อยากได้แผ่น หรืออยากได้เกมกันแน่ ?

by on 5 January, 2011 - 19:48, under Gaming - Other Tags: , , , , ,

ก่อนอื่นขอสวัสดีปีใหม่ก่อนเลย (ช้าไปห้าวันคงไม่ว่ากัน) หวังว่าเรื่องร้ายๆ ในปีที่แล้วคงจะไม่มีอีกแล้วและปีนี้เป็นปีที่สดใสนะครับ

ช่วงปลายปี สำหรับชาวพีซีผู้บริโภคแผ่นลิขสิทธิ์ คงทราบแน่นอนว่าช่วงเทศกาลแทบทุกเทศกาลที่เป็นฤดูกาลใหญ่ (หรือช่วงซัมเมอร์ของฝรั่ง) เหล่าผู้ให้บริการขายเกมแบบดิจิตอลเช่น Steam, GoG จะมีการลดราคาแบบระห่ำเพื่อดึงยอดขาย แน่นอนว่าขายดีเทน้ำเทท่า ในช่วงปลายปีเองผมค่อนข้างรัดเข็มขัดไปสมควร แต่ก็ไม่แคล้วโดนไปหลายเหรียญ สรุปยอดความเสียหายคือ

  • The Witcher: Enhanced Edition = $4.99
  • Serious Sam Gold Pack = $3.99
  • Mafia II Digital Deluxe = $14.99
  • Flatout I + II = $1.75
  • GTA IV Complete Edition (เกมนี้ไม่ขายในไทย เพราะสาเหตุที่โดนแบน แต่ก็ไปเอามาจนได้) = $9.99

สรุปค่าเสียหายในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา 4.99 + 3.99 + 14.99 + 1.75 + 9.99 * 30 (ปัดเรตแลกเปลี่ยนแบบหยาบๆ) = 1,071 บาท ได้เกมมา 9 เกม เฉลี่ยเกมละร้อยกว่าบาท อืมมม รัดเข็มขัดแล้วนะนี่โดนสะสมเข้าไปเยอะเหมือนกัน -_-”

กลับมาเข้าประเด็นที่จั่วไว้เป็นหัวข้อดีกว่า ในลิสต์เกมบน Steam ของผมถือว่ามีไม่มากนักหากเทียบกับหลายๆ คน แต่ส่วนมากแล้วจะเป็นเกมที่ลดราคาทั้งสิ้น มีทั้งชนิดที่เคยเล่นแล้วในอดีต (โหลดบิทมาว่างั้น) หรือหลายเกมที่ช่วงจังหวะที่ออกมาไม่มีโอกาสได้เล่นเพราะไม่มีเวลา เลยมาซื้อรวบยอดซะทีเดียวช่วงปลายปี แต่ผมไม่เคยซื้อเกมชนิดราคาเต็มเลย ส่วนตัวแล้วผมค่อนข้างอยากได้เกมแบบกล่องมากกว่า เพราะในอดีตผมเคยซื้อไว้หลายเกมแต่เล่นแบบทิ้งขว้างจนสุดท้ายแผ่นมันหายสาปสูญไปไหนก็ไม่รู้ เลยอยากได้แผ่น + กล่องมาเยอะๆ เอามาวางโชว์อย่างน้อยก็มีแผ่นเป็นตัวเป็นตน

อันนี้ไม่ใช่ของผม เพราะมีน้อยกว่านี้เยอะ (ฮา) ที่มา http://kotaku.com/5020223/my-game-collection-is-this-small

เห็นแล้วก็ย้อนกลับมาถามตัวเอง ว่าอยากได้แผ่นเกม + เกม หรืออยากได้ตัวเกมกันแน่ ค่าพัฒนาเกม + ต้นทุนด้านการตลาดของแต่ละเกมก็ไม่ใช่น้อยๆ (เกมระดับบล็อกบัสเตอร์หลายเกมใช้ทุนสร้างหลายสิบล้านเหรียญ และคาดว่าจะมากกว่านี้อีกในอนาคต) แต่ด้วยเรื่องปัจจัยแค่แผ่นที่จับต้องได้ มีผลต่อผมหรือเกมเมอร์หลายๆ ท่านมากขนาดนี้เชียวหรือ มันดูไม่ค่อยเข้าท่าเอาเสียเลย ผมเองไม่ทราบว่าต่างประเทศแคร์เรื่องนี้กันมากแค่ไหน แต่สำหรับเมืองไทยแล้วกลุ่มลูกค้าแบบนี้มีไม่มากนักที่จะซื้อเกมในราคาปกติแบบดิจิตอล เพราะ

  • หลายเกมมีผู้แทนจำหน่ายในไทย (ซึ่งราคาเหมาะกับค่าครองชีพของเรามากกว่า ใครจะไปซื้อเกมดิจิตอลที่มีราคาแพงตามค่าครองชีพของฝรั่ง)
  • ต้องดาวน์โหลดเกมมาอีกครั้งซึ่งบางพื้นที่อินเตอร์เน็ตอาจจะช้า ได้แผ่นมาลงก็ทันใจกว่า
  • แพ็คเกจเกมสวยงาม น่าสะสม แต่ปัจจุบันเกมหลายเกม แพ็คเกจด้านในโล่งจริงๆ ต้องซื้อแบบเวอร์ชั่นพิเศษถึงจะดูมีน้ำมีเนื้อ (เรื่องนี้ผู้ผลิตในไทยต้องปรับตัวกันพอสมควร)

สำหรับผมเองความคิดเรื่องอยากได้แผ่นมาเก็บ ก็เริ่มเปลี่ยนไปพอสมควรเพราะแพ็คเกจเกมปัจจุบันก็ไม่ได้น่าสะสมอะไร ตอนนี้เรียกว่าเวอร์ชั่นไหนน่าสนใจกว่าในเรื่องราคาก็จะซื้อมาแบบไม่ต้องคิดมาก เกมไหนผมมีเวลาเล่นช่วงที่มันออก ผมก็จะซื้อแบบกล่อง เกมไหนผมพลาดไป ก็อาจจะรอปลายปีที่มีการลดราคาแล้วซื้อรวดเดียวไปเลย เรียกว่าเปิดรับกับด้านดิจิตอลมากขึ้นอาจจะเป็นตามผลการวัดส่วนแบ่งทางการตลาดของปีที่แล้วในสหรัฐฯ พบว่ายอดขายปลีกเกมตามร้าน เทียบกับแบบดิจิตอลแล้วเป็นสัดส่วน 57% ต่อ 43% ตามลำดับ เรียกว่าปัจจุบันใกล้เคียงกันมาก แต่มีแนวโน้มว่าแบบดิจิตอลอาจจะแซงได้ในปีนี้ด้วย (ที่มา: Forbes) เรียกว่าต้องดูกันต่อไปละ

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ:

:, , , , ,

ร่วมแสดงความคิดเห็น