<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Techblog &#187; LCD TV</title>
	<atom:link href="http://www.techblog.in.th/tag/lcd-tv/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.techblog.in.th</link>
	<description>The Technology Notes</description>
	<lastBuildDate>Wed, 08 Feb 2012 12:46:25 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.1</generator>
		<item>
		<title>23 เคล็ดลับวิธีการเลือกซื้อ LCD TV และ LCD Monitor</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2010/06/30/23-recommended-tips-for-buying-lcd-tv-or-monitor/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2010/06/30/23-recommended-tips-for-buying-lcd-tv-or-monitor/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 30 Jun 2010 13:27:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Gadget]]></category>
		<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[Featured Article]]></category>
		<category><![CDATA[LCD TV]]></category>
		<category><![CDATA[Tips]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=2520</guid>
		<description><![CDATA[ปัจจุบัน LCD TV เป็นทีวีอีกแบบที่ได้รับความนิยมอย่างมากขึ้นเรื่อยๆ ตามสมัยนิยม ด้วยเหตุผลหลายประการเช่นราคาที่ถูกลงมาเรื่อยๆ  ดีไซน์ที่สวยงามและปัจจุบันภาพวิดีโอแบบความละเอียดสูงพบเจอได้ง่ายมากๆ ต่างกับสมัยสามสี่ปีก่อนลิบลับ บทความนี้เนื้อหานำมาจากเว็บไซต์ Gizmodo ซึ่งผมนำมาเรียบเรียงใหม่ให้กลายเป็นภาษาไทย ซึ่งเคล็ดลับหรือเทคนิคการเลือกซื้อสินค้าประเภทนี้ปัจจุบันผมว่าเป็นเรื่องที่มีคนนิยมถามกันเป็นจำนวนมากในอินเตอร์เน็ต ว่ารุ่นไหนดี หรือวิธีการเลือกซื้อควรจะทำยังไง ซึ่งเนื้อหาพวกนี้สามารถนำไปใช้ในการเลือกซื้อ LCD monitor ได้ด้วย เอาเป็นว่าไปดูกันเลยดีกว่า คำแนะนำเบื้องต้น สเปคที่ออกมาจากผู้ผลิตส่วนมากล้วนเกินจริง และไม่สามารถนำไปใช้ในการประกอบการตัดสินใจเพียงอย่างเดียวได้ ควรใช้สเปคจากผู้ผลิตในการเปรียบเทียบภายในยี่ห้อเดียวกันเท่านั้น ไม่ควรนำไปเปรียบเทียบต่างยี่ห้อเนื่องจากบางผู้ผลิตมีมาตรฐานการวัดที่แตกต่างกันมากมาย (และส่วนมากเรามักจะไม่ทราบ) ทำการบ้านโดยการเก็บข้อมูลต่างๆ เช่นรีวิว หรือข้อคิดเห็นจากคนอื่นๆ ให้มากที่สุด และหาข้อมูลจากแหล่งที่เป็นกลางเพื่อใช้ในการประกอบการตัดสินใจ สำหรับเว็บไซต์ในไทยส่วนมากจะให้ข้อมูลในรูปแบบของสังคมหรือ community เสียมากกว่าที่จะเป็นฐานข้อมูล การตัดสินใจผมเลยแนะนำให้หาบอร์ดที่คุยกันแบบกลางๆ ไม่แยกยี่ห้อ จะได้ผลที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือกว่าครับ เข้าไปหาข้อมูลจากเว็บไซต์ผู้ผลิตและอ่านข้อมูลทั้งหมดอย่างละเอียดและรอบคอบ หากเว็บไซต์นั้นๆ มีคู่มือการใช้งานให้ดาวน์โหลดด้วยก็จะยิ่งดีเพราะเป็นหนึ่งในการศึกษาการใช้งานของเครื่องที่ดีที่สุด คำแนะนำแบบลัดสุดๆ คือให้เลือกซื้อ plasma TV หากต้องการดูในห้องมืด และเลือก LCD TV หากต้องการดูในห้องสว่างๆ (ดูจากการใช้งานทั่วไปของคุณ) เลือกร้านที่จะเข้าไปซื้อ จำไว้ว่าร้านจะมีหลายๆ รูปแบบไล่จากร้านขนาดใหญ่เช่นตามห้างต่างๆ ที่มีทีวีให้เลือกมากมาย ไล่ไปจนถึงร้านเล็กๆ ที่เปิดตามอาคารพาณิชย์ที่มีความเชี่ยวชาญ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="aligncenter size-full wp-image-2521" title="korean-lcd-tv" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/korean-lcd-tv.jpg" alt="korean lcd tv 23 เคล็ดลับวิธีการเลือกซื้อ LCD TV และ LCD Monitor" width="450" height="357" /></p>
<p>ปัจจุบัน LCD TV เป็นทีวีอีกแบบที่ได้รับความนิยมอย่างมากขึ้นเรื่อยๆ ตามสมัยนิยม ด้วยเหตุผลหลายประการเช่นราคาที่ถูกลงมาเรื่อยๆ  ดีไซน์ที่สวยงามและปัจจุบันภาพวิดีโอแบบความละเอียดสูงพบเจอได้ง่ายมากๆ ต่างกับสมัยสามสี่ปีก่อนลิบลับ</p>
<p>บทความนี้เนื้อหานำมาจากเว็บไซต์ <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://gizmodo.com/5574446/23-tips-for-buying-the-best-hdtv" target="_blank">Gizmodo</a> ซึ่งผมนำมาเรียบเรียงใหม่ให้กลายเป็นภาษาไทย ซึ่งเคล็ดลับหรือเทคนิคการเลือกซื้อสินค้าประเภทนี้ปัจจุบันผมว่าเป็นเรื่องที่มีคนนิยมถามกันเป็นจำนวนมากในอินเตอร์เน็ต ว่ารุ่นไหนดี หรือวิธีการเลือกซื้อควรจะทำยังไง ซึ่งเนื้อหาพวกนี้สามารถนำไปใช้ในการเลือกซื้อ LCD monitor ได้ด้วย เอาเป็นว่าไปดูกันเลยดีกว่า<span id="more-2520"></span></p>
<h3>
<p><div id="attachment_2523" class="wp-caption aligncenter" style="width: 610px"><img class="size-full wp-image-2523" title="samsung-lcd-website" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/samsung-lcd-website.jpg" alt="samsung lcd website 23 เคล็ดลับวิธีการเลือกซื้อ LCD TV และ LCD Monitor" width="600" height="374" /><p class="wp-caption-text">Samsung LCD TV Website</p></div></h3>
<h3><span style="color: #ff0000;">คำแนะนำเบื้องต้น</span></h3>
<ol>
<li><strong>สเปคที่ออกมาจากผู้ผลิตส่วนมากล้วนเกินจริง</strong> และไม่สามารถนำไปใช้ในการประกอบการตัดสินใจเพียงอย่างเดียวได้ ควรใช้สเปคจากผู้ผลิตในการเปรียบเทียบภายในยี่ห้อเดียวกันเท่านั้น ไม่ควรนำไปเปรียบเทียบต่างยี่ห้อเนื่องจากบางผู้ผลิตมีมาตรฐานการวัดที่แตกต่างกันมากมาย (และส่วนมากเรามักจะไม่ทราบ)</li>
<li><strong>ทำการบ้านโดยการเก็บข้อมูลต่างๆ</strong> เช่นรีวิว หรือข้อคิดเห็นจากคนอื่นๆ ให้มากที่สุด และหาข้อมูลจากแหล่งที่เป็นกลางเพื่อใช้ในการประกอบการตัดสินใจ สำหรับเว็บไซต์ในไทยส่วนมากจะให้ข้อมูลในรูปแบบของสังคมหรือ community เสียมากกว่าที่จะเป็นฐานข้อมูล การตัดสินใจผมเลยแนะนำให้หาบอร์ดที่คุยกันแบบกลางๆ ไม่แยกยี่ห้อ จะได้ผลที่ค่อนข้างน่าเชื่อถือกว่าครับ</li>
<li><strong>เข้าไปหาข้อมูลจากเว็บไซต์ผู้ผลิต</strong>และอ่านข้อมูลทั้งหมดอย่างละเอียดและรอบคอบ หากเว็บไซต์นั้นๆ มีคู่มือการใช้งานให้ดาวน์โหลดด้วยก็จะยิ่งดีเพราะเป็นหนึ่งในการศึกษาการใช้งานของเครื่องที่ดีที่สุด</li>
<li><strong>คำแนะนำแบบลัดสุดๆ</strong> คือให้เลือกซื้อ plasma TV หากต้องการดูในห้องมืด และเลือก LCD TV หากต้องการดูในห้องสว่างๆ (ดูจากการใช้งานทั่วไปของคุณ)</li>
<li><strong>เลือกร้านที่จะเข้าไปซื้อ</strong> จำไว้ว่าร้านจะมีหลายๆ รูปแบบไล่จากร้านขนาดใหญ่เช่นตามห้างต่างๆ ที่มีทีวีให้เลือกมากมาย ไล่ไปจนถึงร้านเล็กๆ ที่เปิดตามอาคารพาณิชย์ที่มีความเชี่ยวชาญ แต่จงคิดไว้อย่างนึงว่า ร้านที่มีขนาดใหญ่ กฎเกณฑ์ประเภท &#8220;ดูได้แต่ห้ามจับ&#8221; ก็จะยิ่งเยอะตามไปด้วย</li>
</ol>
<h3><img class="aligncenter size-full wp-image-2524" title="tv-store" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/tv-store.jpg" alt="tv store 23 เคล็ดลับวิธีการเลือกซื้อ LCD TV และ LCD Monitor" width="449" height="299" /></h3>
<h3><span style="color: #ff0000;">เมื่อเดินเข้าไปในร้าน</span></h3>
<ol>
<li><strong>ในร้านเกือบร้อยทั้งร้อย</strong>จะเปิดเดโมเพื่อโชว์ความสามารถของโทรทัศน์ ซึ่งเดโมเหล่านี้ถูกออกแบบมาให้ดูตื่นตาตื่นใจเป็นทุนเดิม ซึ่งโดยทั่วไปแล้วเดโมพวกนี้คุณภาพอาจจะไม่ค่อยดีเลิศสุดเกจเท่าไหร่นัก แต่ก็ยังดีที่เค้าเปิดให้ดูทุกตัวเหมือนๆ กันก็พอเปรียบเทียบกันได้</li>
<li><strong>หากเดโมที่โชว์เป็นภาพแอนิเมชั่น</strong> ให้มองข้ามจุดนี้ไปเนื่องจากภาพเหล่านี้เป็นภาพสังเคราะห์ ทีวีที่มีสีสดที่สุด ความสว่างสูงสุดก็จะได้เปรียบไปโดยปริยาย หากต้องการเลือกและพิจารณาจากสีที่ถูกต้อง แนะนำให้หลีกเลี่ยงการพิจารณาจากภาพคอมพิวเตอร์กราฟิก หาภาพทั่วๆ ไปมาเทียบดูจะเป็นความคิดที่ดีกว่า</li>
<li><strong>ในร้านส่วนมากทีวีมักไม่ได้ถูกปรับอย่างถูกต้อง</strong> และไม่สามารถตัดสินได้จากสายตาของคุณ เช่นหากไปเจอทีวีที่ภาพไม่ดี อาจคิดได้สองแง่คือมันอาจเป็นทีวีที่ดีแต่ไม่ได้รับการปรับที่ถูกต้อง หรือไม่มันก็เป็นทีวีที่ไม่ดีเท่าไหร่และภาพที่เห็นนั่นก็คือสุดความสามารถของมัน (เรียกว่าขุนกันสุดๆ) ถ้าหากไปเจอตัวที่ภาพดูดี ก็หมายความว่าภาพอาจจะดียิ่งขึ้นไปอีก หากได้รับการปรับอย่างถูกต้องหรือใช้เครื่องมือปรับแต่งสี ซึ่งจะสังเกตได้ว่าส่วนมากมักจะขายดีและมีกำไรเยอะ</li>
<li><strong>ตัวจ่ายการแสดงผลที่ใช้ในร้าน</strong>จะมีทั้งแบบดิจิตอล และอนาล็อก ซึ่งร้านส่วนมากมักใช้แบบอนาล็อกเพราะมีราคาที่ถูกกว่า และแน่นอนว่าแบบอนาล็อกจะให้ภาพที่คุณภาพไม่ดีเท่าไหร่นักในความละเอียดสูงๆ ฉะนั้นควรพิจารณาด้วยว่าร้านที่คุณไปดูใช้แบบไหนครับ</li>
<li><strong>ร้านส่วนมากมักมีแสงที่ค่อนข้างสว่างกว่าตามบ้านทั่วไป</strong> และเป็นแสงที่ไม่ใช่แสงปกติในการรับชมทีวี การรับชมทีวีที่พิจารณาคุณภาพได้ดีที่สุดคือการพิจารณาในบริเวณที่แสงน้อย จึงควรคำนึงถึงเรื่องเหล่านี้ไว้ด้วย</li>
<li><strong>ควรพิจารณาจอในตำแหน่งด้านหน้าจอแบบตรงๆ</strong> เนื่องจากจอพวกนี้หากมองในมุมมองที่ต่างกันจะมีผลด้วย</li>
<li><strong>หากเทียบกันตัวต่อตัว</strong>ระหว่างหลายๆ จอ แน่นอนว่าในความคิดของเราจอที่มีสีสด และสว่างที่สุด จะเป็นจอที่น่าซื้อและดูดีที่สุด และจอที่มีสีสันเป็นธรรมชาติสีมักจะซีดกว่า ก่อนพิจารณาตรงจุดนี้อยากให้ลองเช็คเรื่องโหมดการแสดงผลของจอด้วย เนื่องจากทีวีส่วนมากที่มาจากโรงงานจะตั้งโหมดส่วนมากไว้ที่ vivid หรือโหมดสีสดทำให้การตัดสินใจของเราผิดพลาดได้</li>
</ol>
<h3><img class="aligncenter size-full wp-image-2525" title="sony-lcd-tv" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/sony-lcd-tv.jpg" alt="sony lcd tv 23 เคล็ดลับวิธีการเลือกซื้อ LCD TV และ LCD Monitor" width="500" height="322" /></h3>
<h3><span style="color: #ff0000;">แล้วควรทำอย่างไร?</span></h3>
<ol>
<li><strong>การใช้ภาพเคลื่อนไหวไม่ได้เป็นสิ่งที่เหมาะที่สุด</strong>ในการพิจารณาภาพเสมอไป เนื่องจากภาพเหล่านี้มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สิ่งที่ดีที่สุดคือการนำภาพนิ่งมาใช้ในการเปรียบเทียบ และควรมองจากมุมมองที่ต่างกันด้วย เพราะหลายจออาจมีปัญหาเรื่องมุมมองด้วยเช่นกัน</li>
<li><strong>ร้านเล็กๆ ส่วนมากจะให้เรานำแผ่นหนังของตัวเองไปทดสอบได้</strong> ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีว่าเราควรจะได้ภาพออกมาเป็นอย่างไรในมุมมองของหนังเรื่องโปรด ควรหาหนังไปสักสองสามแผ่นเพื่อทำการทดสอบโดยใช้ฉากที่เราชอบหรือดูเป็นประจำในการพิจารณา สำหรับเรื่องนี้ผมแนะนำให้หาหนังหลายๆ แนว เช่นแนวชีวิต ทิวทัศน์สวยๆ หรือจะหาแนวบู๊ที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็ว เพื่อทดสอบเรื่อง response time ของจอก็เป็นความคิดที่ดีเช่นกัน ส่วนหนังชมพูคงไม่ต้องเอาไป เพราะอาจโดนรวบได้ 555</li>
<li><strong>อีกแนวทางที่เป็นไปได้กว่าคือการนำ USB Flashdrive</strong> ที่มีภาพของเราเองหรือภายในครอบครัวติดไปด้วย เพราะจอปัจจุบันต่างมีพอร์ท USB และสามารถชมภาพได้ภายในตัวเครื่องเลย อีกการเอาภาพที่เราคุ้นเคยมากๆไป เพราะเราคุ้นเคยกับภาพเหล่านั้นทั้งสีสันและรายละเอียด ทำให้เราสามารถเลือกได้สะดวกและเที่ยงตรงกว่าเดิมด้วย</li>
<li><strong>คุยกับคนขายว่าสามารถให้คุณเล่นรีโมท</strong>ได้หรือไม่ หากเล่นได้ก็น่าจะลองทำความคุ้นเคยกับตัวรีโมท และตัวเมนูในเครื่องว่าเหมาะกับเราหรือไม่อย่างไร</li>
<li><strong>หากคุณมีความรู้พอสมควร ลองปรับแต่งสี</strong>ดูเลยโดยเทียบกับหนังหรือภาพที่คุณนำมานั่นละ ว่าคุณสามารถปรับแต่งสีหรือคุณภาพของภาพให้ถูกใจตัวเองได้หรือไม่</li>
</ol>
<h3><img class="aligncenter size-full wp-image-2526" title="lcd-tv-testing" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/06/lcd-tv-testing.jpg" alt="lcd tv testing 23 เคล็ดลับวิธีการเลือกซื้อ LCD TV และ LCD Monitor" width="600" height="450" /></h3>
<h3><span style="color: #ff0000;">จะเลือกจอโดยดูจากอะไรดี?</span></h3>
<ol>
<li><strong>แสงสะท้อนของจอ</strong> พยายามหลีกเลี่ยงจอประเภท glossy หรือที่เรียกกันภาษาบ้านๆ คือจอกระจก เว้นเสียว่าคุณจะดูในที่มืดเสียเป็นส่วนใหญ่ หากจะเลือกจอแบบนี้ให้ดูด้วยว่ามีอาการภาพเป็นคลื่นๆ หรือไม่เนื่องจากบางครั้งการติดจออาจทำได้ไม่ค่อยดีจึงทำให้เกิดปัญหา วิธีการเช็คคือใช้ภาพสีดำล้วนและมองจากมุมมองที่ต่างๆ กัน</li>
<li><strong>เช็คระดับสีดำของจอ</strong>หรือการเล็ดลอดของแสง backlight ในขณะที่จอภาพแสดงสีดำด้วย (ถึงแม้ว่าอาจจะเช็คยากนิดนึงเนื่องด้วยเหตุผลเรื่องแสงสว่างภายนอก) และอย่าลืมเช็ค dead pixel รวมถึงคุณภาพการประกอบของจอด้วย</li>
<li><strong>ดูเรื่ององศาการมองของภาพ</strong>ในมุมมองที่แตกต่างกัน ควรหาภาพที่มีสีสันหลากหลายเพื่อเช็คว่ามีสีไหนที่มีการเพี้ยนบ้างเมื่อเราเปลี่ยนมุมมอง ซึ่งปัญหาพวกนี้จะเจอมากในจอประเภท LCD แต่กลับ plasma ปัญหาพวกนี้แทบไม่มีให้เห็น ให้ลองเปลี่ยนมุมมองจากแนวตั้งและแนวนอนเพื่อทดสอบด้วย</li>
<li><strong>จอ LCD แบบ IPS (In-Plane Switching)</strong> เป็นจอที่มีคุณภาพสูงที่สุดในบรรดาจอ LCD และมีปัญหาเรื่ององศาการมองน้อยมากแต่สิ่งที่เป็นจุดอ่อนของจอตัวนี้คือระดับภาพสีดำที่น้อยกว่าประเภทอื่นๆ หากซื้อจอประเภทนี้ควรเช็คระดับภาพสีดำให้ละเอียดด้วย</li>
<li><strong>จอบางตัวจะมีปัญหากับภาพที่มีความสว่างสูง</strong> ซึ่งเป็นปัญหาที่อาจทำให้ส่วนที่เป็นส่วนไฮไลท์ของภาพ (ส่วนที่มีความสว่างสูงของภาพ) นั้นรายละเอียดหายไป (กลายเป็นภาพสีขาวสว่างจ้า) วิธีการทดสอบคือให้หาภาพที่มีส่วนไฮไลท์ที่มีความสว่างสูง แต่ยังมีรายละเอียดครบถ้วนไปเปิด หากมองไม่เห็นรายละเอียดบนส่วนนั้นบนหน้าจอ ให้ลองปรับลด contrast ลงมา หากยังมองไม่เห็นรายละเอียดที่หายไป ให้มองข้ามจอตัวนั้นไปเลย</li>
<li><strong>จอบางตัวมีเสียง</strong>ที่อาจเกิดจากส่วน power supply หรือส่วนพัดลมระบายอากาศ ควรเช็คเรื่องเหล่านี้ด้วยถึงแม้ว่าจะยากไปสักนิดในการเทสตามห้างเนื่องจากเสียงรอบข้างที่รบกวน</li>
</ol>
<p>หวังว่า 23 เทคนิคนี้คงจะมีประโยชน์สำหรับในการเลือกบ้างไม่มากก็น้อยครับ สุดท้ายผมอยากจะบอกว่า &#8220;Believe Your Eyes&#8221; หรือเชื่อสายตาคุณเองเป็นสิ่งที่ดีที่สุดครับ</p>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2010%2F06%2F30%2F23-recommended-tips-for-buying-lcd-tv-or-monitor%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2010/06/30/23-recommended-tips-for-buying-lcd-tv-or-monitor/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>หนังหรือภาพ 3 มิติ ทำงานอย่างไร ?</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2010/02/16/how-3d-work/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2010/02/16/how-3d-work/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Feb 2010 10:14:01 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Technology - Other]]></category>
		<category><![CDATA[3D]]></category>
		<category><![CDATA[3D Technology]]></category>
		<category><![CDATA[Article]]></category>
		<category><![CDATA[Avatar]]></category>
		<category><![CDATA[LCD TV]]></category>
		<category><![CDATA[Tips]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=1931</guid>
		<description><![CDATA[ช่วงนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทคโนโลยีภาพ 3D กำลังที่จะกลับมาฮิตในบ้านเรารวมถึงทั่วทั้งโลกอีกครั้งนึง เหตุนึงก็เพราะภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงอย่าง Avatar ได้พาผู้ชมไปสู่โลกแห่งใหม่แบบที่ไม่เคยมีภาพยนตร์เรื่องไหนเคยทำได้มาก่อน ด้วยเทคโนโลยีภาพ 3D ที่สมจริงเหมือนกับว่าเราได้ไปอยู่บนดาวแพนโดร่ากับตัวละครด้วยก็คงจะไม่พูดเกินเลยไปนัก เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า กับเทคโนโลยี 3D ที่เป็นนิยมกันในปัจจุบันและอนาคต Anaglyph จริงๆ เทคโนโลยี 3D นั้นมีมานานแล้วนับร้อยปี โดยที่ในยุคแรกๆ เราจะเรียกการฉายภาพ 3D แบบดั้งเดิมนี้ว่า Anaglyph หรือที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีในรูปแบบของแว่นตาสีแดงและสีน้ำเงิน โดยหลักการของภาพ 3D แบบนี้คือการใช้ฉายภาพสองภาพซ้อนลงไปบนเฟรมเดียวกัน โดยที่ภาพสองภาพจะมีลักษณะของสีที่แตกต่างคือสีแดง และสีน้ำเงิน (รวมถึงมุมมองที่เหลื่อมกันเล็กน้อยด้วย) ส่วนแว่นตัวนี้ก็จะมีหน้านี้คือการหักล้างสีที่ไม่ตรงกับฟิลเตอร์สีนั้นๆ ออกไปเช่นสีแดง ก็จะรับเพียงสีแดงเข้ามา (คือแสดงเป็นภาพ) ส่วนสีที่เหลือจะกลายเป็นสีดำ อีกข้างก็เช่นเดียวกัน ข้อเสียคือสีจะค่อนข้างซีดและไม่สดใสเท่าที่ควร ข้อดีคือราคาถูก (แว่นประเภทนี้ราคาไม่กี่บาทเท่านั้นเอง) Polarized 3D ต่อมาได้พัฒนาขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งโดยการฉายภาพสองภาพลงไปบนเฟรมเดียวกันเหมือนเดิม แต่รอบนี้ภาพที่ฉายออกมาจะเป็นภาพที่ผ่านฟิลเตอร์ Polarize ที่แตกต่างกัน ภาพที่ได้ก็จะเหลื่อมกันเหมือนเดิม (หากไม่ได้มองผ่านแว่น) แต่แว่นตัวนี้จะพิเศษหน่อยคือด้านหนึ่งจะกรองคลื่นแสงเฉพาะแนวนอน ส่วนอีกด้านก็แนวตั้งเท่านั้น รูปแบบการฉายแบบ Polarized นี่คือเทคโนโลยีที่อยู่ในยุคปัจจุบัน Avatar ก็ใช้เทคนิคนี้เช่นกัน รวมถึงทีวี [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/3d-movie-head.jpg" rel="lightbox[1931]"><img class="aligncenter size-full wp-image-1938" title="3d-movie-head" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/3d-movie-head.jpg" alt="3d movie head หนังหรือภาพ 3 มิติ ทำงานอย่างไร ?" width="500" height="250" /></a></p>
<p>ช่วงนี้ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเทคโนโลยีภาพ 3D กำลังที่จะกลับมาฮิตในบ้านเรารวมถึงทั่วทั้งโลกอีกครั้งนึง เหตุนึงก็เพราะภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงอย่าง Avatar ได้พาผู้ชมไปสู่โลกแห่งใหม่แบบที่ไม่เคยมีภาพยนตร์เรื่องไหนเคยทำได้มาก่อน ด้วยเทคโนโลยีภาพ 3D ที่สมจริงเหมือนกับว่าเราได้ไปอยู่บนดาวแพนโดร่ากับตัวละครด้วยก็คงจะไม่พูดเกินเลยไปนัก<span id="more-1931"></span></p>
<p>เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า กับเทคโนโลยี 3D ที่เป็นนิยมกันในปัจจุบันและอนาคต</p>
<h3><strong>Anaglyph</strong></h3>
<p>จริงๆ เทคโนโลยี 3D นั้นมีมานานแล้วนับร้อยปี โดยที่ในยุคแรกๆ เราจะเรียกการฉายภาพ 3D แบบดั้งเดิมนี้ว่า Anaglyph หรือที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีในรูปแบบของแว่นตาสีแดงและสีน้ำเงิน</p>
<div id="attachment_1933" class="wp-caption aligncenter" style="width: 330px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/glasses-anaglyph.jpg" rel="lightbox[1931]"><img class="size-full wp-image-1933" title="glasses-anaglyph" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/glasses-anaglyph.jpg" alt="glasses anaglyph หนังหรือภาพ 3 มิติ ทำงานอย่างไร ?" width="320" height="185" /></a><p class="wp-caption-text">แว่น Anaglyph ที่เราคุ้นเคยกันดี</p></div>
<p>โดยหลักการของภาพ 3D แบบนี้คือการใช้ฉายภาพสองภาพซ้อนลงไปบนเฟรมเดียวกัน โดยที่ภาพสองภาพจะมีลักษณะของสีที่แตกต่างคือสีแดง และสีน้ำเงิน (รวมถึงมุมมองที่เหลื่อมกันเล็กน้อยด้วย) ส่วนแว่นตัวนี้ก็จะมีหน้านี้คือการหักล้างสีที่ไม่ตรงกับฟิลเตอร์สีนั้นๆ ออกไปเช่นสีแดง ก็จะรับเพียงสีแดงเข้ามา (คือแสดงเป็นภาพ) ส่วนสีที่เหลือจะกลายเป็นสีดำ อีกข้างก็เช่นเดียวกัน ข้อเสียคือสีจะค่อนข้างซีดและไม่สดใสเท่าที่ควร ข้อดีคือราคาถูก (แว่นประเภทนี้ราคาไม่กี่บาทเท่านั้นเอง)</p>
<div id="attachment_1932" class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/anaglyph-valleys.jpg" rel="lightbox[1931]"><img class="size-full wp-image-1932" title="anaglyph-valleys" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/anaglyph-valleys.jpg" alt="anaglyph valleys หนังหรือภาพ 3 มิติ ทำงานอย่างไร ?" width="500" height="301" /></a><p class="wp-caption-text">ตัวอย่างภาพ Anaglyph ภาพจาก Kiwizone&#39;s Flickr</p></div>
<h3><strong>Polarized 3D</strong></h3>
<p>ต่อมาได้พัฒนาขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งโดยการฉายภาพสองภาพลงไปบนเฟรมเดียวกันเหมือนเดิม  แต่รอบนี้ภาพที่ฉายออกมาจะเป็นภาพที่ผ่านฟิลเตอร์ Polarize ที่แตกต่างกัน ภาพที่ได้ก็จะเหลื่อมกันเหมือนเดิม (หากไม่ได้มองผ่านแว่น) แต่แว่นตัวนี้จะพิเศษหน่อยคือด้านหนึ่งจะกรองคลื่นแสงเฉพาะแนวนอน ส่วนอีกด้านก็แนวตั้งเท่านั้น</p>
<div id="attachment_1935" class="wp-caption aligncenter" style="width: 426px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/polarized-3d-image.jpg" rel="lightbox[1931]"><img class="size-full wp-image-1935" title="polarized-3d-image" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/polarized-3d-image.jpg" alt="polarized 3d image หนังหรือภาพ 3 มิติ ทำงานอย่างไร ?" width="416" height="312" /></a><p class="wp-caption-text">ภาพที่ผ่านกระบวนการ Polarized</p></div>
<p>รูปแบบการฉายแบบ Polarized นี่คือเทคโนโลยีที่อยู่ในยุคปัจจุบัน Avatar ก็ใช้เทคนิคนี้เช่นกัน รวมถึงทีวี 3D ที่ออกวางจำหน่ายในปัจจุบันด้วย แต่รูปแบบของการฉายจะมีอีกสองแบบแยกย่อยออกไปอีกคือ</p>
<ul>
<li>Linear Polarization: นี่เป็นรูปแบบปัจจุบันที่ใช้กันเยอะ คือการกรองในแนวตั้ง และแนวนอน ข้อเสียคือหากคุณหมุนหัวหรือนั่งไม่ได้ระดับ ภาพจะแยกออกกันในทันที (เหตุผลที่ควรนั่งในโรงและมองให้ตรงฉากกับจอ และอยู่ให้นิ่ง ก็เพราะใช้แว่นแบบนี้) ข้อดีคือราคาไม่แพงมาก</li>
<li>Circular Polarization: รูปแบบคล้ายด้าานบน แต่ฟิลเตอร์จะกรองแสงแบบตามเข็มนาฬิกา และทวนเข็มแทน ข้อดีของแบบนี้คือสามารถหันหัวไปมาได้ (แต่ในไทยผมไม่เคยเห็นแบบนี้แฮะ ใครเจอโปรดแจ้ง)</li>
</ul>
<div id="attachment_1936" class="wp-caption aligncenter" style="width: 510px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/polarized-3d-glass.jpg" rel="lightbox[1931]"><img class="size-full wp-image-1936" title="polarized-3d-glass" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/polarized-3d-glass.jpg" alt="polarized 3d glass หนังหรือภาพ 3 มิติ ทำงานอย่างไร ?" width="500" height="281" /></a><p class="wp-caption-text">แว่น Polarized</p></div>
<p><strong>Parallax Barrier</strong></p>
<p>ปัจจุบันเรายังไม่ค่อยเห็นเทคนิคแบบนี้เท่าไหร่นัก แต่เทคนิคแบบนี้ข้อดีคือไม่ต้องใช้แว่นใดๆ ในการมองเลย เป็นเทคโนโลยีที่จะใช้ในทีวียุคต่อไป ใช้การฉายภาพสองเฟรมพร้อมกันลงบนจอ และมีฟิลเตอร์กรองแสงบนหน้าจอให้เข้าลูกกะตาของเราสองข้างแทน (แสงพุ่งเข้าตาแบบตรงๆ ชนิดไม่ต้องใช้แว่น) วิธีนี้เวิร์คสุดๆ แต่ยังเป็นอนาคตอีกยาวไกลที่ต้องพัฒนากันต่อ (ผมว่าจอ 3D ตามห้างดังๆ ก็อาจใช้หลักการเดียวกันกับแบบนี้นั่นละครับ)</p>
<p>รูปแบบที่กล่าวมาทั้งสามแบบ มีจุดประสงค์เดียวกันทั้งหมดคือทำให้เราได้รับภาพที่แตกต่างกันสองภาพสำหรับดวงตาของเรา เพราะการมองภาพให้ได้เป็น 3D นั้นจำเป็นต้องได้ภาพที่มีมุมมองสำหรับลูกตาสองข้างของเรา เราสามารถทดสอบรูปแบบของภาพที่จะเข้าลูกตาเราทั้งสองข้างได้เองโดยการหลับตาเพียงข้างเดียวและสลับซ้ายขวาดู ภาพที่ได้จะมีความแตกต่างกันนิดหน่อยจากตำแหน่งของลูกตาทั้งสองข้างที่ต่างกัน</p>
<p>และนี่คือรูปภาพที่อธิบายง่ายๆ เกี่ยวกับรูปแบบของภาพ 3D แบบต่างๆ ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน เครดิตภาพจาก <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://kotaku.com/5472582/how-3d-actually-works" target="_blank">Kotaku</a> และ <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://www.onlineschools.org/" target="_blank">Online Schools</a></p>
<p><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/3d-image-cheatsheet.jpg" rel="lightbox[1931]"><img class="aligncenter size-large wp-image-1934" title="3d image cheatsheet" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2010/02/3d-image-cheatsheet-310x1024.jpg" alt="3d image cheatsheet 310x1024 หนังหรือภาพ 3 มิติ ทำงานอย่างไร ?" width="310" height="1024" /></a></p>
<p><em>ข้อมูลจาก: <a rel="nofollow" target="_blank" href="http://en.wikipedia.org/wiki/Stereoscopy">Wikipedia</a></em><br />
<!--adsense#hor--></p>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2010%2F02%2F16%2Fhow-3d-work%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2010/02/16/how-3d-work/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการทำความสะอาด gadget สุดรัก (LCD TV, กล้อง, เครื่องเล่น mp3, อื่นๆ)</title>
		<link>http://www.techblog.in.th/2009/12/07/how-to-clean-your-gadget/</link>
		<comments>http://www.techblog.in.th/2009/12/07/how-to-clean-your-gadget/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 07 Dec 2009 02:14:45 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Steyr Commando</dc:creator>
				<category><![CDATA[Other]]></category>
		<category><![CDATA[Cleaning]]></category>
		<category><![CDATA[LCD TV]]></category>
		<category><![CDATA[Mobile Phone]]></category>
		<category><![CDATA[Technology - Gadget]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.techblog.in.th/?p=1478</guid>
		<description><![CDATA[เป็นบทความจากเว็บไซต์ gizmodo.com ซึ่งผมเห็นว่าน่าสนใจดี เลยอยากจะเอามาสรุปให้อ่านกันคร่าวๆ ว่าวิธีการทำความสะอาดของไฮเทคแต่ละชนิดนั้น สิ่งที่ถูกต้องควรจะทำอย่างไรกันบ้าง HDTV ชนิดต่างๆ รวมถึงจอภาพคอมพิวเตอร์ ในการเช็ดจอ LCD หรือการเช็ดจอคอมพิวเตอร์ ไม่ควรใช้น้ำยาเช็ดกระจกในการเช็ดโดยเด็ดขาด เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ไม่เหมาะที่จะใช้ในการทำความสะอาดผิวของจอเหล่านี้ ถึงแม้ว่าผิวจะใสเหมือนกระจกก็ตาม เนื่องจากน้ำยาเหล่านี้อาจมีส่วนผสมของแอมโมเนียที่อาจจะกัดกร่อนหน้าจอพลาสติกของคุณไปทีละนิดทีละน้อย จนทำให้หน้าจอนั้นหมองลงและไม่ใสเหมือนเดิม สิ่งที่ดีที่สุดคือการหาผ้าที่มีความนุ่มมากๆ ซึ่งผ้าที่แนะนำก็คือผ้าไมโครไฟเบอร์ ที่ปัจจุบันมีขายเกลื่อนกลาดตามท้องตลาด เลือกเอาแบบที่นุ่มๆ เสียหน่อย ยี่ห้อที่ผมแนะนำคือ 3M ผืนนึงหลักร้อย แต่ใช้งานได้คุ้มค่าครับ หาผ้านุ่มๆ สักผืนชุบน้ำบิดให้หมาดแล้วเช็ดเบาๆ บนหน้าจอของคุณเป็นโซนๆ โดยถูอย่างเป็นแนว หากจอใหญ่ให้แบ่งออกเป็นโซนๆ แทน หลังจากนั้นให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดออกครับ สำหรับคนที่ใช้ชุดล้างสำเร็จรูป ซึ่งส่วนมากน้ำยาจะเป็นสเปรย์ สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งคือการฉีดสเปรย์เข้าไปที่จอโดยตรง เพราะน้ำที่เกาะบนหน้าจอนั้นหากมีปริมาณมากๆ มันก็จะไหลไปลงสู่ด้านล่างของจอ สุดท้ายถึงขอบจอ และมันก็อาจจะไหลลงไปในช่องระหว่างจอ อาจจะจะทำให้ท่านงานเข้าได้ดั่งเช่นรูปด้านล่าง รีโมททีวีและจอยเกม วิธีการทำความสะอาดก็จะเหมือนด้านบนคือการใช้ผ้านุ่มๆ และผ้าไมโครไฟเบอร์ แต่ของเหลวที่นำมาใช้จะแตกต่างกันออกไปนิดนึง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องจับในการใช้งานและใช้งานร่วมกัน ดังนั้นอาจจะมีเชื้อโรคติดอยู่ด้วย ดังนั้นเราจะใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเช่น isopropyl alcohol (IPA) 40 ส่วนผสมกับน้ำ 60 ส่วน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/12/iriver-x20-mp3.jpg" rel="lightbox[1478]"><img class="alignnone size-full wp-image-1485" title="iriver-x20-mp3" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/12/iriver-x20-mp3.jpg" alt="iriver x20 mp3 วิธีการทำความสะอาด gadget สุดรัก (LCD TV, กล้อง, เครื่องเล่น mp3, อื่นๆ)" width="400" height="348" /></a></p>
<p>เป็นบทความจากเว็บไซต์ <em><a rel="nofollow" target="_blank" href="http://gizmodo.com/5419737/how-to-clean-your-filthy-gadgets">gizmodo.com</a></em> ซึ่งผมเห็นว่าน่าสนใจดี เลยอยากจะเอามาสรุปให้อ่านกันคร่าวๆ ว่าวิธีการทำความสะอาดของไฮเทคแต่ละชนิดนั้น สิ่งที่ถูกต้องควรจะทำอย่างไรกันบ้าง<span id="more-1478"></span></p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/12/ln-s8281d-82-lcd-tv.jpg" rel="lightbox[1478]"><img class="alignnone size-full wp-image-1486" title="ln-s8281d-82--lcd-tv" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/12/ln-s8281d-82-lcd-tv.jpg" alt="ln s8281d 82 lcd tv วิธีการทำความสะอาด gadget สุดรัก (LCD TV, กล้อง, เครื่องเล่น mp3, อื่นๆ)" width="411" height="366" /></a></p>
<p><strong>HDTV ชนิดต่างๆ รวมถึงจอภาพคอมพิวเตอร์</strong> ในการเช็ดจอ LCD หรือการเช็ดจอคอมพิวเตอร์ ไม่ควรใช้น้ำยาเช็ดกระจกในการเช็ดโดยเด็ดขาด เนื่องจากสิ่งเหล่านี้ไม่เหมาะที่จะใช้ในการทำความสะอาดผิวของจอเหล่านี้ ถึงแม้ว่าผิวจะใสเหมือนกระจกก็ตาม เนื่องจากน้ำยาเหล่านี้อาจมีส่วนผสมของแอมโมเนียที่อาจจะกัดกร่อนหน้าจอพลาสติกของคุณไปทีละนิดทีละน้อย จนทำให้หน้าจอนั้นหมองลงและไม่ใสเหมือนเดิม สิ่งที่ดีที่สุดคือการหาผ้าที่มีความนุ่มมากๆ ซึ่งผ้าที่แนะนำก็คือผ้าไมโครไฟเบอร์ ที่ปัจจุบันมีขายเกลื่อนกลาดตามท้องตลาด เลือกเอาแบบที่นุ่มๆ เสียหน่อย ยี่ห้อที่ผมแนะนำคือ 3M ผืนนึงหลักร้อย แต่ใช้งานได้คุ้มค่าครับ หาผ้านุ่มๆ สักผืนชุบน้ำบิดให้หมาดแล้วเช็ดเบาๆ บนหน้าจอของคุณเป็นโซนๆ โดยถูอย่างเป็นแนว หากจอใหญ่ให้แบ่งออกเป็นโซนๆ แทน หลังจากนั้นให้ใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดออกครับ</p>
<p>สำหรับคนที่ใช้ชุดล้างสำเร็จรูป ซึ่งส่วนมากน้ำยาจะเป็นสเปรย์ สิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งคือการฉีดสเปรย์เข้าไปที่จอโดยตรง เพราะน้ำที่เกาะบนหน้าจอนั้นหากมีปริมาณมากๆ มันก็จะไหลไปลงสู่ด้านล่างของจอ สุดท้ายถึงขอบจอ และมันก็อาจจะไหลลงไปในช่องระหว่างจอ อาจจะจะทำให้ท่านงานเข้าได้ดั่งเช่นรูปด้านล่าง</p>
<p style="text-align: center;"><div id="attachment_1479" class="wp-caption aligncenter" style="width: 430px"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/12/windex-vs-hdtv1.jpg" rel="lightbox[1478]"><img class="size-full wp-image-1479 " title="windex-vs-hdtv1" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/12/windex-vs-hdtv1.jpg" alt="windex vs hdtv1 วิธีการทำความสะอาด gadget สุดรัก (LCD TV, กล้อง, เครื่องเล่น mp3, อื่นๆ)" width="420" height="306" /></a><p class="wp-caption-text">งานเข้า เมื่อน้ำไหลลงไปด้านล่างขอบจอ</p></div></p>
<p style="text-align: left;"><strong>รีโมททีวีและจอยเกม</strong> วิธีการทำความสะอาดก็จะเหมือนด้านบนคือการใช้ผ้านุ่มๆ และผ้าไมโครไฟเบอร์ แต่ของเหลวที่นำมาใช้จะแตกต่างกันออกไปนิดนึง เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องจับในการใช้งานและใช้งานร่วมกัน ดังนั้นอาจจะมีเชื้อโรคติดอยู่ด้วย ดังนั้นเราจะใช้น้ำยาฆ่าเชื้อเช่น isopropyl alcohol (IPA) 40 ส่วนผสมกับน้ำ 60 ส่วน ในการเช็ดและทำความสะอาด และอาจจะใช้พวกไม้จิ้มฟันเล็กๆ มาช่วยในการทำความสะอาดฝุ่นหรือขี้มือของเราที่ติดอยู่ตามซอก เช็ดออกเสียให้หมดจรด</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/12/sony-dsc-w200-digital-camera.jpg" rel="lightbox[1478]"><img class="size-full wp-image-1481 alignnone" title="sony-dsc-w200-digital-camera" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/12/sony-dsc-w200-digital-camera.jpg" alt="sony dsc w200 digital camera วิธีการทำความสะอาด gadget สุดรัก (LCD TV, กล้อง, เครื่องเล่น mp3, อื่นๆ)" width="400" height="330" /></a></p>
<p style="text-align: left;"><strong>กล้องดิจิตอล</strong> เป็นสิ่งที่เวลาเราใช้งานจะมีทั้งฝุ่น ขี้มือ บางทีออกทริปกลางแจ้งก็จะมีคราบเหงื่อแถมมาด้วย มีวิธีการทำความสะอาดตัวบอดี้เหมือนจอ LCD คือใช้ผ้านุ่มๆชุบน้ำเช็ดครับ แต่สิ่งที่ควรระวังหน่อยก็คือกล้องบางตัวจะมีช่องว่างที่น้ำอาจจะเข้าไปได้ง่ายๆ (โดยเฉพาะกล้อง compact บางรุ่น) ฉะนั้นต้องระวังกันหน่อยครับ</p>
<p style="text-align: left;">ในส่วนของ<strong>เลนส์</strong> มีวิธีการทำความสะอาดหลายวิธี หากมีฝุ่นติดก็แค่เอาลูกลมเป่าไล่ก็พอ แต่หากวิธีที่ถูกที่สุดคือการใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ในการเช็ดเป็นวงกลมอย่างเบาๆ โดยเฉพาะหากมีคราบฝุ่นติดยิ่งต้องระวัง มิฉะนั้นฝุ่นนี่แหละที่อาจจะกลายร่างเป็นกระดาษทราบถูหน้าเลนส์ของคุณได้แบบง่ายๆ อีกวิธีที่ลงทุนนิดนึงคือใช้ lens pen แต่ผมว่าไม่ค่อยเหมาะนักถ้าจะใช้มันบ่อยๆ ถ้าเป็นครั้งคราวไปก็ถือว่าโอเคครับ แต่สิ่งที่ผมแนะนำจริงๆ คือการใช้ฟิลเตอร์ป้องกันหน้าเลนส์ครับ เพราะมีประโยชน์มากในหลายด้าน ทั้งกันฝุ่น รอยขีดข่วน รวมถึงสามารถทำความสะอาดได้ง่ายเพราะผิวมันเป็นแนวราบครับ</p>
<p style="text-align: left;">อีกส่วนคือ<strong>เซ็นเซอร์</strong>ของกล้อง DSLR ที่เวลาใช้งานไปนานๆ ไม่ว่าจะระมัดระวังเพียงใด สุดท้ายเชื่อได้ว่าต้องมีฝุ่นเข้าไปได้สักครา ขนาดผมเองที่เปลี่ยนเลนส์เร็วพอตัว สุดท้ายก็ไม่รอด ฝุ่นพวกนี้เวลาใช้งานทั่วไปอาจจะไม่มีผลอะไร แต่เวลาถ่ายไปโดยใช้รูรับแสงแคบๆ ฝุ่นพวกนี้จะโผล่มาให้เห็นแน่นอน เม็ดเล็กหน่อยก็เห็นจางๆ ถ้าหนาก็เห็นกันชัดๆ วิธีการทำความสะอาดที่แนะนำที่สุดคือใช้ลูกลมดีๆ สักลูกเป่าครับ หาลูกดีๆ หน่อยราคาไม่กี่ร้อย แต่คุ้มค่าเพราะมันใหญ่ มีพลังเป่าเหลือเฟือ และมันจะไม่ดูดฝุ่นที่เราเป่าไปแล้วกลับไปในลูกอีกด้วย</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/12/walmart_linux_laptop_425px.jpg" rel="lightbox[1478]"><img class="alignnone size-full wp-image-1482" title="walmart_linux_laptop_425px" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/12/walmart_linux_laptop_425px.jpg" alt="walmart linux laptop 425px วิธีการทำความสะอาด gadget สุดรัก (LCD TV, กล้อง, เครื่องเล่น mp3, อื่นๆ)" width="425" height="359" /></a></p>
<p style="text-align: left;"><strong>คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค</strong> ในส่วนการทำความสะอาดจอก็เหมือนกับจอ lcd ด้านบนครับ ส่วนที่น่าจะคำนึงอีกส่วนคือคีย์บอร์ด ที่เราควรจะใช้น้ำยาฆ่าเชื้อมาช่วยในการทำความสะอาดด้วย เพราะของพวกนี้สกปรกมากๆ เวลาใช้ไปนานๆ (เราเองอาจจะไม่ได้สังเกต) การทำความสะอาดคือใช้ผ้านุ่มๆ ปาดไปบนคีย์บอร์ด และใช้ส่วนสันที่พับแคบๆ ปาดในส่วนที่เป็นร่องระหว่างปุ่มเพื่อเช็ดคราบออกด้วย ซึ่งถ้าหากมีฝุ่นติดด้านล่างคีย์บอร์ดขั้นต้นให้ลองใช้สเปรย์ลมกระป๋องเป่าออกเสียก่อน</p>
<p style="text-align: left;">อีกส่วนที่ยุ่งยากคือฝุ่นภายในตัวเครื่องที่จะไปติดภายในพัดลมและฮีตซิงก์ ฝุ่นพวกนี้มีผลต่อการทำงานของเรา นอกจากที่จะทำให้เครื่องร้อนแล้ว ยังทำให้ใช้พลังงานสิ้นเปลืองกว่าเดิมอีกด้วย วิธีการทำความสะอาดอาจจะยุ่งยากและไม่เหมาะกับหลายๆ คน ซึ่งการแกะออกมาต้องใช้คู่มือเฉพาะของรุ่นนั้นๆ ซึ่งหากทำได้ก็นับว่าเป็นการล้างปอดให้กับเครื่องโน๊คบุ๊คของเราเลยละ</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/12/dirty-computer.jpg" rel="lightbox[1478]"><img class="alignnone size-full wp-image-1483" title="dirty-computer" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/12/dirty-computer.jpg" alt="dirty computer วิธีการทำความสะอาด gadget สุดรัก (LCD TV, กล้อง, เครื่องเล่น mp3, อื่นๆ)" width="250" height="233" /></a></p>
<p style="text-align: left;"><strong>เคสคอมพิวเตอร์</strong> การทำความสะอาดพยายามอย่าใช้น้ำเช็ดส่วนที่เป็นแผงวงจรโดยเด็ดขาด สิ่งที่สามารถเช็ดได้คือตัวเคส สายเคเบิล ส่วนแผงวงจรให้ใช้ลมเป่าเอา ใช้ได้ทั้งสเปรย์กระป๋อง แต่วิธีที่ผมใช้คือใช้เครื่องเป่าลมครับ เป่าซะเคสแทบปลิวเลยทีเดียว</p>
<p style="text-align: center;"><a href="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/12/blackberry-bold11.jpg" rel="lightbox[1478]"><img class="alignnone size-full wp-image-1484" title="blackberry-bold11" src="http://www.techblog.in.th/wp-content/uploads/2009/12/blackberry-bold11.jpg" alt="blackberry bold11 วิธีการทำความสะอาด gadget สุดรัก (LCD TV, กล้อง, เครื่องเล่น mp3, อื่นๆ)" width="500" height="390" /></a></p>
<p style="text-align: left;"><strong>โทรศัพท์มือถือ </strong>สิ่งที่เป็นปัญหามากที่สุดคือส่วนของช่องหูฟังหรือไมโครโฟน ส่วนนี้ให้หาสก๊อตเทปใสมาแปะแล้วดึงออกเพื่อให้ฝุ่นหลุดออกไป ส่วนตัวโทรศัพท์เองให้ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ หรือผสมยาฆ่าเชื้อครับ ส่วนที่เป็นร่องซอกหลืบก็ใช้ไม้จิ้มฟันแคะออกมาได้เลยครับ</p>
<div class="AWD_like_button "><iframe src="http://www.facebook.com/plugins/like.php?href=http%3A%2F%2Fwww.techblog.in.th%2F2009%2F12%2F07%2Fhow-to-clean-your-gadget%2F&amp;send=false&amp;layout=standard&amp;width=&amp;show_faces=false&amp;action=like&amp;colorscheme=dark&amp;font=arial&amp;height=40" scrolling="no" frameborder="0" style="border:none; overflow:hidden; width:px; height:40px;" allowTransparency="true"></iframe></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.techblog.in.th/2009/12/07/how-to-clean-your-gadget/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

