jpg" rel="lightbox[2466]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2468" title="fifa-2010-black" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/fifa-2010-black.jpg" alt="fifa 2010 black ฝันร้ายชาวจานดำ เมื่อ FIFA สั่งบล็อกสัญญาณบอลโลกทาง Thaicom 5" width="300" height="344" /></a></p>
<p>บอลโลกรอบนี้มีเหตุการณ์แปลกๆ โผล่มาให้เราเห็นกันเรื่อยๆ ตั้งแต่เรื่องที่ RS ไม่ถ่ายทอดพิธีเปิดทำเอาหลายคนเซ็งเป็ด ต่อมาก็เป็นเรื่องเสียงอันรบกวนโสตประสาทของ วูวูเซล่า เครื่องเป่าอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวแอฟริกาใต้ ที่ผู้เล่นรวมถึงโค้งบางคนถึงกับเรียกร้องจะให้แบนเครื่องดนตรีตัวนี้ออกไปจากสนามกันเลยทีเดียวเชียว แต่ทำไงได้มันก็เอกลักษณ์ของเขานี่หว่า เกิดมาจัดบ้านเราเจอกลองชุดใหญ่เข้าไปฝรั่งก็คงเซ็งเป็ดเหมือนกัน แล้วยังไม่นับเรื่องลูกบอล Jabulani ที่ทำเอานายประตูหลายคนเสียเซลฟ์กันหลายคนเพราะลูกบอลที่เบากว่าปกติ มาถึงวันนี้มีประเด็นโคตรร้อนของผู้ใช้จานดาวเทียมโผล่มาอีก ปัญหาที่ว่านั่นก็คือ FIFA สั่งบล็อกการถ่ายทอดฟุตบอลโลกทางฟรีทีวีบนสัญญาณของ Thaicom 5 ทั้งหมด<span id="more-2466"></span></p>
<p>จากที่ไปคุ้ยๆ มา คนที่ใช้ Thaicom 5 รับสัญญาณไม่ได้ทั้งหมดแน่นอนเพราะโดนสั่งเข้ารหัส (scramble) งานนี้ ฉะนั้นบ้านใครดูสัญญาณฟรีทีวีที่ตอนนี้เพิ่งย้ายไปบน Thaicom 5 ก็โดนกันเป็นแถบๆ</p>
<p>นี่เป็นคำชี้แจงจากทางพนักงาน RS ครับ จาก<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://twitter.com/KungPornpan" rel="nofollow" >ทวิตเตอร์</a>ของคุณ Pornpan T.</p>
<ul>
<li>การย้ายดาวเทียมของฟรีทีวีไทยไปอยู่บนไทยคม5 ซึ่งมี  footprint กว้างมาก  ส่งผลกระทบกับผู้ถือลิขสิทธิ์ใหญ่(มาก)ทางช่องกีฬารายนึงในอินเดีย(1)</li>
<li>ฟีฟ่าเล่นงานตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ  จะระงับสัญญาณคู่สุดท้ายให้ได้ ต้องร้องขอว่าขอให้คนดูจบไปก่อน  แล้วจะแก้ปัญหาทั้งหมดให้ ต้องใช้พลังของ(2)</li>
<li>ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการกีฬาบ้านเราท่านนึงต่อสายถึงเล ขาฟีฟ่าเพื่อให้ผ่านเมื่อคืนไปก่อน เช้านี้ก็เรียกประชุมทุกช่อง  ไม่มีใครอยาก encryptหรอกค่ะ(3)</li>
<li>ทราบว่ากระทบคนดูที่ดูผ่านจานดาวเทียม  พรุ่งนี้จะประชุมกันแต่เช้าเพื่อหาทางแก้ปัญหากันอีกครั้ง  ทางอาร์เอสและพันธมิตรช่อง3 และ7จะพยายามเต็มที่(4)</li>
<li>อยากขอให้เข้าใจว่า  เราคิดว่าการencryptสัญญาณก็ยังดีกว่าถูกระงับทั้งหมดนะคะ  พรุ่งนี้จะรีบหาทางออกที่ดีที่สุด เราเป็นที่เดียวที่ดูฟรีในย่านนี้</li>
</ul>
<p>พูดถึง footprint เรามาดูของ Thaicom 5 ดีกว่าว่ามันกว้างแค่ไหน</p>
<div id="attachment_2467" class="wp-caption aligncenter" style="width: 611px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/thai5_global.gif" rel="lightbox[2466]"><img class="size-full wp-image-2467" title="thai5_global" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/thai5_global.gif" alt="thai5 global ฝันร้ายชาวจานดำ เมื่อ FIFA สั่งบล็อกสัญญาณบอลโลกทาง Thaicom 5" width="601" height="426" /></a><p class="wp-caption-text">Global Footprint ของ Thaicom 5</p></div>
<p style="text-align: left;">แน่นอนว่าหากกว้างขนาดนี้ เรื่องสัญญาณก็มีสิทธิ์โดนขโมยไปใช้ได้ง่ายๆ บอกว่าเป็นดาบสองคมก็คงไม่ผิดนัก ฉะนั้นการหยุดแพร่ภาพบน C-Band ซึ่งเป็นใบสั่งจากทางฟีฟ่าโดยตรงก็ถือว่าไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก (แต่ทำไมรอบนี้พี่แกเขี้ยวนักวะเนี่ย)</p>
<p style="text-align: left;">ทางสว่างก็ยังพอมี เพราะตอนนี้ชาวจานดำ ยังสามารถดูบอลโลกกับเพื่อนบ้านได้โดยการสลับไปช่องของประเทศลาวแทน จะได้เว้าลาวกันคล่องก็คราวนี้ละ หรืออีกหนึ่งทางแก้คือ การสลับไปดูโดยใช้หนวดกุ้งหรือเสายากิแบบดั้งเดิมนั่นละ ส่วนผมก็ถือว่ารอดไปเพราะใช้ทรูวิชั่น แต่น่าแปลกมากเช่นกัน ว่าทำไมลาวถึงยังปล่อยสัญญาณได้อยู่ ?</p>
<p style="text-align: left;">หวังว่าคงเคลียร์กันได้ไวๆ แต่แปลกจังทำไมไม่บอกกันตั้งแต่เนิ่นๆ หว่า หรือว่าฟีฟ่าไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้เลย ?</p>
<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2010%2F06%2F15%2Fworld-cup-2010-thaicom-5-scramble-issue%2F&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;height=80" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:80px;" allowTransparency="true"></iframe>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2010/06/15/world-cup-2010-thaicom-5-scramble-issue/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>iPhone 4 Drop Test</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2010/06/10/iphone-4-drop-test/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2010/06/10/iphone-4-drop-test/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 Jun 2010 15:08:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[Drop Test]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone 4]]></category>
		<category><![CDATA[Smash]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=2452</guid>
		<description><![CDATA[น้องเหลี่ยมอย่าง iPhone 4 ที่ใครๆ ก็ได้เห็นฟีเจอร์ต่างๆ กันไปแล้ว ก่อนที่มหกรรม smash ของจริงจะมาถึง วันนี้ iFixyouri ที่รับซ่อมอุปกรณ์เหล่านี้ได้รับตัว dummy (ที่ข้างในไม่มีวงจรอะไร) มาทำการทดสอบว่าหากทำหล่นสักกี่ครั้ง สภาพจึงจะดูไม่จืด การทดสอบคือทำหล่นจากระยะประมาณ 3.5 ฟุต (95 เซนติเมตร) ปรากฎว่าทำหล่นประมาณสามครั้ง หน้าจอถึงจะมีรอยร้าว (ซึ่งพูดกันก็คือมันจอแตกแล้วนั่นละ) ถึงแม้ว่า Apple เคยสาธิตว่าจอตัวใหม่นี้สามารถบิดได้เล็กน้อยโดยที่ภาพไม่เพี้ยนเลย แต่ผมคิดว่าเปอร์เซ็นต์การทำมือถือหล่นนั้นมีมากกว่าแน่นอน ที่สำคัญ iPhone 4 ออกแบบให้ตัวกระจกค่อนข้างสุ่มเสี่ยงต่อการแตกได้พอสมควร ฉะนั้นใช้กันก็โปรดระวัง ส่วนเรื่อง smash โผล่มาเมื่อไหร่เดี๋ยวผมจะเอามาแปะให้ชม ซึ่งยังไงก็มีแน่นอนหลังจากที่เครื่องวางขาย รออีกสองอาทิตย์คงได้เห็นกันแหงๆ Source: SlashGear]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter size-full wp-image-2453" title="iphone_4_smashed" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/iphone_4_smashed.jpg" alt="iphone 4 smashed iPhone 4 Drop Test" width="540" height="406" /></p>
<p>น้องเหลี่ยมอย่าง iPhone 4 ที่ใครๆ ก็ได้เห็นฟีเจอร์ต่างๆ กันไปแล้ว ก่อนที่มหกรรม smash ของจริงจะมาถึง วันนี้ iFixyouri ที่รับซ่อมอุปกรณ์เหล่านี้ได้รับตัว dummy (ที่ข้างในไม่มีวงจรอะไร) มาทำการทดสอบว่าหากทำหล่นสักกี่ครั้ง สภาพจึงจะดูไม่จืด<span id="more-2452"></span></p>
<p>การทดสอบคือทำหล่นจากระยะประมาณ 3.5 ฟุต (95 เซนติเมตร) ปรากฎว่าทำหล่นประมาณสามครั้ง หน้าจอถึงจะมีรอยร้าว (ซึ่งพูดกันก็คือมันจอแตกแล้วนั่นละ) ถึงแม้ว่า Apple เคยสาธิตว่าจอตัวใหม่นี้สามารถบิดได้เล็กน้อยโดยที่ภาพไม่เพี้ยนเลย แต่ผมคิดว่าเปอร์เซ็นต์การทำมือถือหล่นนั้นมีมากกว่าแน่นอน ที่สำคัญ iPhone 4 ออกแบบให้ตัวกระจกค่อนข้างสุ่มเสี่ยงต่อการแตกได้พอสมควร ฉะนั้นใช้กันก็โปรดระวัง</p>
<p>ส่วนเรื่อง smash โผล่มาเมื่อไหร่เดี๋ยวผมจะเอามาแปะให้ชม ซึ่งยังไงก็มีแน่นอนหลังจากที่เครื่องวางขาย รออีกสองอาทิตย์คงได้เห็นกันแหงๆ</p>
<p>Source: <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.slashgear.com/iphone-4-smashed-in-pre-release-drop-test-1089264" rel="nofollow"  target="_blank">SlashGear</a></p>
<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2010%2F06%2F10%2Fiphone-4-drop-test%2F&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;height=80" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:80px;" allowTransparency="true"></iframe>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2010/06/10/iphone-4-drop-test/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนังหรือภาพ 3 มิติ ทำงานอย่างไร ?</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2010/02/16/how-3d-work/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2010/02/16/how-3d-work/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Feb 2010 10:14:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[3D]]></category>
		<category><![CDATA[3D Technology]]></category>
		<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[Avatar]]></category>
		<category><![CDATA[LCD TV]]></category>
		<category><![CDATA[Tips]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=1931</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทคโนโลยีภาพ 3D กำลังที่จะกลับมาฮิตในบ้านเรารวมถึงทั่วทั้งโลกอีกครั้งนึง เหตุนึงก็เพราะภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงอย่าง Avatar ได้พาผู้ชมไปสู่โลกแห่งใหม่แบบที่ไม่เคยมีภาพยนตร์เรื่องไหนเคยทำได้มาก่อน ด้วยเทคโนโลยีภาพ 3D ที่สมจริงเหมือนกับว่าเราได้ไปอยู่บนดาวแพนโดร่ากับตัวละครด้วยก็คงจะไม่พูดเกินเลยไปนัก เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า กับเทคโนโลยี 3D ที่เป็นนิยมกันในปัจจุบันและอนาคต Anaglyph จริงๆ เทคโนโลยี 3D นั้นมีมานานแล้วนับร้อยปี โดยที่ในยุคแรกๆ เราจะเรียกการฉายภาพ 3D แบบดั้งเดิมนี้ว่า Anaglyph หรือที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีในรูปแบบของแว่นตาสีแดงและสีน้ำเงิน โดยหลักการของภาพ 3D แบบนี้คือการใช้ฉายภาพสองภาพซ้อนลงไปบนเฟรมเดียวกัน โดยที่ภาพสองภาพจะมีลักษณะของสีที่แตกต่างคือสีแดง และสีน้ำเงิน (รวมถึงมุมมองที่เหลื่อมกันเล็กน้อยด้วย) ส่วนแว่นตัวนี้ก็จะมีหน้านี้คือการหักล้างสีที่ไม่ตรงกับฟิลเตอร์สีนั้นๆ ออกไปเช่นสีแดง ก็จะรับเพียงสีแดงเข้ามา (คือแสดงเป็นภาพ) ส่วนสีที่เหลือจะกลายเป็นสีดำ อีกข้างก็เช่นเดียวกัน ข้อเสียคือสีจะค่อนข้างซีดและไม่สดใสเท่าที่ควร ข้อดีคือราคาถูก (แว่นประเภทนี้ราคาไม่กี่บาทเท่านั้นเอง) Polarized 3D ต่อมาได้พัฒนาขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งโดยการฉายภาพสองภาพลงไปบนเฟรมเดียวกันเหมือนเดิม แต่รอบนี้ภาพที่ฉายออกมาจะเป็นภาพที่ผ่านฟิลเตอร์ Polarize ที่แตกต่างกัน ภาพที่ได้ก็จะเหลื่อมกันเหมือนเดิม (หากไม่ได้มองผ่านแว่น) แต่แว่นตัวนี้จะพิเศษหน่อยคือด้านหนึ่งจะกรองคลื่นแสงเฉพาะแนวนอน ส่วนอีกด้านก็แนวตั้งเท่านั้น รูปแบบการฉายแบบ Polarized นี่คือเทคโนโลยีที่อยู่ในยุคปัจจุบัน Avatar ก็ใช้เทคนิคนี้เช่นกัน รวมถึงทีวี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/3d-movie-head.jpg" rel="lightbox[1931]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1938" title="3d-movie-head" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/3d-movie-head.jpg" alt="3d movie head หนังหรือภาพ 3 มิติ ทำงานอย่างไร ?" width="500" height="250" /></a></p>
<p>ช่วงนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทคโนโลยีภาพ 3D กำลังที่จะกลับมาฮิตในบ้านเรารวมถึงทั่วทั้งโลกอีกครั้งนึง เหตุนึงก็เพราะภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงอย่าง Avatar ได้พาผู้ชมไปสู่โลกแห่งใหม่แบบที่ไม่เคยมีภาพยนตร์เรื่องไหนเคยทำได้มาก่อน ด้วยเทคโนโลยีภาพ 3D ที่สมจริงเหมือนกับว่าเราได้ไปอยู่บนดาวแพนโดร่ากับตัวละครด้วยก็คงจะไม่พูดเกินเลยไปนัก<span id="more-1931"></span></p>
<p>เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า กับเทคโนโลยี 3D ที่เป็นนิยมกันในปัจจุบันและอนาคต</p>
<h3><strong>Anaglyph</strong></h3>
<p>จริงๆ เทคโนโลยี 3D นั้นมีมานานแล้วนับร้อยปี โดยที่ในยุคแรกๆ เราจะเรียกการฉายภาพ 3D แบบดั้งเดิมนี้ว่า Anaglyph หรือที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีในรูปแบบของแว่นตาสีแดงและสีน้ำเงิน</p>
<div id="attachment_1933" class="wp-caption aligncenter" style="width: 330px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/glasses-anaglyph.jpg" rel="lightbox[1931]"><img class="size-full wp-image-1933" title="glasses-anaglyph" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/glasses-anaglyph.jpg" alt="glasses anaglyph หนังหรือภาพ 3 มิติ ทำงานอย่างไร ?" width="320" height="185" /></a><p class="wp-caption-text">แว่น Anaglyph ที่เราคุ้นเคยกันดี</p></div>
<p>โดยหลักการของภาพ 3D แบบนี้คือการใช้ฉายภาพสองภาพซ้อนลงไปบนเฟรมเดียวกัน โดยที่ภาพสองภาพจะมีลักษณะของสีที่แตกต่างคือสีแดง และสีน้ำเงิน (รวมถึงมุมมองที่เหลื่อมกันเล็กน้อยด้วย) ส่วนแว่นตัวนี้ก็จะมีหน้านี้คือการหักล้างสีที่ไม่ตรงกับฟิลเตอร์สีนั้นๆ ออกไปเช่นสีแดง ก็จะรับเพียงสีแดงเข้ามา (คือแสดงเป็นภาพ) ส่วนสีที่เหลือจะกลายเป็นสีดำ อีกข้างก็เช่นเดียวกัน ข้อเสียคือสีจะค่อนข้างซีดและไม่สดใสเท่าที่ควร ข้อดีคือราคาถูก (แว่นประเภทนี้ราคาไม่กี่บาทเท่านั้นเอง)</p>
<div id="attachment_1932" class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/anaglyph-valleys.jpg" rel="lightbox[1931]"><img class="size-full wp-image-1932" title="anaglyph-valleys" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/anaglyph-valleys.jpg" alt="anaglyph valleys หนังหรือภาพ 3 มิติ ทำงานอย่างไร ?" width="500" height="301" /></a><p class="wp-caption-text">ตัวอย่างภาพ Anaglyph ภาพจาก Kiwizone&#39;s Flickr</p></div>
<h3><strong>Polarized 3D</strong></h3>
<p>ต่อมาได้พัฒนาขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งโดยการฉายภาพสองภาพลงไปบนเฟรมเดียวกันเหมือนเดิม  แต่รอบนี้ภาพที่ฉายออกมาจะเป็นภาพที่ผ่านฟิลเตอร์ Polarize ที่แตกต่างกัน ภาพที่ได้ก็จะเหลื่อมกันเหมือนเดิม (หากไม่ได้มองผ่านแว่น) แต่แว่นตัวนี้จะพิเศษหน่อยคือด้านหนึ่งจะกรองคลื่นแสงเฉพาะแนวนอน ส่วนอีกด้านก็แนวตั้งเท่านั้น</p>
<div id="attachment_1935" class="wp-caption aligncenter" style="width: 426px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/polarized-3d-image.jpg" rel="lightbox[1931]"><img class="size-full wp-image-1935" title="polarized-3d-image" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/polarized-3d-image.jpg" alt="polarized 3d image หนังหรือภาพ 3 มิติ ทำงานอย่างไร ?" width="416" height="312" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพที่ผ่านกระบวนการ Polarized</p></div>
<p>รูปแบบการฉายแบบ Polarized นี่คือเทคโนโลยีที่อยู่ในยุคปัจจุบัน Avatar ก็ใช้เทคนิคนี้เช่นกัน รวมถึงทีวี 3D ที่ออกวางจำหน่ายในปัจจุบันด้วย แต่รูปแบบของการฉายจะมีอีกสองแบบแยกย่อยออกไปอีกคือ</p>
<ul>
<li>Linear Polarization: นี่เป็นรูปแบบปัจจุบันที่ใช้กันเยอะ คือการกรองในแนวตั้ง และแนวนอน ข้อเสียคือหากคุณหมุนหัวหรือนั่งไม่ได้ระดับ ภาพจะแยกออกกันในทันที (เหตุผลที่ควรนั่งในโรงและมองให้ตรงฉากกับจอ และอยู่ให้นิ่ง ก็เพราะใช้แว่นแบบนี้) ข้อดีคือราคาไม่แพงมาก</li>
<li>Circular Polarization: รูปแบบคล้ายด้าานบน แต่ฟิลเตอร์จะกรองแสงแบบตามเข็มนาฬิกา และทวนเข็มแทน ข้อดีของแบบนี้คือสามารถหันหัวไปมาได้ (แต่ในไทยผมไม่เคยเห็นแบบนี้แฮะ ใครเจอโปรดแจ้ง)</li>
</ul>
<div id="attachment_1936" class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/polarized-3d-glass.jpg" rel="lightbox[1931]"><img class="size-full wp-image-1936" title="polarized-3d-glass" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/polarized-3d-glass.jpg" alt="polarized 3d glass หนังหรือภาพ 3 มิติ ทำงานอย่างไร ?" width="500" height="281" /></a><p class="wp-caption-text">แว่น Polarized</p></div>
<p><strong>Parallax Barrier</strong></p>
<p>ปัจจุบันเรายังไม่ค่อยเห็นเทคนิคแบบนี้เท่าไหร่นัก แต่เทคนิคแบบนี้ข้อดีคือไม่ต้องใช้แว่นใดๆ ในการมองเลย เป็นเทคโนโลยีที่จะใช้ในทีวียุคต่อไป ใช้การฉายภาพสองเฟรมพร้อมกันลงบนจอ และมีฟิลเตอร์กรองแสงบนหน้าจอให้เข้าลูกกะตาของเราสองข้างแทน (แสงพุ่งเข้าตาแบบตรงๆ ชนิดไม่ต้องใช้แว่น) วิธีนี้เวิร์คสุดๆ แต่ยังเป็นอนาคตอีกยาวไกลที่ต้องพัฒนากันต่อ (ผมว่าจอ 3D ตามห้างดังๆ ก็อาจใช้หลักการเดียวกันกับแบบนี้นั่นละครับ)</p>
<p>รูปแบบที่กล่าวมาทั้งสามแบบ มีจุดประสงค์เดียวกันทั้งหมดคือทำให้เราได้รับภาพที่แตกต่างกันสองภาพสำหรับดวงตาของเรา เพราะการมองภาพให้ได้เป็น 3D นั้นจำเป็นต้องได้ภาพที่มีมุมมองสำหรับลูกตาสองข้างของเรา เราสามารถทดสอบรูปแบบของภาพที่จะเข้าลูกตาเราทั้งสองข้างได้เองโดยการหลับตาเพียงข้างเดียวและสลับซ้ายขวาดู ภาพที่ได้จะมีความแตกต่างกันนิดหน่อยจากตำแหน่งของลูกตาทั้งสองข้างที่ต่างกัน</p>
<p>และนี่คือรูปภาพที่อธิบายง่ายๆ เกี่ยวกับรูปแบบของภาพ 3D แบบต่างๆ ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เครดิตภาพจาก <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://kotaku.com/5472582/how-3d-actually-works" rel="nofollow"  target="_blank">Kotaku</a> และ <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.onlineschools.org/" rel="nofollow"  target="_blank">Online Schools</a></p>
<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/3d-image-cheatsheet.jpg" rel="lightbox[1931]"><img class="aligncenter size-large wp-image-1934" title="3d image cheatsheet" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/3d-image-cheatsheet-310x1024.jpg" alt="3d image cheatsheet 310x1024 หนังหรือภาพ 3 มิติ ทำงานอย่างไร ?" width="310" height="1024" /></a></p>
<p><em>ข้อมูลจาก: <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://en.wikipedia.org/wiki/Stereoscopy" rel="nofollow" >Wikipedia</a></em><br />
<!--adsense#hor--></p>
<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2010%2F02%2F16%2Fhow-3d-work%2F&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;height=80" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:80px;" allowTransparency="true"></iframe>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2010/02/16/how-3d-work/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สถิติของเกมและหนังที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์มากที่สุดในปี 2009</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2009/12/30/most-pirated-movies-and-games-2009/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2009/12/30/most-pirated-movies-and-games-2009/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Dec 2009 08:00:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[Bittorrent]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=1625</guid>
		<description><![CDATA[เว็บไซต์ TorrentFreak มีรายงานที่น่าสนใจมานำเสนออีกแล้ว คราวนี้เป็นสถิติของเกมที่ถูกดาวน์โหลดผ่านเครือข่าย Bittorrent มากที่สุดของเครื่องต่างๆ โดยเกมที่ครองแชมป์ในปีนี้ก็คือ Call of Duty: Modern Warfare 2 นั่นเอง โดยรายชื่อเต็มๆ แยกแต่ละเครื่องก็จะมีดังนี้ครับ PC Game Downloads on BitTorrent in 2009 Call of Duty: Modern Warfare 2 (4,100,000) (Nov. 2009) The Sims 3 (3,200,000) (June. 2009) Prototype (2,350,000) (June. 2009) Need For Speed Shift (2,100,000) (Sept. 2009) Street Fighter IV (1,850,000) (July. 2009) [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/12/the-bittorrent-logo.jpg" rel="lightbox[1625]"><img class="alignnone size-full wp-image-1626" title="the-bittorrent-logo" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/12/the-bittorrent-logo-e1262099985150.jpg" alt="the bittorrent logo e1262099985150 สถิติของเกมและหนังที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์มากที่สุดในปี 2009" width="563" height="218" /></a></p>
<p>เว็บไซต์ <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://torrentfreak.com/the-most-pirated-games-of-2009-091227/" rel="nofollow" >TorrentFreak </a>มีรายงานที่น่าสนใจมานำเสนออีกแล้ว คราวนี้เป็นสถิติของเกมที่ถูกดาวน์โหลดผ่านเครือข่าย Bittorrent มากที่สุดของเครื่องต่างๆ โดยเกมที่ครองแชมป์ในปีนี้ก็คือ Call of Duty: Modern Warfare 2 นั่นเอง โดยรายชื่อเต็มๆ แยกแต่ละเครื่องก็จะมีดังนี้ครับ<span id="more-1625"></span></p>
<p><strong>PC Game Downloads on BitTorrent in 2009</strong></p>
<ol>
<li>Call of Duty: Modern Warfare 2 	(4,100,000) 	(Nov. 2009)</li>
<li> The Sims 3 	(3,200,000) 	(June. 2009)</li>
<li> Prototype 	(2,350,000) 	(June. 2009)</li>
<li> Need For Speed Shift 	(2,100,000) 	(Sept. 2009)</li>
<li> Street Fighter IV 	(1,850,000) 	(July. 2009)</li>
</ol>
<p><strong>Xbox 360 Game Downloads on BitTorrent in 2009</strong></p>
<ol>
<li> Call of Duty: Modern Warfare 2 	(970,000) 	(Nov. 2009)</li>
<li> Street Fighter IV 	(840,000) 	(July. 2009)</li>
<li> Prototype 	(810,000) 	(Feb. 2009)</li>
<li>Dirt 2 	(790,000) 	(Sept. 2009)</li>
<li> UFC 2009 Undisputed 	(720,000) 	(Mar. 2009)</li>
</ol>
<p><strong>Wii Game Downloads on BitTorrent in 2009</strong></p>
<ol>
<li> New Super Mario Bros. 	(1,150,000) 	(Nov. 2009)</li>
<li> Punch-Out!! 	(950,000) 	(May. 2009)</li>
<li> Wii Sports Resort 	(920,000) 	(July. 2009)</li>
<li> The House of the Dead: Overkill 	(860,000) 	(Feb. 2009)</li>
<li> Mario Power Tennis 	(830,000) 	(Mar. 2009)</li>
</ol>
<p>นอกจากนี้ยังมีสถิติเกี่ยวกับภาพยนตร์ที่โดนละเมิดลิขสิทธิ์สูงสุดในปีนี้อีกด้วย เป็นข้อมูลจาก <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.digitalspy.com/movies/news/a192910/star-trek-most-pirated-film-of-2009.html" rel="nofollow" >digitalspy</a> โดยหนังที่ครองแชมป์คือ Star Trek ที่ถูกดาวน์โหลดไปไม่ต่ำกว่าสิบล้านครั้งในปีนี้ ตามมาด้วยอันดับสองก็คือ Transformers: Revenge of the Fallen โดยหนังเรื่องอื่นๆ ที่ขึ้นแท่นถูกสูบมากที่สุดเช่นกันก็เช่น RocknRolla, The Hangover, Twilight, District 9, Harry Potter And The Half-Blood Prince, X-Men Origins: Wolverine นั่นเองละครับพี่น้อง</p>
<iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2009%2F12%2F30%2Fmost-pirated-movies-and-games-2009%2F&amp;layout=standard&amp;show_faces=true&amp;width=450&amp;action=like&amp;colorscheme=light&amp;height=80" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:450px; height:80px;" allowTransparency="true"></iframe>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2009/12/30/most-pirated-movies-and-games-2009/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

