<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Techblog &#187; Technology &#8211; Other</title>
	<atom:link href="http://www.techblog.in.th/category/technology/technology-other/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.techblog.in.th</link>
	<description>The Technology Notes</description>
	<lastBuildDate>Tue, 27 Jul 2010 07:41:08 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.2</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>เทคโนโลยีในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2010</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2010/06/27/3d-production-in-fifa-world-cup-2010/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2010/06/27/3d-production-in-fifa-world-cup-2010/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 26 Jun 2010 17:59:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[3D Production]]></category>
		<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[Broadcasting]]></category>
		<category><![CDATA[Featured Article]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=2502</guid>
		<description><![CDATA[
อยากจะเขียนเรื่องนี้มานานแล้วตั้งแต่บอลโลกเริ่มใหม่ๆ แต่ก็ไม่มีโอกาสเสียที มาถึงตอนนี้ก็ยังมีเวลาอีกสองอาทิตย์กว่าๆ หวังว่าคงยังไม่ช้าไป :p
ฟุตบอลโลกคราวนี้เป็นฟุตบอลโลกที่มากับเทคโนโลยีใหม่ๆ สมกับเป็นจุดเปลี่ยนของเทคโนโลยี ที่เด่นที่สุดคือเกี่ยวกับภาพและการถ่ายทอดสดนั่นละ สำหรับใครที่อดหลับอดนอนดูกันแทบทุกวัน จะเห็นได้ว่ารอบนี้ภาพดูดีกว่าเดิมเยอะ เรียกว่าภาพช้ามีแทบทุกมุมมองให้ดูจริงๆ และเป็นแบบ super-slow-motion อีกด้วย ดังนั้นบทความนี้จะเอาข้อมูลเกี่ยวกับกล้องและเทคโนโลยีที่ใช้ครั้งนี้มาให้ดูกัน
ปีนี้ Sony ที่เป็นสปอนเซอร์ใหญ่นำเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะ 3D เข้ามาใส่ในการแข่งขันครั้งนี้เรียกว่าเต็มเหนี่ยว โปรโมทเสียแทบทุกสื่อเลยทั้งด้านวงการหนัง หรือวงการเกมก็ไม่เว้น ด้วยแคมเปญที่ชื่อว่า 3D World Created by Sony

ในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ก็เช่นกัน Sony ขนเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไปในการแข่งขันครั้งนี้อย่างมากมาย แน่นอนว่าการถ่ายทอดครั้งนี้จะถ่ายเป็นสามมิติด้วย แต่ก็เฉพาะในบางประเทศเท่านั้น (อย่างน้อยคือในสหรัฐฯและสเปน) ซึ่งกล้องที่ใช้ในการถ่ายทอดครั้งนี้คือกล้องโมเดล HDC-1500 ที่เป็นกล้องระดับโปรของโซนี่ราคาล้านกว่าบาท (ไม่รวมอุปกรณ์อื่นๆ ถ้ารวมก็หลายล้านอยู่)
สำหรับสเปคของตัวนี้ก็มิใช่ธรรมดา โดยผมจะไม่เอารายละเอียดมาลงมากนัก (เพราะผมไม่ใช่ผู้คร่ำหวอดในวงการถ่ายทำภาพยนตร์และสเปคมันยุ่บยั่บน่าปวดขมอง) แต่ผมสรุปให้แบบรวบรัดเอาเป็นว่ามันสามารถถ่ายภาพในระดับ HD ที่ได้คุณภาพของภาพในระดับที่เรียกว่าเยี่ยมยอดและสัญญาณรบกวนต่ำมากในระดับเฟรมเรต 60 เฟรมต่อวินาที และแน่นอนว่าหากจะถ่ายแบบสามมิติก็ต้องใช้กล้องสองตัว (ตัวนึงแทนตาข้างซ้าย อีกตัวแทนด้านขวา)  ส่งเข้าตัวประมวลผล MPE-200 ที่มีแยกต่างหาก
สำหรับ MPE-200 จะเป็นตัวประมวลผลภาพจากสองกล้องให้ออกมาเป็น 3 มิติด้วยจะดำเนินการทุกอย่างทั้งการชดเชยให้ภาพมีคุณภาพที่เท่าเทียมกัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter size-full wp-image-2507" title="3d-world-cup-2010" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/3d-world-cup-2010.jpg" alt="3d world cup 2010 เทคโนโลยีในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2010" width="600" height="400" /></p>
<p>อยากจะเขียนเรื่องนี้มานานแล้วตั้งแต่บอลโลกเริ่มใหม่ๆ แต่ก็ไม่มีโอกาสเสียที มาถึงตอนนี้ก็ยังมีเวลาอีกสองอาทิตย์กว่าๆ หวังว่าคงยังไม่ช้าไป :p</p>
<p>ฟุตบอลโลกคราวนี้เป็นฟุตบอลโลกที่มากับเทคโนโลยีใหม่ๆ สมกับเป็นจุดเปลี่ยนของเทคโนโลยี ที่เด่นที่สุดคือเกี่ยวกับภาพและการถ่ายทอดสดนั่นละ สำหรับใครที่อดหลับอดนอนดูกันแทบทุกวัน จะเห็นได้ว่ารอบนี้ภาพดูดีกว่าเดิมเยอะ เรียกว่าภาพช้ามีแทบทุกมุมมองให้ดูจริงๆ และเป็นแบบ super-slow-motion อีกด้วย ดังนั้นบทความนี้จะเอาข้อมูลเกี่ยวกับกล้องและเทคโนโลยีที่ใช้ครั้งนี้มาให้ดูกัน<span id="more-2502"></span></p>
<p>ปีนี้ Sony ที่เป็นสปอนเซอร์ใหญ่นำเทคโนโลยีใหม่ๆ โดยเฉพาะ 3D เข้ามาใส่ในการแข่งขันครั้งนี้เรียกว่าเต็มเหนี่ยว โปรโมทเสียแทบทุกสื่อเลยทั้งด้านวงการหนัง หรือวงการเกมก็ไม่เว้น ด้วยแคมเปญที่ชื่อว่า 3D World Created by Sony</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-2503" title="3D_logo" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/3D_logo.jpg" alt="3D logo เทคโนโลยีในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2010" width="300" height="300" /></p>
<p style="text-align: left;">ในการแข่งขันฟุตบอลโลกครั้งนี้ก็เช่นกัน Sony ขนเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไปในการแข่งขันครั้งนี้อย่างมากมาย แน่นอนว่าการถ่ายทอดครั้งนี้จะถ่ายเป็นสามมิติด้วย แต่ก็เฉพาะในบางประเทศเท่านั้น (อย่างน้อยคือในสหรัฐฯและสเปน) ซึ่งกล้องที่ใช้ในการถ่ายทอดครั้งนี้คือกล้องโมเดล HDC-1500 ที่เป็นกล้องระดับโปรของโซนี่ราคาล้านกว่าบาท (ไม่รวมอุปกรณ์อื่นๆ ถ้ารวมก็หลายล้านอยู่)</p>
<div id="attachment_2504" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/sony-hdc-1500.jpg" rel="lightbox[2502]"><img class="size-full wp-image-2504" title="sony-hdc-1500" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/sony-hdc-1500.jpg" alt="sony hdc 1500 เทคโนโลยีในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2010" width="600" height="393" /></a><p class="wp-caption-text">ชุดธรรมดาของ Sony HDC-1500</p></div>
<p style="text-align: left;">สำหรับสเปคของตัวนี้ก็มิใช่ธรรมดา โดยผมจะไม่เอารายละเอียดมาลงมากนัก (เพราะผมไม่ใช่ผู้คร่ำหวอดในวงการถ่ายทำภาพยนตร์และสเปคมันยุ่บยั่บน่าปวดขมอง) แต่ผมสรุปให้แบบรวบรัดเอาเป็นว่ามันสามารถถ่ายภาพในระดับ HD ที่ได้คุณภาพของภาพในระดับที่เรียกว่าเยี่ยมยอดและสัญญาณรบกวนต่ำมากในระดับเฟรมเรต 60 เฟรมต่อวินาที และแน่นอนว่าหากจะถ่ายแบบสามมิติก็ต้องใช้กล้องสองตัว (ตัวนึงแทนตาข้างซ้าย อีกตัวแทนด้านขวา)  ส่งเข้าตัวประมวลผล MPE-200 ที่มีแยกต่างหาก</p>
<div id="attachment_2505" class="wp-caption aligncenter" style="width: 623px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/sample-diagram-mpe-200.jpg" rel="lightbox[2502]"><img class="size-full wp-image-2505" title="sample-diagram-mpe-200" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/sample-diagram-mpe-200.jpg" alt="sample diagram mpe 200 เทคโนโลยีในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2010" width="613" height="201" /></a><p class="wp-caption-text">3D Production System Diagram</p></div>
<div id="attachment_2506" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/sony-mpe-200.jpg" rel="lightbox[2502]"><img class="size-full wp-image-2506 " title="sony-mpe-200" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/sony-mpe-200.jpg" alt="sony mpe 200 เทคโนโลยีในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2010" width="600" height="166" /></a><p class="wp-caption-text">Sony MPE-200 Image Processor</p></div>
<p style="text-align: left;">สำหรับ MPE-200 จะเป็นตัวประมวลผลภาพจากสองกล้องให้ออกมาเป็น 3 มิติด้วยจะดำเนินการทุกอย่างทั้งการชดเชยให้ภาพมีคุณภาพที่เท่าเทียมกัน (สำหรับการทำภาพ 3 มิติจำเป็นที่ต้องให้ภาพจากสองกล้องมีคุณภาพหรือการตั้งค่าเช่น ความสว่าง สีสันหรือความคมชัดที่เท่ากัน) สำหรับการประมวลผลพลังก็เหลือเฟือเพราะหัวใจของมันก็พอจะเดากันออกเพราะใช้ Cell Processor เป็นขุมพลังหลัก หลังจากนั้นก็จะส่งเข้าสู่ switcher เพื่อทำการตัดต่อลำดับภาพต่อไป</p>
<p style="text-align: left;">ถึงบอลโลกคราวนี้เราจะได้ดูกันแบบ HD กันแล้วแต่ครั้งหน้าหาก LCD(LED) TV 3D มีราคาที่ถูกลงเมื่อไหร่และแพร่หลายกันอย่างกว้างขวางเท่ากับ LCD TV ในตอนนี้เราก็อาจจะได้เห็นบอลโลกครั้งหน้ากันแบบสามมิติก็ได้ เพราะอะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ในอีกสี่ปีข้างหน้า สำหรับผมเองถือว่าเทคโนโลยีจะก้าวไปอีกเยอะเลยทีเดียว (ลองเทียบกับสี่ปีที่แล้วก็ได้ครับ ว่าเทคโนโลยีต่างๆ เทียบกับปัจจุบันมันกระโดดไปเยอะแค่ไหน)</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2010/06/27/3d-production-in-fifa-world-cup-2010/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ฝันร้ายชาวจานดำ เมื่อ FIFA สั่งบล็อกสัญญาณบอลโลกทาง Thaicom 5</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2010/06/15/world-cup-2010-thaicom-5-scramble-issue/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2010/06/15/world-cup-2010-thaicom-5-scramble-issue/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 14 Jun 2010 17:21:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[Satellite]]></category>
		<category><![CDATA[Thaicom 5]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=2466</guid>
		<description><![CDATA[
บอลโลกรอบนี้มีเหตุการณ์แปลกๆ โผล่มาให้เราเห็นกันเรื่อยๆ ตั้งแต่เรื่องที่ RS ไม่ถ่ายทอดพิธีเปิดทำเอาหลายคนเซ็งเป็ด ต่อมาก็เป็นเรื่องเสียงอันรบกวนโสตประสาทของ วูวูเซล่า เครื่องเป่าอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวแอฟริกาใต้ ที่ผู้เล่นรวมถึงโค้งบางคนถึงกับเรียกร้องจะให้แบนเครื่องดนตรีตัวนี้ออกไปจากสนามกันเลยทีเดียวเชียว แต่ทำไงได้มันก็เอกลักษณ์ของเขานี่หว่า เกิดมาจัดบ้านเราเจอกลองชุดใหญ่เข้าไปฝรั่งก็คงเซ็งเป็ดเหมือนกัน แล้วยังไม่นับเรื่องลูกบอล Jabulani ที่ทำเอานายประตูหลายคนเสียเซลฟ์กันหลายคนเพราะลูกบอลที่เบากว่าปกติ มาถึงวันนี้มีประเด็นโคตรร้อนของผู้ใช้จานดาวเทียมโผล่มาอีก ปัญหาที่ว่านั่นก็คือ FIFA สั่งบล็อกการถ่ายทอดฟุตบอลโลกทางฟรีทีวีบนสัญญาณของ Thaicom 5 ทั้งหมด
จากที่ไปคุ้ยๆ มา คนที่ใช้ Thaicom 5 รับสัญญาณไม่ได้ทั้งหมดแน่นอนเพราะโดนสั่งเข้ารหัส (scramble) งานนี้ ฉะนั้นบ้านใครดูสัญญาณฟรีทีวีที่ตอนนี้เพิ่งย้ายไปบน Thaicom 5 ก็โดนกันเป็นแถบๆ
นี่เป็นคำชี้แจงจากทางพนักงาน RS ครับ จากทวิตเตอร์ของคุณ Pornpan T.

การย้ายดาวเทียมของฟรีทีวีไทยไปอยู่บนไทยคม5 ซึ่งมี  footprint กว้างมาก  ส่งผลกระทบกับผู้ถือลิขสิทธิ์ใหญ่(มาก)ทางช่องกีฬารายนึงในอินเดีย(1)
ฟีฟ่าเล่นงานตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ  จะระงับสัญญาณคู่สุดท้ายให้ได้ ต้องร้องขอว่าขอให้คนดูจบไปก่อน  แล้วจะแก้ปัญหาทั้งหมดให้ ต้องใช้พลังของ(2)
ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการกีฬาบ้านเราท่านนึงต่อสายถึงเล ขาฟีฟ่าเพื่อให้ผ่านเมื่อคืนไปก่อน เช้านี้ก็เรียกประชุมทุกช่อง  ไม่มีใครอยาก encryptหรอกค่ะ(3)
ทราบว่ากระทบคนดูที่ดูผ่านจานดาวเทียม  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/fifa-2010-black.jpg" rel="lightbox[2466]"><img class="aligncenter size-full wp-image-2468" title="fifa-2010-black" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/fifa-2010-black.jpg" alt="fifa 2010 black ฝันร้ายชาวจานดำ เมื่อ FIFA สั่งบล็อกสัญญาณบอลโลกทาง Thaicom 5" width="300" height="344" /></a></p>
<p>บอลโลกรอบนี้มีเหตุการณ์แปลกๆ โผล่มาให้เราเห็นกันเรื่อยๆ ตั้งแต่เรื่องที่ RS ไม่ถ่ายทอดพิธีเปิดทำเอาหลายคนเซ็งเป็ด ต่อมาก็เป็นเรื่องเสียงอันรบกวนโสตประสาทของ วูวูเซล่า เครื่องเป่าอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวแอฟริกาใต้ ที่ผู้เล่นรวมถึงโค้งบางคนถึงกับเรียกร้องจะให้แบนเครื่องดนตรีตัวนี้ออกไปจากสนามกันเลยทีเดียวเชียว แต่ทำไงได้มันก็เอกลักษณ์ของเขานี่หว่า เกิดมาจัดบ้านเราเจอกลองชุดใหญ่เข้าไปฝรั่งก็คงเซ็งเป็ดเหมือนกัน แล้วยังไม่นับเรื่องลูกบอล Jabulani ที่ทำเอานายประตูหลายคนเสียเซลฟ์กันหลายคนเพราะลูกบอลที่เบากว่าปกติ มาถึงวันนี้มีประเด็นโคตรร้อนของผู้ใช้จานดาวเทียมโผล่มาอีก ปัญหาที่ว่านั่นก็คือ FIFA สั่งบล็อกการถ่ายทอดฟุตบอลโลกทางฟรีทีวีบนสัญญาณของ Thaicom 5 ทั้งหมด<span id="more-2466"></span></p>
<p>จากที่ไปคุ้ยๆ มา คนที่ใช้ Thaicom 5 รับสัญญาณไม่ได้ทั้งหมดแน่นอนเพราะโดนสั่งเข้ารหัส (scramble) งานนี้ ฉะนั้นบ้านใครดูสัญญาณฟรีทีวีที่ตอนนี้เพิ่งย้ายไปบน Thaicom 5 ก็โดนกันเป็นแถบๆ</p>
<p>นี่เป็นคำชี้แจงจากทางพนักงาน RS ครับ จาก<a rel="nofollow" target="_blank" href="http://twitter.com/KungPornpan" rel="nofollow" >ทวิตเตอร์</a>ของคุณ Pornpan T.</p>
<ul>
<li>การย้ายดาวเทียมของฟรีทีวีไทยไปอยู่บนไทยคม5 ซึ่งมี  footprint กว้างมาก  ส่งผลกระทบกับผู้ถือลิขสิทธิ์ใหญ่(มาก)ทางช่องกีฬารายนึงในอินเดีย(1)</li>
<li>ฟีฟ่าเล่นงานตั้งแต่เมื่อคืนแล้วค่ะ  จะระงับสัญญาณคู่สุดท้ายให้ได้ ต้องร้องขอว่าขอให้คนดูจบไปก่อน  แล้วจะแก้ปัญหาทั้งหมดให้ ต้องใช้พลังของ(2)</li>
<li>ผู้ยิ่งใหญ่แห่งวงการกีฬาบ้านเราท่านนึงต่อสายถึงเล ขาฟีฟ่าเพื่อให้ผ่านเมื่อคืนไปก่อน เช้านี้ก็เรียกประชุมทุกช่อง  ไม่มีใครอยาก encryptหรอกค่ะ(3)</li>
<li>ทราบว่ากระทบคนดูที่ดูผ่านจานดาวเทียม  พรุ่งนี้จะประชุมกันแต่เช้าเพื่อหาทางแก้ปัญหากันอีกครั้ง  ทางอาร์เอสและพันธมิตรช่อง3 และ7จะพยายามเต็มที่(4)</li>
<li>อยากขอให้เข้าใจว่า  เราคิดว่าการencryptสัญญาณก็ยังดีกว่าถูกระงับทั้งหมดนะคะ  พรุ่งนี้จะรีบหาทางออกที่ดีที่สุด เราเป็นที่เดียวที่ดูฟรีในย่านนี้</li>
</ul>
<p>พูดถึง footprint เรามาดูของ Thaicom 5 ดีกว่าว่ามันกว้างแค่ไหน</p>
<div id="attachment_2467" class="wp-caption aligncenter" style="width: 611px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/thai5_global.gif" rel="lightbox[2466]"><img class="size-full wp-image-2467" title="thai5_global" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/thai5_global.gif" alt="thai5 global ฝันร้ายชาวจานดำ เมื่อ FIFA สั่งบล็อกสัญญาณบอลโลกทาง Thaicom 5" width="601" height="426" /></a><p class="wp-caption-text">Global Footprint ของ Thaicom 5</p></div>
<p style="text-align: left;">แน่นอนว่าหากกว้างขนาดนี้ เรื่องสัญญาณก็มีสิทธิ์โดนขโมยไปใช้ได้ง่ายๆ บอกว่าเป็นดาบสองคมก็คงไม่ผิดนัก ฉะนั้นการหยุดแพร่ภาพบน C-Band ซึ่งเป็นใบสั่งจากทางฟีฟ่าโดยตรงก็ถือว่าไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก (แต่ทำไมรอบนี้พี่แกเขี้ยวนักวะเนี่ย)</p>
<p style="text-align: left;">ทางสว่างก็ยังพอมี เพราะตอนนี้ชาวจานดำ ยังสามารถดูบอลโลกกับเพื่อนบ้านได้โดยการสลับไปช่องของประเทศลาวแทน จะได้เว้าลาวกันคล่องก็คราวนี้ละ หรืออีกหนึ่งทางแก้คือ การสลับไปดูโดยใช้หนวดกุ้งหรือเสายากิแบบดั้งเดิมนั่นละ ส่วนผมก็ถือว่ารอดไปเพราะใช้ทรูวิชั่น แต่น่าแปลกมากเช่นกัน ว่าทำไมลาวถึงยังปล่อยสัญญาณได้อยู่ ?</p>
<p style="text-align: left;">หวังว่าคงเคลียร์กันได้ไวๆ แต่แปลกจังทำไมไม่บอกกันตั้งแต่เนิ่นๆ หว่า หรือว่าฟีฟ่าไม่ได้คำนึงถึงเรื่องนี้เลย ?</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2010/06/15/world-cup-2010-thaicom-5-scramble-issue/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>iPhone 4 Drop Test</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2010/06/10/iphone-4-drop-test/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2010/06/10/iphone-4-drop-test/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 10 Jun 2010 15:08:37 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[Drop Test]]></category>
		<category><![CDATA[iPhone 4]]></category>
		<category><![CDATA[Smash]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=2452</guid>
		<description><![CDATA[
น้องเหลี่ยมอย่าง iPhone 4 ที่ใครๆ ก็ได้เห็นฟีเจอร์ต่างๆ กันไปแล้ว ก่อนที่มหกรรม smash ของจริงจะมาถึง วันนี้ iFixyouri ที่รับซ่อมอุปกรณ์เหล่านี้ได้รับตัว dummy (ที่ข้างในไม่มีวงจรอะไร) มาทำการทดสอบว่าหากทำหล่นสักกี่ครั้ง สภาพจึงจะดูไม่จืด
การทดสอบคือทำหล่นจากระยะประมาณ 3.5 ฟุต (95 เซนติเมตร) ปรากฎว่าทำหล่นประมาณสามครั้ง หน้าจอถึงจะมีรอยร้าว (ซึ่งพูดกันก็คือมันจอแตกแล้วนั่นละ) ถึงแม้ว่า Apple เคยสาธิตว่าจอตัวใหม่นี้สามารถบิดได้เล็กน้อยโดยที่ภาพไม่เพี้ยนเลย แต่ผมคิดว่าเปอร์เซ็นต์การทำมือถือหล่นนั้นมีมากกว่าแน่นอน ที่สำคัญ iPhone 4 ออกแบบให้ตัวกระจกค่อนข้างสุ่มเสี่ยงต่อการแตกได้พอสมควร ฉะนั้นใช้กันก็โปรดระวัง
ส่วนเรื่อง smash โผล่มาเมื่อไหร่เดี๋ยวผมจะเอามาแปะให้ชม ซึ่งยังไงก็มีแน่นอนหลังจากที่เครื่องวางขาย รออีกสองอาทิตย์คงได้เห็นกันแหงๆ
Source: SlashGear
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter size-full wp-image-2453" title="iphone_4_smashed" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/iphone_4_smashed.jpg" alt="iphone 4 smashed iPhone 4 Drop Test" width="540" height="406" /></p>
<p>น้องเหลี่ยมอย่าง iPhone 4 ที่ใครๆ ก็ได้เห็นฟีเจอร์ต่างๆ กันไปแล้ว ก่อนที่มหกรรม smash ของจริงจะมาถึง วันนี้ iFixyouri ที่รับซ่อมอุปกรณ์เหล่านี้ได้รับตัว dummy (ที่ข้างในไม่มีวงจรอะไร) มาทำการทดสอบว่าหากทำหล่นสักกี่ครั้ง สภาพจึงจะดูไม่จืด<span id="more-2452"></span></p>
<p>การทดสอบคือทำหล่นจากระยะประมาณ 3.5 ฟุต (95 เซนติเมตร) ปรากฎว่าทำหล่นประมาณสามครั้ง หน้าจอถึงจะมีรอยร้าว (ซึ่งพูดกันก็คือมันจอแตกแล้วนั่นละ) ถึงแม้ว่า Apple เคยสาธิตว่าจอตัวใหม่นี้สามารถบิดได้เล็กน้อยโดยที่ภาพไม่เพี้ยนเลย แต่ผมคิดว่าเปอร์เซ็นต์การทำมือถือหล่นนั้นมีมากกว่าแน่นอน ที่สำคัญ iPhone 4 ออกแบบให้ตัวกระจกค่อนข้างสุ่มเสี่ยงต่อการแตกได้พอสมควร ฉะนั้นใช้กันก็โปรดระวัง</p>
<p>ส่วนเรื่อง smash โผล่มาเมื่อไหร่เดี๋ยวผมจะเอามาแปะให้ชม ซึ่งยังไงก็มีแน่นอนหลังจากที่เครื่องวางขาย รออีกสองอาทิตย์คงได้เห็นกันแหงๆ</p>
<p>Source: <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.slashgear.com/iphone-4-smashed-in-pre-release-drop-test-1089264" rel="nofollow"  target="_blank">SlashGear</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2010/06/10/iphone-4-drop-test/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนังหรือภาพ 3 มิติ ทำงานอย่างไร ?</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2010/02/16/how-3d-work/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2010/02/16/how-3d-work/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Feb 2010 10:14:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[3D]]></category>
		<category><![CDATA[3D Technology]]></category>
		<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[Avatar]]></category>
		<category><![CDATA[LCD TV]]></category>
		<category><![CDATA[Tips]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=1931</guid>
		<description><![CDATA[
ช่วงนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทคโนโลยีภาพ 3D กำลังที่จะกลับมาฮิตในบ้านเรารวมถึงทั่วทั้งโลกอีกครั้งนึง เหตุนึงก็เพราะภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงอย่าง Avatar ได้พาผู้ชมไปสู่โลกแห่งใหม่แบบที่ไม่เคยมีภาพยนตร์เรื่องไหนเคยทำได้มาก่อน ด้วยเทคโนโลยีภาพ 3D ที่สมจริงเหมือนกับว่าเราได้ไปอยู่บนดาวแพนโดร่ากับตัวละครด้วยก็คงจะไม่พูดเกินเลยไปนัก
เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า กับเทคโนโลยี 3D ที่เป็นนิยมกันในปัจจุบันและอนาคต
Anaglyph
จริงๆ เทคโนโลยี 3D นั้นมีมานานแล้วนับร้อยปี โดยที่ในยุคแรกๆ เราจะเรียกการฉายภาพ 3D แบบดั้งเดิมนี้ว่า Anaglyph หรือที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีในรูปแบบของแว่นตาสีแดงและสีน้ำเงิน
โดยหลักการของภาพ 3D แบบนี้คือการใช้ฉายภาพสองภาพซ้อนลงไปบนเฟรมเดียวกัน โดยที่ภาพสองภาพจะมีลักษณะของสีที่แตกต่างคือสีแดง และสีน้ำเงิน (รวมถึงมุมมองที่เหลื่อมกันเล็กน้อยด้วย) ส่วนแว่นตัวนี้ก็จะมีหน้านี้คือการหักล้างสีที่ไม่ตรงกับฟิลเตอร์สีนั้นๆ ออกไปเช่นสีแดง ก็จะรับเพียงสีแดงเข้ามา (คือแสดงเป็นภาพ) ส่วนสีที่เหลือจะกลายเป็นสีดำ อีกข้างก็เช่นเดียวกัน ข้อเสียคือสีจะค่อนข้างซีดและไม่สดใสเท่าที่ควร ข้อดีคือราคาถูก (แว่นประเภทนี้ราคาไม่กี่บาทเท่านั้นเอง)
Polarized 3D
ต่อมาได้พัฒนาขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งโดยการฉายภาพสองภาพลงไปบนเฟรมเดียวกันเหมือนเดิม  แต่รอบนี้ภาพที่ฉายออกมาจะเป็นภาพที่ผ่านฟิลเตอร์ Polarize ที่แตกต่างกัน ภาพที่ได้ก็จะเหลื่อมกันเหมือนเดิม (หากไม่ได้มองผ่านแว่น) แต่แว่นตัวนี้จะพิเศษหน่อยคือด้านหนึ่งจะกรองคลื่นแสงเฉพาะแนวนอน ส่วนอีกด้านก็แนวตั้งเท่านั้น
รูปแบบการฉายแบบ Polarized นี่คือเทคโนโลยีที่อยู่ในยุคปัจจุบัน Avatar ก็ใช้เทคนิคนี้เช่นกัน รวมถึงทีวี 3D ที่ออกวางจำหน่ายในปัจจุบันด้วย แต่รูปแบบของการฉายจะมีอีกสองแบบแยกย่อยออกไปอีกคือ

Linear Polarization: นี่เป็นรูปแบบปัจจุบันที่ใช้กันเยอะ คือการกรองในแนวตั้ง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/3d-movie-head.jpg" rel="lightbox[1931]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1938" title="3d-movie-head" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/3d-movie-head.jpg" alt="3d movie head หนังหรือภาพ 3 มิติ ทำงานอย่างไร ?" width="500" height="250" /></a></p>
<p>ช่วงนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทคโนโลยีภาพ 3D กำลังที่จะกลับมาฮิตในบ้านเรารวมถึงทั่วทั้งโลกอีกครั้งนึง เหตุนึงก็เพราะภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงอย่าง Avatar ได้พาผู้ชมไปสู่โลกแห่งใหม่แบบที่ไม่เคยมีภาพยนตร์เรื่องไหนเคยทำได้มาก่อน ด้วยเทคโนโลยีภาพ 3D ที่สมจริงเหมือนกับว่าเราได้ไปอยู่บนดาวแพนโดร่ากับตัวละครด้วยก็คงจะไม่พูดเกินเลยไปนัก<span id="more-1931"></span></p>
<p>เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า กับเทคโนโลยี 3D ที่เป็นนิยมกันในปัจจุบันและอนาคต</p>
<h3><strong>Anaglyph</strong></h3>
<p>จริงๆ เทคโนโลยี 3D นั้นมีมานานแล้วนับร้อยปี โดยที่ในยุคแรกๆ เราจะเรียกการฉายภาพ 3D แบบดั้งเดิมนี้ว่า Anaglyph หรือที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีในรูปแบบของแว่นตาสีแดงและสีน้ำเงิน</p>
<div id="attachment_1933" class="wp-caption aligncenter" style="width: 330px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/glasses-anaglyph.jpg" rel="lightbox[1931]"><img class="size-full wp-image-1933" title="glasses-anaglyph" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/glasses-anaglyph.jpg" alt="แว่นสามมิติ" width="320" height="185" /></a><p class="wp-caption-text">แว่น Anaglyph ที่เราคุ้นเคยกันดี</p></div>
<p>โดยหลักการของภาพ 3D แบบนี้คือการใช้ฉายภาพสองภาพซ้อนลงไปบนเฟรมเดียวกัน โดยที่ภาพสองภาพจะมีลักษณะของสีที่แตกต่างคือสีแดง และสีน้ำเงิน (รวมถึงมุมมองที่เหลื่อมกันเล็กน้อยด้วย) ส่วนแว่นตัวนี้ก็จะมีหน้านี้คือการหักล้างสีที่ไม่ตรงกับฟิลเตอร์สีนั้นๆ ออกไปเช่นสีแดง ก็จะรับเพียงสีแดงเข้ามา (คือแสดงเป็นภาพ) ส่วนสีที่เหลือจะกลายเป็นสีดำ อีกข้างก็เช่นเดียวกัน ข้อเสียคือสีจะค่อนข้างซีดและไม่สดใสเท่าที่ควร ข้อดีคือราคาถูก (แว่นประเภทนี้ราคาไม่กี่บาทเท่านั้นเอง)</p>
<div id="attachment_1932" class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/anaglyph-valleys.jpg" rel="lightbox[1931]"><img class="size-full wp-image-1932" title="anaglyph-valleys" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/anaglyph-valleys.jpg" alt="anaglyph valleys หนังหรือภาพ 3 มิติ ทำงานอย่างไร ?" width="500" height="301" /></a><p class="wp-caption-text">ตัวอย่างภาพ Anaglyph ภาพจาก Kiwizone&#39;s Flickr</p></div>
<h3><strong>Polarized 3D</strong></h3>
<p>ต่อมาได้พัฒนาขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งโดยการฉายภาพสองภาพลงไปบนเฟรมเดียวกันเหมือนเดิม  แต่รอบนี้ภาพที่ฉายออกมาจะเป็นภาพที่ผ่านฟิลเตอร์ Polarize ที่แตกต่างกัน ภาพที่ได้ก็จะเหลื่อมกันเหมือนเดิม (หากไม่ได้มองผ่านแว่น) แต่แว่นตัวนี้จะพิเศษหน่อยคือด้านหนึ่งจะกรองคลื่นแสงเฉพาะแนวนอน ส่วนอีกด้านก็แนวตั้งเท่านั้น</p>
<div id="attachment_1935" class="wp-caption aligncenter" style="width: 426px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/polarized-3d-image.jpg" rel="lightbox[1931]"><img class="size-full wp-image-1935" title="polarized-3d-image" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/polarized-3d-image.jpg" alt="polarized 3d image หนังหรือภาพ 3 มิติ ทำงานอย่างไร ?" width="416" height="312" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพที่ผ่านกระบวนการ Polarized</p></div>
<p>รูปแบบการฉายแบบ Polarized นี่คือเทคโนโลยีที่อยู่ในยุคปัจจุบัน Avatar ก็ใช้เทคนิคนี้เช่นกัน รวมถึงทีวี 3D ที่ออกวางจำหน่ายในปัจจุบันด้วย แต่รูปแบบของการฉายจะมีอีกสองแบบแยกย่อยออกไปอีกคือ</p>
<ul>
<li>Linear Polarization: นี่เป็นรูปแบบปัจจุบันที่ใช้กันเยอะ คือการกรองในแนวตั้ง และแนวนอน ข้อเสียคือหากคุณหมุนหัวหรือนั่งไม่ได้ระดับ ภาพจะแยกออกกันในทันที (เหตุผลที่ควรนั่งในโรงและมองให้ตรงฉากกับจอ และอยู่ให้นิ่ง ก็เพราะใช้แว่นแบบนี้) ข้อดีคือราคาไม่แพงมาก</li>
<li>Circular Polarization: รูปแบบคล้ายด้าานบน แต่ฟิลเตอร์จะกรองแสงแบบตามเข็มนาฬิกา และทวนเข็มแทน ข้อดีของแบบนี้คือสามารถหันหัวไปมาได้ (แต่ในไทยผมไม่เคยเห็นแบบนี้แฮะ ใครเจอโปรดแจ้ง)</li>
</ul>
<div id="attachment_1936" class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/polarized-3d-glass.jpg" rel="lightbox[1931]"><img class="size-full wp-image-1936" title="polarized-3d-glass" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/polarized-3d-glass.jpg" alt="polarized 3d glass หนังหรือภาพ 3 มิติ ทำงานอย่างไร ?" width="500" height="281" /></a><p class="wp-caption-text">แว่น Polarized</p></div>
<p><strong>Paralax Barrier</strong></p>
<p>ปัจจุบันเรายังไม่ค่อยเห็นเทคนิคแบบนี้เท่าไหร่นัก แต่เทคนิคแบบนี้ข้อดีคือไม่ต้องใช้แว่นใดๆ ในการมองเลย เป็นเทคโนโลยีที่จะใช้ในทีวียุคต่อไป ใช้การฉายภาพสองเฟรมพร้อมกันลงบนจอ และมีฟิลเตอร์กรองแสงบนหน้าจอให้เข้าลูกกะตาของเราสองข้างแทน (แสงพุ่งเข้าตาแบบตรงๆ ชนิดไม่ต้องใช้แว่น) วิธีนี้เวิร์คสุดๆ แต่ยังเป็นอนาคตอีกยาวไกลที่ต้องพัฒนากันต่อ (ผมว่าจอ 3D ตามห้างดังๆ ก็อาจใช้หลักการเดียวกันกับแบบนี้นั่นละครับ)</p>
<p>รูปแบบที่กล่าวมาทั้งสามแบบ มีจุดประสงค์เดียวกันทั้งหมดคือทำให้เราได้รับภาพที่แตกต่างกันสองภาพสำหรับดวงตาของเรา เพราะการมองภาพให้ได้เป็น 3D นั้นจำเป็นต้องได้ภาพที่มีมุมมองสำหรับลูกตาสองข้างของเรา เราสามารถทดสอบรูปแบบของภาพที่จะเข้าลูกตาเราทั้งสองข้างได้เองโดยการหลับตาเพียงข้างเดียวและสลับซ้ายขวาดู ภาพที่ได้จะมีความแตกต่างกันนิดหน่อยจากตำแหน่งของลูกตาทั้งสองข้างที่ต่างกัน</p>
<p>และนี่คือรูปภาพที่อธิบายง่ายๆ เกี่ยวกับรูปแบบของภาพ 3D แบบต่างๆ ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เครดิตภาพจาก <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://kotaku.com/5472582/how-3d-actually-works" rel="nofollow"  target="_blank">Kotaku</a> และ <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.onlineschools.org/" rel="nofollow"  target="_blank">Online Schools</a></p>
<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/3d-image-cheatsheet.jpg" rel="lightbox[1931]"><img class="aligncenter size-large wp-image-1934" title="3d image cheatsheet" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/3d-image-cheatsheet-310x1024.jpg" alt="3D Technology Cheat Sheet" width="310" height="1024" /></a></p>
<p><em>ข้อมูลจาก: <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://en.wikipedia.org/wiki/Stereoscopy" rel="nofollow" >Wikipedia</a></em><br />
<script type="text/javascript"><!--
google_ad_client = "pub-8771220338621227";
google_ad_slot = "0559216316";
google_ad_width = 468;
google_ad_height = 15;
//-->
</script>
<script type="text/javascript"
src="http://pagead2.googlesyndication.com/pagead/show_ads.js">
</script></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2010/02/16/how-3d-work/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สถิติของเกมและหนังที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์มากที่สุดในปี 2009</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2009/12/30/most-pirated-movies-and-games-2009/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2009/12/30/most-pirated-movies-and-games-2009/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Dec 2009 08:00:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[Bittorrent]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=1625</guid>
		<description><![CDATA[
เว็บไซต์ TorrentFreak มีรายงานที่น่าสนใจมานำเสนออีกแล้ว คราวนี้เป็นสถิติของเกมที่ถูกดาวน์โหลดผ่านเครือข่าย Bittorrent มากที่สุดของเครื่องต่างๆ โดยเกมที่ครองแชมป์ในปีนี้ก็คือ Call of Duty: Modern Warfare 2 นั่นเอง โดยรายชื่อเต็มๆ แยกแต่ละเครื่องก็จะมีดังนี้ครับ
PC Game Downloads on BitTorrent in 2009

Call of Duty: Modern Warfare 2 	(4,100,000) 	(Nov. 2009)
 The Sims 3 	(3,200,000) 	(June. 2009)
 Prototype 	(2,350,000) 	(June. 2009)
 Need For Speed Shift 	(2,100,000) 	(Sept. 2009)
 Street Fighter IV 	(1,850,000) 	(July. 2009)

Xbox 360 Game [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/12/the-bittorrent-logo.jpg" rel="lightbox[1625]"><img class="alignnone size-full wp-image-1626" title="the-bittorrent-logo" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/12/the-bittorrent-logo-e1262099985150.jpg" alt="the bittorrent logo e1262099985150 สถิติของเกมและหนังที่ถูกละเมิดลิขสิทธิ์มากที่สุดในปี 2009" width="563" height="218" /></a></p>
<p>เว็บไซต์ <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://torrentfreak.com/the-most-pirated-games-of-2009-091227/" rel="nofollow" >TorrentFreak </a>มีรายงานที่น่าสนใจมานำเสนออีกแล้ว คราวนี้เป็นสถิติของเกมที่ถูกดาวน์โหลดผ่านเครือข่าย Bittorrent มากที่สุดของเครื่องต่างๆ โดยเกมที่ครองแชมป์ในปีนี้ก็คือ Call of Duty: Modern Warfare 2 นั่นเอง โดยรายชื่อเต็มๆ แยกแต่ละเครื่องก็จะมีดังนี้ครับ<span id="more-1625"></span></p>
<p><strong>PC Game Downloads on BitTorrent in 2009</strong></p>
<ol>
<li>Call of Duty: Modern Warfare 2 	(4,100,000) 	(Nov. 2009)</li>
<li> The Sims 3 	(3,200,000) 	(June. 2009)</li>
<li> Prototype 	(2,350,000) 	(June. 2009)</li>
<li> Need For Speed Shift 	(2,100,000) 	(Sept. 2009)</li>
<li> Street Fighter IV 	(1,850,000) 	(July. 2009)</li>
</ol>
<p><strong>Xbox 360 Game Downloads on BitTorrent in 2009</strong></p>
<ol>
<li> Call of Duty: Modern Warfare 2 	(970,000) 	(Nov. 2009)</li>
<li> Street Fighter IV 	(840,000) 	(July. 2009)</li>
<li> Prototype 	(810,000) 	(Feb. 2009)</li>
<li>Dirt 2 	(790,000) 	(Sept. 2009)</li>
<li> UFC 2009 Undisputed 	(720,000) 	(Mar. 2009)</li>
</ol>
<p><strong>Wii Game Downloads on BitTorrent in 2009</strong></p>
<ol>
<li> New Super Mario Bros. 	(1,150,000) 	(Nov. 2009)</li>
<li> Punch-Out!! 	(950,000) 	(May. 2009)</li>
<li> Wii Sports Resort 	(920,000) 	(July. 2009)</li>
<li> The House of the Dead: Overkill 	(860,000) 	(Feb. 2009)</li>
<li> Mario Power Tennis 	(830,000) 	(Mar. 2009)</li>
</ol>
<p>นอกจากนี้ยังมีสถิติเกี่ยวกับภาพยนตร์ที่โดนละเมิดลิขสิทธิ์สูงสุดในปีนี้อีกด้วย เป็นข้อมูลจาก <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.digitalspy.com/movies/news/a192910/star-trek-most-pirated-film-of-2009.html" rel="nofollow" >digitalspy</a> โดยหนังที่ครองแชมป์คือ Star Trek ที่ถูกดาวน์โหลดไปไม่ต่ำกว่าสิบล้านครั้งในปีนี้ ตามมาด้วยอันดับสองก็คือ Transformers: Revenge of the Fallen โดยหนังเรื่องอื่นๆ ที่ขึ้นแท่นถูกสูบมากที่สุดเช่นกันก็เช่น RocknRolla, The Hangover, Twilight, District 9, Harry Potter And The Half-Blood Prince, X-Men Origins: Wolverine นั่นเองละครับพี่น้อง</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2009/12/30/most-pirated-movies-and-games-2009/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>บอกเล่าเรื่องราวของกูเกิ้ล ผ่านแอนิเมชั่นสุดสวย</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2009/11/22/the-google-story-by-nick-scott-studio/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2009/11/22/the-google-story-by-nick-scott-studio/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 22 Nov 2009 07:15:49 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[Animation]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=1338</guid>
		<description><![CDATA[
The Google Story from Nick Scott Studio on Vimeo.
บอกเล่าเรื่องราวของกูเกิ้ลตั้งแต่เริ่มตั้งบริษัทจนถึงปัจจุบัน ผ่านแอนิเมชั่นสวยๆ โดยทีมงาน Nick Scott Studio ที่สร้างขึ้นเพื่อโปรโมทในโอกาสครบ 11 ปีของกูเกิ้ลครับ
Source: SteelCloset
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="400" height="225" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowfullscreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://vimeo.com/moogaloop.swf?clip_id=7285062&amp;server=vimeo.com&amp;show_title=1&amp;show_byline=1&amp;show_portrait=0&amp;color=&amp;fullscreen=1" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="400" height="225" src="http://vimeo.com/moogaloop.swf?clip_id=7285062&amp;server=vimeo.com&amp;show_title=1&amp;show_byline=1&amp;show_portrait=0&amp;color=&amp;fullscreen=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<h6 style="text-align: center;"><a rel="nofollow" target="_blank" href="http://vimeo.com/7285062" rel="nofollow" >The Google Story</a> from <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://vimeo.com/user366121" rel="nofollow" >Nick Scott Studio</a> on <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://vimeo.com" rel="nofollow" >Vimeo</a>.</h6>
<p>บอกเล่าเรื่องราวของกูเกิ้ลตั้งแต่เริ่มตั้งบริษัทจนถึงปัจจุบัน ผ่านแอนิเมชั่นสวยๆ โดยทีมงาน Nick Scott Studio ที่สร้างขึ้นเพื่อโปรโมทในโอกาสครบ 11 ปีของกูเกิ้ลครับ</p>
<p>Source: <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://steelcloset.com/2009/11/20/an-animation-the-story-of-google/" rel="nofollow" >SteelCloset</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2009/11/22/the-google-story-by-nick-scott-studio/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ป้อมปืน DIY คุณก็ทำเองได้</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2009/11/03/diy-sentry-gun-is-awesome/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2009/11/03/diy-sentry-gun-is-awesome/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 03 Nov 2009 07:51:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[DIY]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=1045</guid>
		<description><![CDATA[
สำหรับคนชอบดัดแปลงและสร้างอะไรใหม่ๆ คงไม่มีอะไรเด็ดไปกว่าการสร้าง Sentry Gun (ป้อมปืนอัตโนมัติ) ขึ้นมาใช้งานเอง ซึ่งคราวนี้ก็มีฝรั่งเข้าใจ DIY ออกมา ที่สำคัญมันทำงานได้จริงด้วย โดยใช้หลักการการจับความเคลื่อนไหวครับ ใครสนใจลองเข้าไปดูได้ในลิงก์ที่มานะครับ ผมละอยากทำไว้ใช้เองสักตัว (ติดกล้องแทน) ขอเวลาเก็บเงินก่อนละกัน  
Source: Sentry Gun จาก Gizmodo
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/zL7ymUC1wOQ&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/zL7ymUC1wOQ&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>สำหรับคนชอบดัดแปลงและสร้างอะไรใหม่ๆ คงไม่มีอะไรเด็ดไปกว่าการสร้าง Sentry Gun (ป้อมปืนอัตโนมัติ) ขึ้นมาใช้งานเอง ซึ่งคราวนี้ก็มีฝรั่งเข้าใจ DIY ออกมา ที่สำคัญมันทำงานได้จริงด้วย โดยใช้หลักการการจับความเคลื่อนไหวครับ ใครสนใจลองเข้าไปดูได้ในลิงก์ที่มานะครับ ผมละอยากทำไว้ใช้เองสักตัว (ติดกล้องแทน) ขอเวลาเก็บเงินก่อนละกัน <img src='http://www.techblog.in.th/wp-includes/images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' title="ป้อมปืน DIY คุณก็ทำเองได้" /> </p>
<p>Source: <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://members.upc.nl/a.kutsenko/gettingstarted.htm" rel="nofollow" >Sentry Gun</a> จาก <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://gizmodo.com/5395745/this-diy-automated-sentry-gun-looks-terrifyingly-easy-to-build" rel="nofollow" >Gizmodo</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2009/11/03/diy-sentry-gun-is-awesome/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>BusinessWeek ยกให้ Nintendo เป็นบริษัทที่ดีที่สุดในโลกปี 2009</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2009/10/06/nintendo-is-the-world-best-company-by-businessweek/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2009/10/06/nintendo-is-the-world-best-company-by-businessweek/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2009 12:49:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[Apple]]></category>
		<category><![CDATA[Google]]></category>
		<category><![CDATA[Nintendo]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=847</guid>
		<description><![CDATA[
นิตยสารธุรกิจชื่อดัง BusinessWeek ยกให้บริษัทเกมจากดินแดนปลาดิบ Nintendo เป็นบริษัทที่ดีที่สุดในโลกปี 2009 เนื่องจากเป็นบริษัทที่สามารถทำยอดขายได้ดีต่อเนื่องมาตลอด 5 ปี นอกจากนี้ยังเป็นบริษัทที่คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาสู่วงการเกมอย่างเช่น DS และ Wii และทำยอดขายได้เป็นที่หนึ่งแซงคู่แข่งอย่าง Microsoft และ Sony มาโดยตลอด
โดยบริษัทที่ตามมาเป็นอันดับสองคือ Google ส่วน Apple ได้อันดับสามไปครอง โดยการพิจารณาของทาง Business Week จะอิงจากอัตราการเติบโตของบริษัท รายได้ นวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงความเป็นผู้นำของบริษัทนั้นๆ ซึ่งบริษัทที่ได้เข้าร่วมพิจารณานั้นมาจากแทบทุกอุตสาหกรรมตั้งแต่อุตสาหกรรมด้านเคมีไปจนถึงธุรกิจต่อเรือ
ส่วนอันดับโดยรวมดูได้จากที่มานะครับ
Source: BusinessWeek
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/10/nintendo.jpg" rel="lightbox[847]"><img class="alignnone size-full wp-image-848" title="nintendo" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/10/nintendo.jpg" alt="nintendo BusinessWeek ยกให้ Nintendo เป็นบริษัทที่ดีที่สุดในโลกปี 2009" width="400" height="257" /></a></p>
<p>นิตยสารธุรกิจชื่อดัง BusinessWeek ยกให้บริษัทเกมจากดินแดนปลาดิบ Nintendo เป็นบริษัทที่ดีที่สุดในโลกปี 2009 เนื่องจากเป็นบริษัทที่สามารถทำยอดขายได้ดีต่อเนื่องมาตลอด 5 ปี นอกจากนี้ยังเป็นบริษัทที่คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาสู่วงการเกมอย่างเช่น DS และ Wii และทำยอดขายได้เป็นที่หนึ่งแซงคู่แข่งอย่าง Microsoft และ Sony มาโดยตลอด</p>
<p>โดยบริษัทที่ตามมาเป็นอันดับสองคือ Google ส่วน Apple ได้อันดับสามไปครอง โดยการพิจารณาของทาง Business Week จะอิงจากอัตราการเติบโตของบริษัท รายได้ นวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงความเป็นผู้นำของบริษัทนั้นๆ ซึ่งบริษัทที่ได้เข้าร่วมพิจารณานั้นมาจากแทบทุกอุตสาหกรรมตั้งแต่อุตสาหกรรมด้านเคมีไปจนถึงธุรกิจต่อเรือ</p>
<p>ส่วนอันดับโดยรวมดูได้จากที่มานะครับ</p>
<p>Source: <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://bwnt.businessweek.com/interactive_reports/global_champs_2009/index.asp?sortCol=rankid&amp;sortOrder=1&amp;pageNum=1&amp;resultNum=50" rel="nofollow"  target="_blank">BusinessWeek</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2009/10/06/nintendo-is-the-world-best-company-by-businessweek/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>โจรบุกขโมยของใน Apple Store รัฐ New Jersey ได้ของกลับไปเพียบ !</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2009/09/03/burglarise-apple-store-in-new-jersey/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2009/09/03/burglarise-apple-store-in-new-jersey/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 03 Sep 2009 07:44:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[Apple Store]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=417</guid>
		<description><![CDATA[เป็นข่าวอาชญากรรมใหญ่เลยในช่วงเช้าวันนี้ในอเมริกา เนื่องด้วยตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่า Apple Store ใน Malton รัฐ New Jersey นั้นถูกขโมยโดยได้สินค้าไปหลายรายการคือ Macbook Pro 23 เครื่อง, ไอโฟน 14 เครื่อง และไอพอด 9 เครื่อง
โดยขโมยนั้นมีทั้งหมด 5 คน ใช้ก้อนอิฐทุบกระจกเข้ามาในร้านและใช้เวลาขโมยเพียง 31 วินาทีเท่านั้น !
วิดีโอนั้นชมได้จากลิงก์ด้านล่างครับ ผมแนบมาให้ดูแล้ว

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เป็นข่าวอาชญากรรมใหญ่เลยในช่วงเช้าวันนี้ในอเมริกา เนื่องด้วยตำรวจได้รับแจ้งเหตุว่า Apple Store ใน Malton รัฐ New Jersey นั้นถูกขโมยโดยได้สินค้าไปหลายรายการคือ<span id="more-417"></span> Macbook Pro 23 เครื่อง, ไอโฟน 14 เครื่อง และไอพอด 9 เครื่อง</p>
<p>โดยขโมยนั้นมีทั้งหมด 5 คน ใช้ก้อนอิฐทุบกระจกเข้ามาในร้านและใช้เวลาขโมยเพียง 31 วินาทีเท่านั้น !</p>
<p>วิดีโอนั้นชมได้จากลิงก์ด้านล่างครับ ผมแนบมาให้ดูแล้ว</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="560" height="340" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/t-Wj2-3BrNg&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="560" height="340" src="http://www.youtube.com/v/t-Wj2-3BrNg&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2009/09/03/burglarise-apple-store-in-new-jersey/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>RIBA หุ่นยนต์พยาบาล</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2009/08/27/riba-nurse-robot/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2009/08/27/riba-nurse-robot/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 27 Aug 2009 16:55:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[Robot]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=336</guid>
		<description><![CDATA[RIBA ย่อมาจาก Robot for Interactive Body Assistance ซึ่งเป็นหุ่นยนต์วิจัยโดย Japan’s Institute of Physical and Chemical Research เพื่อช่วยพยาบาลในการอุ้มผู้ป่วยจากรถเข็นลงสู่เตียง ลักษณะนั้นออกแบบมาเป็นพยาบาลหมีน้อยน่ารัก โดยมีแขนกลนุ่มๆ สองข้างไว้ประคองผู้ป่วย เหตุนึงที่มีการวิจัยหุ่นตัวนี้ขึ้นมาเนื่องจากในปัจจุบันนั้นพยาบาลในญี่ปุ่นเริ่มขาดแคลนเนื่องจากการขยายตัวของประชากรที่มากขึ้น และคนเก่าๆ ที่มีก็เริ่มแก่ลงไปเรื่อยๆ โดยหุ่นตัวนี้ทางผู้สร้างมีแผนที่จะนำมาใช้ในโรงพยาบาลอีกห้าปีข้างหน้าครับ

Source : Pinktentacle
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>RIBA ย่อมาจาก Robot for Interactive Body Assistance ซึ่งเป็นหุ่นยนต์วิจัยโดย Japan’s Institute of Physical and Chemical Research เพื่อช่วยพยาบาลในการอุ้มผู้ป่วยจากรถเข็นลงสู่เตียง<span id="more-336"></span> ลักษณะนั้นออกแบบมาเป็นพยาบาลหมีน้อยน่ารัก โดยมีแขนกลนุ่มๆ สองข้างไว้ประคองผู้ป่วย เหตุนึงที่มีการวิจัยหุ่นตัวนี้ขึ้นมาเนื่องจากในปัจจุบันนั้นพยาบาลในญี่ปุ่นเริ่มขาดแคลนเนื่องจากการขยายตัวของประชากรที่มากขึ้น และคนเก่าๆ ที่มีก็เริ่มแก่ลงไปเรื่อยๆ โดยหุ่นตัวนี้ทางผู้สร้างมีแผนที่จะนำมาใช้ในโรงพยาบาลอีกห้าปีข้างหน้าครับ</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowScriptAccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/urbASu_nLwQ&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/urbASu_nLwQ&amp;color1=0xb1b1b1&amp;color2=0xcfcfcf&amp;hl=en&amp;feature=player_embedded&amp;fs=1" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>

<a href='' title='riba_1'><img width="150" height="150" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/08/riba_1-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="riba 1 150x150 RIBA หุ่นยนต์พยาบาล" title="riba_1" /></a>
<a href='' title='riba_2'><img width="150" height="150" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/08/riba_2-150x150.jpg" class="attachment-thumbnail" alt="riba 2 150x150 RIBA หุ่นยนต์พยาบาล" title="riba_2" /></a>

<p>Source : <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.pinktentacle.com/2009/08/riba-robot-nurse-bear/" rel="nofollow" >Pinktentacle</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2009/08/27/riba-nurse-robot/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
